บทที่ 4 เมียของข้า ข้ารังแกได้คนเดียว
“มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ มู่เฉิน เจ้าไปตรวจสอบเรื่องนี้มา”
“ขอรับท่านอ๋อง” มู่เฉินบ่าวคนสนิทของเฉิงอ๋องเอ่ยรับคำก่อนจะเดินออกไปทันที
ไม่นานมู่เฉินก็กลับมาพร้อมกับป้าหลี่ที่ทำหน้าที่แม่ครัว หญิงวัยกลางคนเดินตามชายหนุ่มร่างหนามาด้วยใบหน้านองน้ำตามีท่าทางหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“เรื่องทั้งหมดมันเป็นมาอย่างไร” เฉิงอ๋องเอ่ยถามเสียงเข้ม
“เรียนท่านอ๋อง ป้าหลี่บอกว่าทำตามที่พระชายารองสั่งขอรับ” มู่เฉินพูดตามที่ได้รับฟังมา
“ไปเรียกซูเม่ยมาที่นี่” เฉิงอ๋องได้ฟังก็สั่งให้บ่าวไปตามตัวของพระชายารองมาทันที
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเพคะท่านอ๋อง” ซูเม่ยเดินเข้ามาเอ่ยถามก่อนจะปรายตาไปมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งคุกเข่าร่ำไห้ราวกับคนเสียสติ
“เจ้าเป็นคนสั่งลดกับข้าวของเรือนพระชายาใช่หรือไม่” เฉิงอ๋องเอ่ยถามเสียงห้วนด้วยความไม่พอใจ แค่เขาย้ายให้เฟยเจินไปอยู่เรือนเก่าก็มากพอแล้ว อีกอย่างเขาก็ไม่ได้อยากให้นางมาอดข้าวตายในจวนของเขาด้วย ขืนใครรู้เข้าจะไม่คิดว่าเขาโหดร้ายกับภรรยาที่ร่วมผูกผมหรือไง ถึงแม้เขาจะไม่ชอบเฟยเจินแต่คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์มาทรมานนาง
“หม่อมฉันจะทำอย่างนั้นกับพระชายาได้อย่างไรกันเพคะ” ซูเม่ยได้ยินก็รีบปฏิเสธทันที ตีนางให้ตายอย่างไรนางก็ไม่มีวันยอมรับเสียหรอก ขืนยอมรับออกมาว่านางรังแกพระชายา หน้าที่จัดการดูแลจวนที่ท่านอ๋องมอบให้จะไม่หลุดลอยไปหรืออย่างไร
“พระชายารองต้องช่วยบ่าวนะเพคะ ก่อนหน้านี้เป็นเพราะพระชายารองสั่งให้ทำ ถ้าอย่างนั้นบ่าวคงไม่กล้าหรอกเพคะ” ป้าหลี่เห็นว่าซูเม่ยจะทอดทิ้งตนเองให้รับผิดเพียงคนเดียว ก็รีบเข้าไปกอดขาของคนร่างบางเอาไว้แน่น
“ปล่อยข้านะ เจ้าเป็นคนทำก็ยอมรับผิดไปสิ จะมาลากข้าให้เปื้อนโคลนไปกับเจ้าเพื่ออะไร” ซูเม่ยเอ่ยบอกเสียงดังด้วยความโมโห พยายามจะสะบัดขาให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของแม่ครัว
“ซิงอี ช่วยบอกข้าทีว่าข้ากำลังชมงิ้วอยู่ใช่ไหม อีกนิดเดียวข้าก็จะมอบรางวัลให้แล้วนะ” เฟยเจินหันไปพูดกับบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน ยิ่งเห็นสองคนตรงหน้าโยนความผิดให้กันไปมานางก็ยิ่งรู้สึกสนุก สุดท้ายแล้วเรื่องจะจบอย่างไรก็คงต้องดูที่ผู้ตัดสินแล้วล่ะ
“ในเมื่อบ่าวในจวนเหิมเกริมรังแกเจ้านาย ก็ต้องรับโทษโบยยี่สิบไม้ก่อนจะส่งไปทำงานที่คอกม้า ลากตัวออกไป” เฉิงอ๋องเอ่ยลงโทษป้าหลี่ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหด หลังจากตัดสินโทษบ่าวรับใช้เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็หันไปมองหญิงร่างบางที่อยู่ตรงหน้า
“ส่วนเจ้าดูแลจวนได้ไม่ทั่วถึงถือว่าเป็นความผิด ต่อไปนี้หน้าที่ดูแลจวนทั้งหมดให้พระชายาดูแลแทนก็แล้วกัน”
“ท่านอ๋อง แต่ว่าพระชายากำลังป่วยอยู่นะเพคะ” เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของซูเม่ยเมื่อได้ยินที่เฉิงอ๋องบอก หญิงสาวจึงรีบแย้งขึ้นมาทันที
“ว่าอย่างไรเฟยเจิน เจ้าอาการดีขึ้นพอจะดูแลจวนหรือยัง”
“ก่อนหน้านี้เป็นเพราะว่าหม่อมฉันป่วย หน้าที่ดูแลจวนเลยต้องให้ซูเม่ยมารับหน้าที่แทน แต่ตอนนี้หม่อมฉันหายดีเพคะ จึงไม่อยากรบกวนพระชายารองอีก” เฟยเจินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด อย่างแรกเลยเธอจะต้องเป็นคนควบคุมจวนนี้ให้ได้ แล้วฟ้าก็ปราณีเธอจริงๆ ซูเม่ยถึงได้โดนปลดสายฟ้าแลบแบบนี้
“ในเมื่อเรื่องนี้จบแล้ว ข้าออกไปทำงานก่อนก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้อย่าลืมเรื่องเข้าวังละ” ก่อนชายหนุ่มจะเดินออกไปไม่วายที่จะกำชับเฟยเจินเรื่องที่จะเข้าวังวันพรุ่งนี้
“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน” เฟยเจินพูดจบก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกไปจากห้องปล่อยให้ซูเม่ยยืนมองตามด้วยความเกลียดชัง
