ตอนที่ 5 ทำการค้า
ตอนที่ 5 ทำการค้า
เวลาผ่านพ้นไปจนถึง 1 ชั่วยาม อิ้งเหย่เดินทางมาถึงตลาด นางใช้ความทรงจำเก่านำทางไปที่โรงยาในหมู่บ้านทว่าหมู่บ้านนี้ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ เดินไปอีก 1 เค่อจะถึงตัวตำบลเจียงซีมีโรงยาและโรงหมอขนาดใหญ่ที่นั่น เป็นที่รู้จักและโด่งดังเรื่องการรับซื้อและรักษาขายยาให้แก่ชาวบ้าน อิ้งเหย่ใช้ความมั่นใจเดินมุ่งหน้าไปที่ตำบลเจียงซีทันที ไม่นานก็มาถึงหน้าโรงยาเป็นที่แรกที่นางจะทำการค้า หากไม่ได้นางจะไปที่โรงหมอแทน
“พี่ชายที่นี่คือโรงยาซ่านซุนหรือไม่เจ้าคะ”
“ใช่แล้ว เด็กอย่างเจ้ามาทำอะไรที่นี่หากจะมาขอยาให้ท่านปู่ ท่านย่า ท่านตา ท่านยาย มารดาใกล้ตาย บิดาเจ็บปวดไม่หาย พี่ชายบาดเจ็บ น้องสาวมีไข้ ที่นี่ไม่มีให้เจ้าหรอกนะ เพราะที่นี่มิใช่ที่ให้ขอทานเข้ามา” บุรุษอายุประมาณ 18 ปีจ้องมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า อาภรณ์สีซีดเส้นด้ายที่เหมือนจะขาดรอมร่อ แต่งกายซอมซ่อเช่นนี้คงไม่พ้นมาขอทานแน่ ๆ
“มิใช่เจ้าค่ะ ข้ามิได้มาขอทานแต่ข้ามาทำการค้า เถ้าแก่โรงยาอยู่หรือไม่เจ้าคะ ข้านำสมุนไพรหายากมาเสนอขายเจ้าค่ะ” เขาแทบไม่อยากจะเชื่อแต่เมื่ออิ้งเหย่วางตะกร้าลงหยิบสมุนไพรฉั่งฉิกออกมา ดวงตาของเขาเป็นประกายแวววาว รีบบอกให้นางเก็บมันลงใส่ตะกร้าและเดินตามตนเข้าไปด้านใน แม้ว่าเขาจะอายุไม่มากแต่อยู่รับใช้เถ้าแก่โรงยาเป็นเวลานาน ย่อมมีความรู้เรื่องยาสมุนไพรอยู่บ้าง อิ้งเหย่ยิ้มบาง ๆ ในใจตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเดินตามเข้าไปด้านใน กลิ่นยาสมุนไพรมากมายคละคลุ้งในอากาศ เดินเข้ามาด้านในมุมหน้าต่าง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งหั่นสมุนไพรอย่างละเมียดละไม ราวกับสิ่งนั่นคือของมีค่าและราคาสูง
“เถ้าแก่ชิงหลงมีคนต้องการพบท่านขอรับ” คนที่เดินนำหน้าอิ้งเหย่เอ่ยเสียงดังแจ้งคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาวางมือช้า ๆ เงยหน้ามามองทางนาง
“สตรีหรือ ? แถมยังเป็นเด็กตัวเล็กอีกด้วย มีอะไรหรือว่าต้องการมาขอยา”เหมือนการขอยาของที่นี่มีคนเข้ามาขอมากมาย เขาถึงคิดว่านางเข้ามาขอยาเหมือนกับลูกน้องของเขาอย่างไรอย่างนั้น
“มิใช่เจ้าค่ะ ข้ามิได้มาขอยาแต่ข้ามาทำการค้ากับท่าน ข้ามีสิ่งนี้มานำเสนอไม่ทราบว่าโรงยาของท่านต้องการมันหรือไม่?” อิ้งเหย่ไม่ได้พูดเปล่ารีบวางตะกร้าหยิบหญ้าฉั่งฉิกใบเขียวสดราวกับพึ่งเด็ดมันออกมาจากต้นใหม่ ๆ ความชุ่มชื้นสะท้อนออกมาให้เห็น ดวงตาของเถ้าแก่ชิงหลงเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้นตกใจระคนสงสัย รีบวางสิ่งที่ทำอยู่เดินมาดูหญ้าฉั่งฉิกใกล้ๆ
“เด็กน้อยเจ้าไปนำหญ้าชนิดนี้มาจากที่ใดกัน ใช่ว่าผู้ใดจะหามันได้ง่าย แถมมันยังเขียวสดใบหญ้าสมบูรณ์อีกด้วย”
“เถ้าแก่หากข้าบอกที่มาท่านมินำคนของท่านไปเก็บหญ้าฉั่งฉิกจนหมดหรอกหรือ ? เรื่องนี้ข้ามิอาจจะบอกท่านได้ ท่านสนใจหรือไม่เจ้าคะ หากไม่ข้าจะไปที่โรงหมอไม่ไกลจากที่นี่” อิ้งเหย่จับหญ้าฉั่งฉิกใส่ตะกร้าเช่นเดิมพร้อมจะเดินจากไป เถ้าแก่ชิงหลงกระตุกยิ้มมุมปาก
‘เด็กหญิงผู้นี้ช่างมีความฉลาดหลักแหลม มีหลักการในการค้าเสียจริง’
“ช้าก่อน ที่ข้าถามเพราะสงสัยเท่านั้น แม้ว่าในหุบเขาจะมีก็ใช่ว่าคนธรรมดาหรือเด็กอย่างเจ้าจะรู้จัก "เขาเอ่ยถามเหมือนหยั่งเชิงนาง มีหรือที่อิ้งเหย่จะไม่รู้นางยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบเขาออกไป
“ชีวิตของข้าอาภัพนักเจ้าค่ะ มารดาสนใจแต่พี่ชายใช้ข้าออกไปป่าหาเห็ดหาสมุนไพรตั้งแต่เด็ก ๆ ข้าไปหาสมุนไพรกับท่านตาตั้งแต่ยังเด็ก ท่านตาของข้ารู้จักสมุนไพรมากมาย ข้าเรียนรู้สิ่งนั้นในยามที่ติดตามท่านตาไปเก็บสมุนไพรบนเขา จนท่านตาได้จากไป การเก็บสมุนไพรและหาเงินเข้าเรือนจึงเป็นหน้าที่ของข้าเจ้าค่ะ”
“เป็นเช่นนั้นสินะ เอาเถอะ ๆ หญ้าชนิดนี้เป็นที่ต้องการ ข้าจะรับซื้อจากเจ้าเองหากไปเก็บมาได้อีกข้าจะรับซื้อและทำการค้ากับเจ้า ทว่าเจ้าห้ามไปทำการค้าหญ้าชนิดนี้กับผู้ใดอีก”
“ดีเลยเจ้าค่ะ หากจะให้ดีท่านก็ต้องมีสัญญาให้แก่ข้าและการค้าต้องสุจริต หากท่านคดโกงข้าหรือเอาเปรียบข้า ข้าถือว่าสัญญาไร้ความหมาย” อิ้งเหย่กอดอกพูดเสียงแข็งหากจะทำการค้าต้องมีหนังสือสัญญาในมือ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด สิ้นคำพูดของนางเถ้าแก่ชิงหลงหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างชอบใจ
“ฮ่า ฮ่า ช่างฉลาดรอบคอบจริง ๆ ตกลงข้าจะเขียนสัญญาเดี๋ยวนี้ สมุนไพรฉั่งฉิก 1 ชั่ง ข้ารับซื้อในจำนวน 1 ตำลึงเงินเจ้าเห็นว่าเป็นเช่นไร”
อิ้งเหย่ครุ่นคิดในใจเงียบ ๆ ค่าเงินในยุคนี้ หาก 1 ตำลึงเงิน คือ 1000 อีแปะ หมู 1 จิน 50 อีแปะ นับว่าเงินจำนวนที่คุ้มค่าแล้ว
“เอาตามที่ท่านกล่าวมาเจ้าค่ะ” ทั้งสองทำสัญญาพร้อมกับลงนามในหนังสือทั้งสองใบเพื่อนำติดตัวไว้คนละใบ เพื่อเป็นหลักฐาน แม้ว่าร่างนี้จะไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือไม่รู้จักตัวอักษรเลยแม้แต่น้อย แต่โชคดีหลิวหลิวที่เข้ามาอยู่ในร่างเป็นคนชอบอ่านชอบเรียนรู้และได้เรียนรู้ตัวอักษรจีนโบราณที่ดูไม่ได้ยากไปกว่ายุคสมัยใหม่เท่าไหร่นัก การค้าขายเป็นไปตามที่นางคิดเอาไว้ อิ้งเหย่เดินก้าวเท้าออกจากโรงยาใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเงยหน้ามองท้องฟ้าสูดหายใจเข้าอย่างมีความสุข เพราะนางได้ขายสมุนไพรให้เถ้าแก่ชิงหลงไปจำนวน 2 ชั่ง เงินและหนังสือสัญญาถูกเก็บไว้ในอกเสื้อ ทำให้นางอุ่นใจต่อจากนี้เพียงนำสมุนไพรฉั่งฉิกมาขายจะทำให้มีรายได้ต่อไปเรื่อย ๆ กลับเรือนวันนี้นางคิดว่าจะกลับเข้าไปในมิติ ไปปลูกหญ้าฉั่งฉิกเพิ่มเพื่อหารายได้
ระหว่างเดินทางกลับอิ้งเหย่จึงนำเงินออกมาส่วนหนึ่งแบ่งให้ฟางหรงเพื่อไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พี่ชาย และแบ่งซื้อเนื้อหมูครึ่งชั่งกลับไปปรุงอาหาร เมื่อคิดได้ว่าผักที่ป้าเฟยฉีให้ไว้ยังไม่ได้ทำกินนางจึงนำเนื้อหมูไปผัดใส่ผัก
กว่าจะมาถึงเรือนดวงตะวันก็คล้อยต่ำแล้ว ในเรือนยามนี้ไม่มีผู้ใดอยู่คงออกไปที่ตลาดเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่สินะ อิ้งเหย่ส่ายหน้าไปมาในความไม่พอใจที่ฟางหรงลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน
นางเข้าไปในมิติเก็บเงินส่วนหนึ่งที่นางได้มาวันนี้ไว้ในกระท่อมลับพร้อมกับหนังสือสัญญา จะให้มารดากับพี่ชายเห็นมันไม่ได้ แบ่งส่วนหนึ่งเอาไว้ให้มารดา ก่อนจะกลับออกมาทำกับข้าว แสงอาทิตย์เริ่มลับลาขอบฟ้า อิ้งเหย่ไม่เห็นท่าทีว่าทั้งสองกลับเข้ามา นางจึงนั่งกินข้าวสวยที่หุงใหม่ ๆ พร้อมกับผัดผักแสนอร่อยที่มีเนื้อหมู กินไม่ทันถึง 2 คำ เสียงฝีเท้าของคนทั้งสองก็เดินเข้ามา พี่ชายส่งเสียงร้องตะโกนเสียงดังจนอิ้งเหย่ตกใจ
“นังเด็กนี่กล้าดียังไง แอบทำกับข้าวกินเพียงลำพัง ท่านแม่นั่นเนื้อหมูมิใช่หรือขอรับ นางแอบทำกินเพียงลำพังดูสิขอรับ หากพวกเรากลับมาช้ากว่านี้เนื้อหมูพวกนี้คงไม่เหลือให้พวกเราได้กิน”
