ตอนที่ 6 เมนูมหัศจรรย์ผักบุ้งไฟแดง
แสงสว่างวาบขึ้นตรงหน้าน้ำขิง ถุงพลาสติกใสบรรจุข้าวเหนียวร้อนๆ ห่อใบตอง พร้อมกับหมูปิ้งเสียบไม้กลิ่นหอมฉุยน้ำจิ้มเยิ้มๆ ปรากฏขึ้นพร้อมขวดน้ำเย็นเจี๊ยบ กลิ่นหอมของหมูปิ้งเตาถ่านที่คุ้นเคย ทำเอาน้ำขิงถึงกับน้ำตาไหลพราก มันคือกลิ่นของความเจริญ! กลิ่นของบ้านเกิด!
“ผิงเอ๋อร์... เง็กเซียนฮ่องเต้ประทานอาหารมาให้พวกเราแล้ว”
น้ำขิงเสียงสั่นเครือ หยิบหมูปิ้งขึ้นมาแบ่งให้ผิงเอ๋อร์ที่กำลังกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ วินาทีที่ฟันกัดลงบนเนื้อหมูปิ้งนุ่มๆ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมกระจายไปทั่วลิ้น ข้าวเหนียวร้อนๆ นุ่มละมุนช่วยเติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่า ทั้งสองคนนั่งกินหมูปิ้งกันอย่างตะกละตะกลามราวกับเป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต น้ำตงน้ำตาไหลปนเปื้อนคราบดินบนใบหน้า
เมื่อท้องอิ่ม เรี่ยวแรงก็เริ่มกลับมา น้ำขิงกำไม้เสียบหมูปิ้งในมือแน่น สายตามองฝ่าความมืดออกไปยังกำแพงสูงตระหง่านของตำหนักเย็นที่กั้นพวกเธอออกจากความหรูหราของวังหลัง
“คอยดูเถอะ... ระบบไทยมาร์เก็ตอยู่ในมือฉันแล้ว ฉันจะเปลี่ยนตำหนักเย็นผุๆ พังๆ นี่ ให้เป็นอาณาจักรการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ข้าจะสูบเงินทองของพวกสนมหน้าขาว และอีตาฮ่องเต้หน้าตายให้หมดท้องพระคลังเลย คอยดู!!”
ตำนานแม่ค้าสู้ชีวิตแห่งวังหลัง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกลิ่นหอมของหมูปิ้ง แสงทองของเช้าวันใหม่สาดส่องลอดผ่านรอยขาดของกระดาษกรุหน้าต่าง เข้ามากระทบเปลือกตาของน้ำขิง ร่างบางในชุดผ้าไหมที่ถูกฉีกจนเหลือแค่ระดับเข่าขยับตัวอย่างเกียจคร้าน ความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกรถสิบล้อทับ กล้ามเนื้อแขนขาที่เคยได้รับการนวดสปาอย่างดี บัดนี้ปวดเกร็งจากการใช้จอบใช้เสียมขุดดินเมื่อวาน
“โอ๊ย... ปวดหลังชะมัด เตียงไม้นี่มันแข็งยิ่งกว่าพื้นคอนกรีตเสียอีก”
อดีตพริตตี้สาวครางฮือ พยายามพยุงร่างลุกขึ้นนั่ง ฝ่ามือที่พันด้วยเศษผ้ายังมีอาการแสบๆ คันๆ จากตุ่มน้ำพอง เธอหันไปมองข้างเตียง ผิงเอ๋อร์ นางกำนัลน้อยยังคงนอนหลับสนิทขดตัวกลมอยู่บนพื้นกระดานที่ปูด้วยฟางแห้งบางๆ น้ำขิงถอนหายใจยาว ชีวิตในวังหลังที่เคยดูในซีรีส์มันควรจะหรูหราฟู่ฟ่า มีคนคอยพัดวี มีของอร่อยป้อนถึงปากสิ ไม่ใช่มาตกอับอยู่ในตำหนักเย็นที่ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบแบบนี้ แต่เอาเถอะ ในเมื่อสวรรค์ (หรือไอ้ระบบประหลาดนั่น) ส่งเธอมาที่นี่ เธอจะไม่ยอมตายอนาถเด็ดขาด!
น้ำขิงลุกขึ้นเดินบิดขี้เกียจออกไปผลักประตูไม้ที่ดังเอี๊ยดอ๊าดออก ทันทีที่สายลมยามเช้าปะทะใบหน้า ภาพตรงหน้าก็ทำเอาดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า!
“เฮ้ย! นี่มัน... เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!”
แปลงดินสองแปลงที่เพิ่งขุดและหยอดเมล็ดลงไปเมื่อบ่ายวานนี้ บัดนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป! ผักบุ้งต้นอวบอ้วนใบเขียวขจีชูช่อชูไสวเต็มแปลง ความสูงของมันพร้อมเก็บเกี่ยวราวกับปลูกมาแล้วนับเดือน ถัดไปคือต้นกะเพราที่แตกกิ่งก้านสาขาส่งกลิ่นหอมฉุนเตะจมูก และพุ่มพริกจินดาที่ออกเม็ดสีแดงสดตัดกับใบสีเขียวเข้มอย่างงดงาม ไม่เพียงเท่านั้น ที่มุมตำหนักซึ่งใช้เป็นรังชั่วคราว ลูกเจี๊ยบขนฟูสีเหลืองสองตัวเมื่อวาน หายวับไป กลายเป็นแม่ไก่ตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ขนสีน้ำตาลเงางามสองตัวกำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหาร และในรังฟางนั้น... มีไข่ไก่สีนวลฟองโตวางอยู่ถึงสี่ฟอง! นี่มันไม่ใช่แค่โตไว แต่มันคือการเร่งเวลาเติบโตแบบติดจรวด!
“ผิงเอ๋อร์! ผิงเอ๋อร์! ตื่นเร็วเข้า! มาดูความมหัศจรรย์นี่เร็ว!” น้ำขิงตะโกนเสียงหลง วิ่งกลับไปเขย่าตัวนางกำนัลน้อยจนหัวสั่นหัวคลอน ผิงเอ๋อร์งัวเงียตื่นขึ้นมา ขยี้ตาปอยๆ เดินตามเจ้านายออกไปที่ลานกว้าง ทันทีที่เห็นแปลงผักและแม่ไก่อ้วน นางก็เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น มือสองข้างพนมขึ้นเหนือหัว ปากก็พร่ำสวดมนต์ไม่หยุด
“สวรรค์ทรงโปรด! เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงเมตตาพระสนมของบ่าวแล้ว! ปาฏิหาริย์! นี่คือปาฏิหาริย์เพคะ!” ผิงเอ๋อร์โขกศีรษะลงกับพื้นรัวๆ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความปีติยินดี น้ำขิงยืนกอดอก ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ “เห็นไหมข้าบอกเจ้าแล้ว ว่าเบื้องบนทรงเมตตาเปิ่นกง (ข้า)! ต่อไปนี้พวกเราจะไม่อดตายกันแล้ว!”
