บทที่ 4 วันคู่กับวันนั้นของเดือน
ครืด ครืด
กิตตินันท์หยุดมือที่กำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวเพราะเสียงโทรศัพท์ของพรประวีย์ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
“ใครโทรมาคะแมวน้อย” เอ่ยถามอย่างอยากรู้ ที่อยากรู้เพราะอยากจะด่ามันครับ โทรมาไม่รู้เวลาเลยคนกำลังจะ...หึ๊ย
“ลูกค้าวันนี้ค่ะ”
พรประวีย์ตอบก่อนจะขยับตัวออกจากวงแขนของชายหนุ่ม เดินพาตัวเองเข้าไปคุยโทรศัพท์ในห้องนอนแต่ก็ยังมีคนบางคนที่แอบเดินตามหลังไปติด ๆ ก็คนมันอยากรู้ไง
‘ลูกค้าผู้ชายคนนั้นแน่!’
“สวัสดีค่ะคุณแทน”
‘ทำเสียงหวานอะไรขนาดนั้น เหอะ!’
คนที่แอบฟังอยู่หน้าประตูทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจ และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องไม่พอใจด้วย แต่ก็ไม่พอใจอะ เข้าใจปะ แอบฟังต่อ
“พรีมพึ่งถึงเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ ขอบคุณนะคะคุณแทน”
(คุณพรีมถึงบ้านอย่างปลอดภัยผมก็สบายใจแล้วครับ รีบพักผ่อนนะครับ ฝันดีครับ)
“...”
พรประวีย์ไม่ได้พูดฝันดีตอบกลับไปเพราะเธอลังเลว่าควรจะพูดดีไหมแต่คิดว่าไม่ดีกว่า เพราะแทนคุณคือลูกค้าและเธอไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับลูกค้ามากเกินกว่าเรื่องงาน
“เป็นลูกค้า แล้วทำไมต้องโทรมาถามด้วยว่าถึงบ้านแล้วหรือยัง”
พอเปิดประตูห้องนอนออกมาปุ๊บก็มีเสียงห้วน ๆ ถามขึ้นมาปั๊บ น้ำเสียงมีความอยากรู้เต็มประดามาก ทำมาเป็นยืนกอดอกเอียงคอรอให้เธอตอบคำถามด้วย
“เขาคงเป็นห่วงพรีมมั้งคะ”
พรประวีย์ตอบตามสิ่งที่เธอคิด ถึงจะเป็นแค่คนรู้จักกันหรือเป็นลูกค้ามันก็ไม่ผิดเลยถ้าอีกฝ่ายจะแสดงความห่วงใยในฐานะเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน แต่ที่น่าสงสัยคือคนที่เดินตามตูดเธออยู่ในตอนนี้ต่างหาก ช่วงนี้เขาเป็นอะไรทำไมตามติดเธอจังเลย?
“พี่กิตไปนอนดูหนังรอก่อนก็ได้นะ ขอพรีมอาบน้ำก่อนแล้วจะออกไปดูหนังเป็นเพื่อนค่ะ”
คนตัวสูงกว่ายังคงยืนกอดอกรอคำตอบจากเธออยู่ก็จริงแต่สายตาของเขามองร่างกายของเธอด้วยแววตาวาววับขนาดนั้น ดูก็รู้ว่าเขากำลังต้องการร่วมรักกับเธอมาก
คนอะไรหื่นได้แม้กระทั้งยังสงสัยอีกเรื่องหนึ่งอยู่ก็ตาม แต่ก็นะ เขาเป็นแบบนี้แหละเธอเองก็รู้จักเขาดี กิตตินันท์ก็ผู้ชายคนหนึ่งที่มีความต้องการได้อย่างไม่รู้จักเบื่อ พละกำลังเขามีเหลือล้นมากให้กับเรื่องบนเตียงและเขาก็ดูแลเธอเป็นอย่างดีมากเช่นกันเวลาที่เราสองคนปรนเปรอความสุขให้แก่กัน
“พี่ก็ยังไม่ได้อาบน้ำเหมือนกัน งั้นขอพี่อาบพร้อมพรีมเลยได้ไหมคะ อาบเสร็จแล้วเราจะได้เริ่มดูหนังพร้อมกันเลย”
“พรีมรู้นะคะ ว่าพี่กิตมีแผนจะจับพรีมกินในห้องน้ำก่อน”
เอ่ยดักคอเขาอย่างรู้ทันแต่ก็ยอมยืนนิ่ง ๆ ให้ร่างหนาถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกให้ ทว่า...
“พรีม!” เสียงของกิตตินันท์ตกใจมากเมื่อเขาเห็นคราบเลือดที่ติดอยู่ในกางเกงชั้นในของพรประวีย์
ทันใดนั้นเองหญิงสาวถึงกับใบหน้าร้อนผะผ่าวด้วยความเขินอายก่อนจะรีบแย่งกางเกงชั้นในตัวจิ๋วมาซ่อนไว้ข้างหลังตัวเองพร้อมกับผลักตัวกิตตินันท์ให้เดินออกจากห้องน้ำไป แต่ชายหนุ่มไม่ยอมขยับไปไหน ใบหน้าของเขายังคงตกใจกับสิ่งที่เห็นและเป็นห่วงเธอมาก หัวใจร้อนรนไปหมด
คนเลือดออกนะเว้ยต้องรีบพาไปหาหมอ!
“พี่กิตออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ”
“พรีม เลือดออกแบบนี้ต้องไปโรงพยาบาลแล้วนะ” ว่าแล้วก็ก้าวเข้าหาหวังจะอุ้มตัวหญิงสาวขึ้นแต่พรประวีย์ขยับหนี
“พรีมไม่ได้เป็นอะไรค่ะ พรีมแค่เป็นเมนส์”
“เป็นเมนส์!”
“ใช่ค่ะ พรีมลืมไปเลยว่าเมนส์จะมาช่วงนี้พอดี”
“เป็นเมนส์แน่นะ ไม่ได้เป็นอย่างอื่นที่ร้ายแรงใช่ไหม”
“แน่ค่ะ พี่กิตไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
เขารู้จักเรื่องของการมีประจำเดือนอยู่บ้างแต่ก็พึ่งจะได้ให้เลือดประจำเดือนเต็มตาก็วันนี้แหละเพราะปกติแล้วพรประวีย์จะส่งสัญญาณบอกเขาก่อนว่าเธอกำลังมีวันนั้นของเดือน แต่ครั้งนี้เธอคงงานยุ่งมาก ๆ จนลืมสนใจเรื่องปกติของผู้หญิงแบบนี้ไป
“พรีมไม่ได้เจ็บป่วยอะไรพี่ก็สบายใจแล้ว”
ประจำเดือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรอกแต่ฮอร์โมนช่วงนี้ของหญิงสาวต่างหากที่ร้ายแรง รุนแรงยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่สองอีก รุนแรงมากและง้อยากมากด้วย
“เป็นห่วงเขาเหรอตะเอง”
“อืม ก็ไม่ให้ห่วงเพื่อนแล้วจะให้ห่วงแมวที่ไหนละคะคนสวย แม่แมวน้อยแก้มนิ่มของพี่”
ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มนุ่ม ๆ หนึ่งฟอดใหญ่แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำไป เพราะตอนนี้พรประวีย์คงเหนอะหนะตัวมากและเขาไม่ควรทำอะไรให้เธออารมณ์ขึ้น
ถ้าอารมณ์อย่างว่าขึ้นอันนี้พร้อมสู้มากแต่อารมณ์โมโหตอนเป็นเธอเมนส์อยู่อันนี้ผมไม่สู้ครับ เขาเคยเจอมากับตัวแล้วเพราะกวนประสาทพรประวีย์ในช่วงที่เธอมีวันนั้นของเดือน ขอบอกเลยว่าเข็ด ไม่กล้าทำอะไรให้เธอไม่พอใจในช่วงเวลานั้นเด็ดขาด ง้อยากมาก เอาใจยากสุด ๆ เขาเอาใจเธอจนบางครั้งก็แอบคิดไปว่า
ถ้าตัวเองมีแฟนขึ้นมาจริง ๆ จะดูและเอาใจใส่ได้เหมือนที่เขาทำให้พรประวีย์หรือเปล่า ตอนนี้ก็ไม่ได้จะบอกว่าเขาดูแลเธอดีเลิศเลออะไรหรอกนะแต่ก็ทำให้ด้วยความเต็มใจทุกอย่าง ทำให้เธอจนตัวกิตตินันท์เองก็ชินไปแล้ว จนรู้สึกว่าเธอคือคนข้างกายของเขาจริง ๆ แต่ความจริงคือเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนี่สิ แล้วถ้าเกิดเขามีแฟนจริง ๆ ขึ้นมาแล้วดูแลไม่ได้เท่านี้ หึ สู้ไม่มีเลยจะดีกว่าเพราะก็ไม่ได้อยากจะมีอยู่แล้ว
“ทำไมเราสองคนไม่เป็นแฟนกันเลยล่ะคะ ถ้าไม่ใช่เราค่อยกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมก็ได้นี่”
เป็นประโยคคำถามจากพรประวีย์หลังจากที่เราสองคนได้ผ่านค่ำคืนที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราสองคนได้
เธอเสนอเส้นทางที่เราจะได้คบกันอย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องมาหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือปิดบังความสัมพันธ์ของเราสองคน ในเมื่อเขาติดใจร่างกายของเธอ จนกิตตินันท์รวบรวมความกล้ามาขอเธอเป็นคู่นอน เธอเองก็ถูกใจและสบายใจกับเขา ต่อให้ยังไม่ได้รักกันแบบคนรักแต่ถ้าอยู่ในสถานะแฟนมันจะดีกว่าไหม อยากไปไหนด้วยกันก็ไม่ต้องมาหาข้ออ้างว่าบังเอิญเจอหรืออะไรแบบนั้น
แต่สุดท้าย คนที่ไม่เคยคิดที่จะมีแฟน คนที่รักอิสระไม่อยากผูกมัดกับใครอย่างกิตตินันท์เขาก็เลือกที่จะปฏิเสธทางเลือกที่เธอเสนอมา
