บทที่ 5 ซาลาเปาเป็นเหตุ
ยามเหม่า เฟยเจินถูกบ่าวรับใช้ปลุกให้ตื่นจากบรรทมเพื่ออาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เพราะวันนี้จะต้องเข้าวังไปพบไท่เฟย ระหว่างที่นั่งให้ซิงอีทำผมอยู่นั้น เฟยเจินก็สัปหงกอยู่หลายครั้งหลายครา การจะไปเข้าเฝ้าแม่สามีเหตุใดนางจะต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดตั้งแต่ยังฟ้าไม่สางกันเมื่อไปถึงคงมิวายต้องไปนั่งยิ้มละเมียดละไมแสดงตนเป็นสตรีที่แสนดีให้แม่สามีรับชมดั่งการแสดงงิ้วคิดว่านางอยากจะไปมากนักหรืออย่างไร
“เสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะพระชายา”
“ท่านอ่องล่ะ” เฟยเจินเอ่ยถามหาสามี
“ท่านอ๋องทรงรอพระชายาอยู่ที่เรือนหยกเมฆาเพคะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ” เฟยเจินได้ฟังว่าสามีรออยู่ก็ลุกขึ้นพูดก่อนจะเดินนำออกไป พอไปถึงก็เห็นบุรุษรูปงามกำลังยืนสั่งงานมู่เฉินอยู่ เฟยเจินจึงไม่เดินเข้าไปรบกวนคนทั้งสอง
“เจ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่” เมื่อสั่งงานมู่เฉินจบ เฉิงอ๋องก็เดินเข้าไปหาเฟยเจินพร้อมกับเอ่ยถามและจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เขายอมรับเลยว่าเฟยเจินเป็นสาวงาม แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะชื่นชอบสาวงามที่มีท่าทางเขินอาย เจอหน้าเข้าหน่อยก็ต้องก้มหน้าไม่กล้าสบตา แต่วันนี้นางมีท่าทางที่แปลกไป สายตางามนั้นจดจ้องมาที่ตนอย่างไม่คิดถอยหนีอย่างที่เคยเป็น
“เพคะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ” เฉิงอ๋องเอ่ยบอกจบก็เดินนำออกไป ที่หน้าจวนมีรถม้าขนาดใหญ่ประดับอย่างหรูหราบ่งบอกถึงสถานะเจ้าของจวนได้เป็นอย่างดีรถม้างามจอดรอผู้เป็นนายได้ครู่หนึ่ง บ่าวรับใช้รีบนำบันไดมาวาง เฟยเจินจึงเดินขึ้นรถม้าโดยมีชายหนุ่มช่วยประคอง พอส่งหญิงสาวเข้าไปข้างในเรียบร้อยแล้ว ร่างหนาก็ก้าวเท้าขึ้นไปนั่งเคียงข้างหญิงสาว
ขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนตัวอยู่นั้นเฟยเจินก็แหวกผ้าม่านดูภายนอก ระหว่างที่กำลังผ่านตลาดหญิงสาวก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้มาเห็นผู้คนสมัยโบราณยืนขายของอยู่ริมถนน พ่อค้าแม่ขายมากมายต่างร้องเรียกผู้คนให้มาชมสินค้าของร้านตัวเอง
เฟยเจินมองเห็นร้านที่ขายซาลาเปาก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาทันทีเมื่อกลิ่นหอมของซาลาเปานั้นโชยเข้ามาในจมูกเชิญชวนให้หญิงสาวไปลิ้มลอง
“ท่านอ๋องให้บ่าวหยุดรถสักเดี๋ยวได้หรือไม่เพคะ”
“เจ้าจะทำอะไร” เฉิงอ๋องเอ่ยถามเสียงแข็ง เขาละอยากจะผ่านตลาดไปให้ไวๆ แต่นางกับบอกให้เขาหยุดรถตรงนี้ นี่นางคิดจะทำอะไรกันแน่
“หม่อมฉันอยากกินซาลาเปานึ่งเพคะ”
“เจ้านี่มันจริงๆ เลย” เฉิงอ๋องได้ฟังก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ไม่คิดว่าหญิงสาวข้างกายจะร้องอยากกินซาลาเปาในเวลาแบบนี้ สงสัยที่จวนของเขาคงทำอาหารได้ไม่ถูกปากของนางนัก ถึงได้ร้องอยากจะกินขึ้นมาตอนนี้
“ได้หรือไม่เพคะ” เฟยเจินเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ชายหนุ่ม
“หยุดรถ แล้วลงไปซื้อซาลาเปามาให้พระชายา” เมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าน่าสงสารจิตใจที่แข็งกระด้างก็อ่อนยวบ ชายหนุ่มก็สั่งให้คนไปซื้อซาลาเปามาให้หญิงสาว
“ขอบพระทัยเพคะ ท่านอ๋อง” หญิงสาวเอ่ยบออกมาด้วยความดีใจก่อนจะยื่นใบหน้าไปหอมแก้มของชายหนุ่มด้วยความลืมตัว
“นี่เจ้า!” เฉิงอ๋องถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าคนขี้อายอย่างเฟยเจินจะดีใจที่เขาซื้อซาลาเปาให้ถึงขนาดกล้าหอมแก้มขอบคุณเขาทั้ง ๆ ที่ปกติสตรีนางนี้แทบจะไม่กล้าสบตาเสียด้วยซ้ำ ทว่าหัวใจที่เปรียบดั่งน้ำแข็งไม่เคยรู้สึกอะไรถึงได้สั่นไหวไปกับนางได้นะ มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
