จากพริตตี้ไทยสู่สนมตัวร้ายพร้อมระบบไทนมาร์เก็ต

59.0K · อัพเดทล่าสุด
มนต์ศิขริน
47
บท
22
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ทะลุมิติมาเป็นสนมตำหนักเย็นที่รอวันอดตาย? เหอะ! คนอย่าง 'น้ำขิง' พริตตี้ตัวแม่จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการเปิดร้าน 'ส้มตำหมูกระทะ' สูบทองคำคนทั้งวังหลังเอง! สวรรค์ช่างบัดซบ! ส่งพริตตี้สาวคิวทองทะลุมิติมาเข้าร่าง 'หลินเฟย' สนมจอมวีนที่ถูกฮ่องเต้หน้าตายสั่งขังตำหนักเย็นตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าหอ ข้าวสักเม็ดก็ไม่มีให้กิน หวังจะให้นางหิวตายงั้นสิ? ฝันไปเถอะ! ในเมื่อมีระบบ 'ไทยมาร์เก็ต' อยู่ในมือ อาณาจักรสตรีทฟู้ดข้ามมิติก็บังเกิด! จากตำหนักเย็นรกร้าง ถูกเนรมิตเป็นร้านอาหารสุดแซ่บ ขันที นางกำนัล หรือแม้แต่กุ้ยเฟยศัตรูตัวร้าย... ยังต้องกลืนน้ำลาย ยอมหอบทองคำมาประมูลแย่งชิง 'ส้มตำปูปลาร้า' และ 'ยำมาม่าทะเลเดือด'! รวยล้นฟ้ายังไม่พอ ดันไปเตะตา 'ลูกค้ายามวิกาล' บุรุษลึกลับชุดดำที่แอบปีนกำแพงมากินหมูกระทะด้วยทุกคืน ใครจะไปรู้ว่าพี่ตู้เอทีเอ็มสายเปย์คนนี้ แท้จริงคือ 'เซ่าเซวียนฮ่องเต้' สวามีผู้เย็นชาที่เคยสั่งขังนางด้วยตัวเอง! และเมื่อแคว้นเผชิญวิกฤตสงครามและภัยแล้ง ทหารนับแสนกำลังจะอดตาย... เถ้าแก่เนี้ยหน้าเงินคนนี้ขอยื่นมือเข้าช่วย! เหมาปลากระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสิบล้านแต้มไปกู้ชาติ! เตรียมตัวรับแรงกระแทก! งานนี้... หากไม่ได้ตำแหน่ง 'ฮองเฮา' พร้อมสัมปทานร้านอาหารปลอดภาษีตลอดชีพ ก็อย่ามาเรียกแม่ว่าตัวมัม!

เกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณนางสนมฮ่องเต้ข้ามมิติพลิกชีวิตเกิดใหม่จีนโบราณตลกพึ่งพาตัวเอง

ตอนที่ 1: จุดจบพริตตี้เงินล้าน สู่จุดเริ่มต้นพระสนมจอมวีน

 เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะเร้าใจดังกระหึ่มจนพื้นพรมของศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่สั่นสะเทือน แสงไฟสปอร์ตไลต์หลากสีสาดส่องตัดกันไปมาบนเวทีกลางบูธจัดแสดงรถยนต์หรู แฟลชจากกล้องถ่ายรูปของเหล่าช่างภาพนับร้อยสว่างวาบราวกับสายฟ้าแลบ  ตรงกลางวงล้อมนั้นคือ ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวระดับท็อปไฟว์ของวงการมอเตอร์โชว์เมืองไทย  รูปร่างของเธอสมบูรณ์แบบไร้ที่ติในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดที่เว้าลึกอวดสัดส่วนโค้งเว้า   ใบหน้าที่ได้รับการแต่งแต้มมาอย่างประณีตประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมานับหมื่นครั้ง  ดวงตากลมโตที่กรีด

อายไลเนอร์เฉี่ยวคมจิกกล้องทุกตัวอย่างมืออาชีพไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจและท่าโพสที่ดึงดูดสายตาชายหนุ่มทั้งงานนั้น น้ำขิงกำลังกรีดร้องอยู่ในใจ  รองเท้าส้นเข็มความสูงห้านิ้วที่สวมใส่มาต่อเนื่องกว่าสิบชั่วโมงกำลังกัดกินฝ่าเท้าของเธอจนแทบจะไร้ความรู้สึก  กล้ามเนื้อน่องปวดเกร็งจนอยากจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น ตารางงานของเธออัดแน่นยิ่งกว่ารัฐมนตรี   เจ็ดวันต่อสัปดาห์ไม่มีวันหยุดพัก อาหารที่ตกถึงท้องมีเพียงกาแฟดำและสลัดผักนับชิ้นได้  เพื่อรักษาน้ำหนักสี่สิบห้ากิโลกรัมให้คงที่  ชีวิตที่ดูเหมือนจะหรูหรา มีคอนโดราคาเหยียบสิบล้านใจกลางเมือง  มีรถสปอร์ตเปิดประทุนขับ มีกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเต็มตู้  เบื้องหลังคือการหยาดเหงื่อแรงกายและการบั่นทอนสุขภาพอย่างรุนแรง

 

เวลาเกือบเที่ยงคืน กว่าที่น้ำขิงจะลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรู ทันทีที่ระบบดอร์ล็อกปลดล็อกประตู เธอโยนกระเป๋าแอร์เมสใบละเกือบครึ่งล้านทิ้งลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี เตะรองเท้าส้นสูงกระเด็นไปคนละทิศละทาง ร่างเพรียวบางทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มโดยที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางหรือเปลี่ยนชุด เ ปลือกตาของเธอหนักอึ้งเกินกว่าจะฝืนลืมขึ้น โลกทั้งใบเงียบสงัดลงพร้อมกับสติที่ค่อยๆ ดับวูบเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ทว่า... ในความมืดมิดของการหลับใหล จู่ๆ อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกซ้ายก็พุ่งโจมตีอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่การปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่เป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากก้อนเนื้อเท่ากำปั้นในอกแล้วบีบขยี้จนแหลกเหลว น้ำขิงพยายามจะอ้าปากสูดอากาศหายใจ แต่กลับไม่มีออกซิเจนไหลผ่านหลอดลม  ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความมืดที่เคยสงบสุขกลับกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่ง เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียงเพื่อเรียกรถพยาบาล แต่นิ้วมือกลับไร้ความรู้สึก

‘นี่ฉัน... กำลังจะตายเหรอ... ไม่นะ... ซีรี่ส์ที่อ่านค้างไว้ยังไม่จบเลย...’

นั่นคือความคิดสุดท้ายที่แสนจะไร้สาระของพริตตี้สาวเงินล้าน ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลงอย่างถาวร น้ำขิงจากโลกนี้ไปด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากการทำงานหนักพักผ่อนน้อย ทิ้งทุกความรุ่งโรจน์ไว้เบื้องหลัง

“อึก!... แค่กๆ... ปล่อย... ปล่อยนะโว้ย!”

พรึบ! น้ำขิงเบิกตาโพลงขึ้นมาในความมืดมิด สัมผัสแรกที่รับรู้ไม่ใช่ความนุ่มสบายของเตียงคิงไซส์ที่คุ้นเคย แต่เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ลำคอ ราวกับมีเชือกเส้นหนากำลังรัดแน่นจนหลอดลมแทบจะแตกคามือ อากาศในปอดกำลังจะหมดลง ภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ เธอเห็นใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมสองมือของหญิงแก่คนนั้นกำลังดึงปลายผ้าแพรสีขาวที่พันรอบคอของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย!

‘นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! โจรขึ้นคอนโดเหรอ! แล้วยายแก่นี่เป็นใคร ทำไมใส่ชุดย้อนยุคเหมือนเล่นงิ้ว!’

สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของพริตตี้สาวสู้ชีวิตทำงานทันที น้ำขิงอาจจะดูบอบบาง แต่คนที่แบกป้ายไฟ แบกสแตนดี้ และยืนบนส้นสูงมาหลายปี ย่อมมีกล้ามเนื้อขาที่ไม่ธรรมดา! เมื่อมือถูกรัดจนขยับไม่ได้ เธอจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ งอเข่าขึ้นแล้วถีบเปรี้ยงเข้าที่ยอดอกของหญิงชราคนนั้นอย่างสุดแรง!

“โอ๊ยยย!” หญิงชรากรีดร้องเสียงหลง ร่างกระเด็นหงายหลังล้มตึงไปกระแทกกับโต๊ะไม้เตี้ยๆ จนข้าวของตกแตกกระจาย ผ้าแพรสีขาวหลุดออกจากมือของนางทันที

“แค่กๆๆ! แฮ่กๆ!” น้ำขิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง ไอโขลกอย่างรุนแรงพร้อมกับโกยเอาอากาศเข้าปอด มือสั่นเทายกขึ้นลูบลำคอที่ตอนนี้มีรอยแดงเป็นทางยาว เธอหันขวับไปมองหญิงชราที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

 “ผะ... ผีหลอก! พระสนมฟื้นคืนชีพ!”  หญิงชราร้องอุทานด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นว่าคนที่ตนนึกว่าขาดใจตายไปแล้วกลับลุกขึ้นมาถีบตนจนหงายหลัง นางไม่รอช้า รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับเห็นผีสาง