บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2 ผู้ชายคนนี้ฉันยกให้

ในช่วงแรกที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ซ่งอวี้อิงยังไม่กล้าออกไปเผชิญโลกภายนอกที่ไม่คุ้นเคย เธอเลือกเก็บตัวอยู่ในเรือน และให้สาวใช้ช่วยจัดหาหนังสือมาให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนผันไปตามกาลเวลาผ่านหน้ากระดาษเหล่านั้น ทั้งหนังสือพิมพ์รายวันและนิตยสารฉบับใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในชาติภพก่อน ซึ่งไม่ได้มีเพียงตัวอักษรเรียงราย แต่ยังเต็มไปด้วยภาพถ่ายขาวดำและภาพวาดประกอบ ผู้หญิงในชุดกี่เพ้า เมืองใหญ่ที่มีรถยนต์และรถลากวิ่งสวนกันไปมา รวมถึงโฆษณาสินค้าแปลกตา ภาพเหล่านั้นค่อยๆ เปิดโลกใบใหม่ให้เธอเรียนรู้ และทำให้ตระหนักว่าแผ่นดินที่อาศัยอยู่นี้แตกต่างจากความทรงจำเดิมไปไกลเพียงใด

เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นลงพอให้รู้สึกสดชื่น ลมโชยอ่อนพัดกลีบดอกไม้ปลิวผ่านศาลาไม้กลางสวน แดดบ่ายลอดผ่านผ้าม่านสีเปลือกไข่เข้ามาเป็นริ้วแสง บนโต๊ะไม้มีหนังสือวางกองอยู่หลายเล่ม กลิ่นกระดาษใหม่ผสมกลิ่นหมึกพิมพ์ลอยคลุ้งในอากาศ ตำราภาษาตะวันตกเปิดค้างไว้ ซ่งอวี้อิงใช้ปลายนิ้วไล่ตามบรรทัดอ่านอย่างตั้งใจ บางครั้งก็ขมวดคิ้ว บางครั้งก็จดคำแปลลงในสมุดข้างตัว นิ้วมือเรียวยาวพลิกหน้าหนังสือช้าๆ โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมเคยเรียนกับมิชชันนารีต่างชาติมาก่อน พื้นฐานภาษาจึงยังหลงเหลืออยู่ ทำให้เธอค่อยๆ ปรับตัวและทำความเข้าใจกับโลกใบใหม่นี้ได้ทีละน้อย

เหอจ้าวหลิงที่เพิ่งเดินเข้ามาเผลอหยุดเท้าอยู่ไม่ไกล ภาพหญิงสาวภายใต้แสงรำไรลอดชายไม้ทำให้ความทรงจำเก่าแล่นกลับมา คืนนั้นที่ฝนตกหนัก เสียงฟ้าผ่าและร่างของเธอที่ร่วงตกจากบันได เขานึกว่าเธอจะไม่รอดเสียแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับนั่งอยู่ตรงหน้า สดใสและเงียบสงบ เหมือนคนละคนกับหญิงสาวที่เคยดื้อรั้นในความทรงจำ

“อวี้อิง” เขาเรียกเสียงเบา สีหน้าเจือความรู้สึกผิดอยู่จางๆ

ซ่งอวี้อิงเงยหน้าขึ้นจากตำรา เมื่อเห็นว่าเป็นใคร สายตาพลันฉายความเบื่อหน่ายออกมาอย่างไม่ปิดบัง หากถามว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาและฐานะเป็นอย่างไร ในสายตาของเธอคงต้องใช้คำว่าตามมาตรฐาน ไม่ถึงกับหล่อเหลาคมคาย แค่รื่นหูรื่นตาเท่านั้น ไม่มากพอที่เธอต้องเปลืองแรงลงสนามแย่งชิง

ที่สำคัญคือเขาน่าจะถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับซ่งอี้เฉิงที่มองอุบายของผู้หญิงไม่ออก ช่างเหมือนพวกขุนนางชราที่พอมีอำนาจแล้วก็หลงใหลอนุ ทอดทิ้งภรรยาเอก

“พอดีผ่านมา เห็นเธอนั่งอยู่เลยเข้ามาทัก” เขายิ้มบางอย่างเก้ๆ กังๆ “ดีใจที่เห็นเธอดีขึ้น”

หญิงสาวพยักหน้ารับเท่านั้น หวังให้เขารีบจากไป อย่ามาอยู่ถ่วงเวลาอ่านหนังสือของเธอ แต่เสียงฝีเท้าแผ่วเบาพลันดังขึ้นตามทางเดิน เฉินจิ้งหรูในชุดกี่เพ้าสีฟ้าถือถาดเดินเข้ามา ในนั้นมีกาน้ำชาและขนมอบจัดเรียงอย่างประณีต

“พี่สาวอยู่ที่นี่เอง ฉันเดาไว้ไม่มีผิด เห็นตั้งแต่เช้าว่านั่งอ่านหนังสือคงยังไม่ได้พักเลยใช่ไหมคะ”

ซ่งอวี้อิงมองเพียงแวบเดียว

เฉินจิ้งหรูหัวเราะแผ่วเบาขณะวางถาดลงบนโต๊ะ

“ปกติไม่ค่อยเห็นพี่ชอบอ่านตำรา” เธอพูดด้วยน้ำเสียงรื่นเริง แต่ก็ย้ำเตือนให้ชายหนุ่มได้รู้ว่า ตอนนี้ซ่งอวี้อิงกำลังเปลี่ยนจากคุณหนูขี้อิจฉามาสวมบทบาทคงแก่เรียนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา “หากมีตรงไหนที่พี่ไม่เข้าใจ สามารถถามฉันได้นะคะ”

ชายหนุ่มเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเห็นความอ่อนโยนในแววตาของเฉินจิ้งหรู ก็ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่าซ่งอวี้อิงชอบอาศัยอำนาจข่มเหงผู้อื่น

“ดูสิ หรูเอ๋อร์คิดถึงเธอก่อนเสมอ” เขาพูดเสียงนุ่มเหมือนจะเตือนให้ซ่งอวี้อิงลดอคติลง

“ฉันขอร้องเธอเหรอ” หญิงสาวเหลือบตามองคนทั้งสองด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนจะเอื้อมมือไปเทน้ำชาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ

หญิงสาวเพียงนั่งอยู่ตรงนั้น มีฉากหลังเป็นต้นไม้สีเขียวสด แต่กลับดึงดูดสายตาคนมอง ซ่งอวี้อิงในเวลานี้ดุจดั่งองค์หญิงจากยุคโบราณที่กาลเวลาไม่อาจพรากความสง่างามไปได้ ทุกท่วงท่าทั้งการวางมือบนโต๊ะ ยกจอกชาขึ้นจิบ การจัดระเบียบร่างกายที่ตั้งตรงแต่ผ่อนคลายนั้น ล้วนแล้วแต่แสดงถึงการถูกอบรมมาอย่างดี เป็นความสง่างามที่ไม่ได้พยายามสร้างขึ้นมา แต่เป็นธรรมชาติที่ซึมซับอยู่ในสายเลือด

เหอจ้าวหลิงเผลอมองอยู่นานจนเฉินจิ้งหรูสัมผัสได้ มือเล็กกำเข้าหากันก่อนจะรีบเอ่ยขัด

“ฉันแค่กลัวพี่สาวจะเหนื่อยเกินไปเท่านั้น” เฉินจิ้งหรูพยายามจะยั่วโทสะ หวังให้อีกฝ่ายอาละวาดเหมือนที่ผ่านมา

“เห็นชัดๆ ว่านี่คืองานของสาวใช้” ซ่งอวี้อิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “ในเมื่อเธอลดตัวมาทำเอง ทำไมฉันต้องเห็นเป็นบุญคุณ”

ลมพัดกลีบดอกไม้ปลิวผ่านระหว่างคนทั้งสาม เฉินจิ้งหรูนิ่งไปชั่วขณะก่อนคลี่ยิ้มบาง “ฉันไม่ได้หวังให้พี่ขอบคุณ แค่คิดว่าพี่จะได้พักบ้างก็เท่านั้น”

เหอจ้าวหลิงมองซ่งอวี้อิง สีหน้าแฝงความไม่พอใจเล็กน้อย “เธอไม่ควรพูดแบบนั้น จิ้งหรูอุตส่าห์ตั้งใจ”

ซ่งอวี้อิงคร้านจะสนทนากับลาโง่ตัวนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมจิ้งจอกสาว เช่นนั้นก็โง่ต่อไปก็แล้วกัน

“ที่จริงฉันอยากอธิบายเรื่องวันนั้นมาตลอด” เฉินจิ้งหรูเห็นชายหนุ่มเข้าข้างตัวเองก็รีบพูดถึงเรื่องในวันนั้น อาศัยจังหวะตีเหล็กตอนร้อนทันที หวังให้อีกฝ่ายโมโหจนอาละวาด “ที่จริงฉันกับพี่จ้าวหลิงบริสุทธิ์...”

พึ่บ!

ซ่งอวี้อิงปิดหนังสือแล้วลุกขึ้นยืน แววตาที่มองคนทั้งสองว่างเปล่าเฉยชา

“ไม่ต้องอธิบาย ต่อไปผู้ชายคนนี้ฉันยกให้”

“พี่สาว!” เฉินจิ้งหรูแสร้งทำหน้าตกใจขณะเหลือบไปมองชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าเหอจ้าวหลิงเป็นคนรักศักดิ์ศรีอย่างชายชาติทหาร ตอนนี้เขามียศเป็นถึงพันตรี การที่ซ่งอวี้อิงแค่พูดว่าจะยกให้ ก็เหมือนเหยียบย่ำอยู่บนความทะนงตนของเขา

สีหน้าของเหอจ้าวหลิงย่ำแย่ลง

“เธอหมายความว่ายังไง” น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ซ่งอวี้อิงเพียงกอดหนังสือไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าเยือกเย็น แววตาที่ใช้มองพวกเขาหาได้มีความหวั่นเกรง หรือเสียใจแม้แต่น้อย

“ในเมื่อสัญญาหมั้นหมายไม่ได้เป็นลายลักษณ์อักษร คุณอยากแต่งกับใครก็ตามสบาย” น้ำเสียงของหญิงสาวแฝงความหยิ่งทะนง ขณะก้าวผ่านคนทั้งสองจากไปอย่างไม่แยแส

“แต่จำไว้ว่า คนที่มีสิทธิ์เลือกคือฉัน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel