บทที่ 3 เจอหน้าสามี
ยามเช้าซิงอีเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นพระชายายังนอนอยู่ก็ยังไม่อยากปลุก ปล่อยให้เจ้านายได้นอนอย่างเต็มอิ่ม
"พี่ซิงอีท่านอ๋องเสด็จมา ตอนนี้ทรงนั่งรออยู่ที่ห้องโถง" ซีซวนรีบวิ่งเข้ามาแจ้งให้ซิงอีทราบด้วยสีหน้าดีใจ ในที่สุดท่านอ๋องก็ทรงคิดถึงพระชายาถึงได้มาหายามเช้าแบบนี้
"อะไรนะ จู่ๆ ทำไมท่านอ๋องถึงได้มาที่นี่" ซิงอีเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย ตั้งแต่พระชายาย้ายมาอยู่ที่เรือนเก่าซ่อมซอนี้ ท่านอ๋องก็ไม่เคยเสด็จมาเยือนเลยสักครั้งเดียว
"ทำอย่างไงดีพี่ซิงอี" ซีซวนเอ่ยถามซิงอีอย่างทำอะไรไม่ถูก
"เจ้าออกไปรับใช้ท่านอ๋องก่อน ข้าจะแต่งตัวให้พระชายาเอง" ซิงอีเดินไปแหวกผ้าม่านก่อนจะเอ่ยเรียกเฟยเจินที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว
"พระชายาเพคะ ตื่นบรรทมได้แล้วเพคะ" ซิงอีขยับเข้าไปใกล้ร่างบางบนเตียงก่อนจะเอ่ยเรียก
"ข้ายังนอนไม่เต็มอิ่มเลย" เฟยเจินหลับตาตอบก่อนจะพลิกตัวหนีไปอีกข้างด้วยความรำคาญ เมื่อคืนกว่านางจะนอนหลับก็ดึกมากแล้ว จะให้ตื่นแต่เช้ามาทำไมกัน
"พระชายาตื่นเถอะเพคะ ท่านอ๋องทรงเสด็จมารอพระชายาแล้วนะเพคะ" ซิงอีเห็นร่างบางยังนอนไม่ขยับก็เอ่ยเรียกพร้อมกับยื่นมือไปเขย่าแขนของเฟยเจินเบาๆ
"เจ้าว่าอะไรนะ!" พอเฟยเจินได้ยินก็รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเอ่ยถามเสียงดัง นี่นางฟังไม่ผิดใช่ไหมที่ท่านอ๋องทรงมาเยือนที่เรือนของนาง
"ท่านอ๋องทรงรอพระชายาอยู่เพคะ"
“ไม่รู้ว่าเขาจะมารบกวนเวลานอนของคนอื่นทำไม รีบยกน้ำมาให้ข้าล้างหน้าเร็ว” เฟยเจินบ่นออกมาด้วยความรำคาญก่อนจะสั่งซิงอีด้วยความเร่งรีบ
ซิงอีเองก็ไม่รอช้าที่จะยกกะละมังใส่น้ำไปให้เฟยเจินล้างหน้าบ้วนปาก หลังจากที่เรียบร้อยแล้วก็ลุกขึ้นยืนให้ซิงอีช่วยสวมชุดคลุมและทำผม
หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเฟยเจินก็เดินนำซิงอีไปที่ห้องโถงทันที ร่างบางก้าวเท้าเข้าไปในห้องก็เห็นบุรุษรูปร่างสูงโปร่งกำลังนั่งอยู่ที่นั่งประธาน ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวกับเทพเซียนที่อยู่บนฟ้า
“คารวะท่านอ๋องเพคะ” เฟยเจินเดินไปหยุดตรงหน้าของชายหนุ่มก่อนจะย่อตัวคำนับอย่างมีมารยาท หญิงสาวเงยใบหน้าขึ้นไปสบตากับชายหนุ่มอย่างไม่มีเหนียมอาย ให้ตายเถอะ เกิดมานางไม่เคยเจอบุรุษที่ไหนหน้าตาดีแบบนี้มาก่อนเลย
“ไม่ต้องมากพิธี เจ้ายิ่งไม่สบายอยู่ รีบมานั่งเถอะ” เฉิงอ๋องเอ่ยบอกพร้อมกับกวาดสายตามองร่างบางตรงหน้าราวกับว่าจะจับผิดอะไรบ้างอย่าง
“เพคะ” เฟยเจินตอบรับก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้
“อาการเจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง”
“หม่อมฉันดีขึ้นแล้วเพคะ ขอบคุณท่านอ๋องที่ทรงเป็นห่วง” เขามาเพื่อที่จะถามนางแค่นี้เหรอ ถ้าหากว่าเป็นห่วงนางจริงทำไมเมื่อวานถึงได้ไม่รีบมาหา คงอยากจะให้นางตายไวๆ น่ะสิไม่ว่า เฟยเจินได้แค่คิดต่อว่าชายหนุ่มในใจ
“ถ้าหากว่าอาการเจ้าดีขึ้นแล้ว วันพรุ่งก็เข้าวังไปเยี่ยมเสด็จแม่พร้อมกับข้าเสียหน่อย”
“ให้ซูเม่ยไปแทนได้หรือไม่เพคะ” คิดว่านางอยากจะไปเจอมารดาของเขามานักหรือไง เจอแต่ละครั้งก็ต้องหาเรื่องมาตำหนินางให้ได้
“เจ้าเป็นพระชายาเอกจะให้พระชายารองอย่างซูเม่ยไปแทนเจ้าได้อย่างไร” นี่นางจะมาไม้ไหนอีกทุกครั้งที่เขาบอกให้ไปเยี่ยมพระมารดา นางก็ไม่เคยจะขัดข้องแต่วันนี้ดันเกิดอะไรขึ้นถึงได้ไม่อยากจะไปนัก
“ทราบด้วยเหรอเพคะว่าหม่อมฉันเป็นชายาเอก ถ้าหากว่าชายาเอกกินได้เพียงข้าวต้มกับผักกาดดอง หม่อมฉันยอมลดตัวไปเป็นบ่าวในจวนจะดีกว่า อย่างน้อยก็กินอาหารดีกว่าพระชายาเอกมากนัก” ถ้าหากว่ามีโอกาสพูดเรื่องนี้แล้ว ถ้าหากว่านางไม่พูดก็ไม่ใช่เฟยเจินน่ะสิ
“มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ มู่เฉิน เจ้าไปตรวจสอบเรื่องนี้มา”
