บทที่ 1 ไม่ใช่แฟนห้ามมาเยอะ
“คืนนี้อยากกินอะไรคะ เดี๋ยวพี่ซื้อเข้ามาฝากหรืออยากหาอะไรกินข้างนอก” คนที่คร่อมตัวพรประวีย์เอ่ยถามขณะที่ใช้ปลายจมูกซุกไซ้ไปทั่วพวงแก้มเนียนใส เดี๋ยวหอมเดี๋ยวงับแก้มเธออยู่อย่างนั้นมาประมาณ5นาทีแล้ว
“เดี๋ยวพรีมหาอะไรข้างนอกกินดีกว่าค่ะ”
“ถ้างั้นพี่ไปรับตอนเลิกงานนะ” เมื่อได้คำตอบจากหญิงสาวแล้วก็ขอเลื่อนใบหน้าลงไปทักทายยอดอกสีชมพูสวยสักหน่อย มันตั้งชูชันล่อลวงให้เขาลงไปดูดดุนมาก
เมื่อคืนเขาให้ของขวัญวันเกิดเธอแบบจัดหนัดจัดเต็มทั้งคืนจนพรประวีย์หมดแรงและยอมใส่ชุดวันเกิดนอนตามใจเขา ทำให้ตอนนี้กิตตินันท์สามารถฉกชิมความหอมหวานไปทั่วเรือนร่างเย้ายวนได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาถอดเสื้อผ้าของกันและกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้พรีมจะขับรถไปทำงานเอง”
“ทำไม?”
หยุดมูมมามกับหน้าอกอวบอั๋นล้นมือแล้วขยับตัวเองขึ้นมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกันกับหน้าหวาน แต่มือหนายังไม่วายขอบีบคลึงให้ชื่นใจสักหน่อย
“วันนี้พรีมมีนัดไปคุยงานกับลูกค้าตอนเย็นค่ะ”
“แต่วันนี้วันคู่...”
วันคู่ที่แปลว่าคืนนี้เขากับเธอนอนด้วยกันได้และ...ได้ทั้งคืนด้วย
“คิดแต่เรื่องหื่น ๆ กับพรีมอย่างเดียวเลยนะคะ”
เอ้า มาว่ากันซะงั้น แต่กิตตินันท์ไม่เถียงเพราะเขาก็เป็นอย่างที่เธอพูดจริง เพียงแต่เขารู้สึกอยากกินแค่เธอคนเดียว จะเรียกว่าติดใจพรประวีย์ก็ได้ ร่างกายของเธอมหัศจรรย์มากหลังจากคืนนั้นเขาก็ไม่สามารถซื้อกินเหมือนที่ผ่าน ๆ มาได้อีกเลย มันคิดถึงแต่ความหอมหวานบนร่างกายของเธอคนเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาหน้าด้านขอเธอเป็นคู่นอนยังไงเล่าและดีใจมากที่เธอตอบตกลง
“ก็ไม่ใช่แค่เรื่องหื่น ๆ แต่พี่คิดถึงพรีมด้วยต่างหาก” จุมพิตลงบนกลีบปากสีชมพูระเรื่อไปหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อว่า
“นอนเตียงเดียวกับพรีมมันทำให้พี่หลับสบายดีค่ะ”
“พี่กิตก็ไปหาซื้อเตียงแบบพรีมไว้ที่คอนโคของตัวเองสิคะ จะได้นอนหลับสบาย และพรีมจะได้ไม่ต้องมีคนตัวใหญ่มานอนเบียดด้วย”
เขาน่ะตัวใหญ่กว่าเธอมาก นอนก็กินที่แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ชอบนอนกอดแล้วเอาแก้มไปซบกับแผ่นหลังกว้างของเขามันอบอุ่นดี และก็ชอบมากกว่าตอนที่เขานอนกอดเธอแต่จะไม่บอกให้กิตตินันท์รู้หรอกนะ ว่าเธอชอบให้เขานอนกอดเพราะเดี๋ยวจะได้ใจหาเรื่องมานอนกับเธอทุกวี่วันทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน
เราเป็นแค่คู่นอนก็ไม่ต้องนอนด้วยกันทุกวันก็ได้มั้ง เรื่องวันคี่วันคู่ ตอนนี้เขาก็ทำมึนไม่สนใจมีแต่จะหาเรื่องมานอนกับเธอไม่ก็ให้เธอไปค้างกับเขา พี่กิตมึนมากค่ะ...
‘ก็แค่คนสองคนที่เป็นเพื่อนกันแล้วเกิดอยากจะขยับฐานะขึ้นมาเป็นคู่นอนก็เท่านั้น’
“ลุกไปได้แล้วค่ะ พรีมจะต้องไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว เดี๋ยวไปทำงานสาย”
ใช้สองมือดันแผ่นอกแกร่งให้ลุกขึ้น และเขาก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดีเพราะเห็นว่า ถ้ายังกักตัวเธอไว้แบบนี้เขาได้โดนเธอโกรธแน่เพราะเขาจะเป็นต้นเหตุทำให้แมวน้อยไปทำงานสาย
“มีนัดคุยงานกับลูกค้าที่ไหนเหรอ”
ถามไปด้วยก็หยิบแคปซูลกาแฟรสชาติที่พรประวีย์ชอบใส่ในเครื่องชงกาแฟ ระหว่างรอก็จัดการติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เรียบร้อยเพราะมัวแต่ห่วงจะเตรียมกาแฟให้หญิงสาว ทำให้กิตตินันท์รีบอาบน้ำแล้วแต่งตัวแบบลวก ๆ ออกมาทำกาแฟรอแมวน้อยของเขาในขณะที่พรประวีย์กำลังแต่งหน้าอยู่
“ที่บ้านของลูกค้าค่ะ”
บ้านเหรอ? ทำไมต้องให้เธอไปคุยที่บ้านด้วยวะ
“แล้ว ลูกค้าผู้หญิงเหรอ สวยปะ”
เป็นคำถามที่เลี่ยงจะถามออกไปตรง ๆ ว่าเป็นลูกค้าผู้ชายหรือเปล่า เพราะไม่อยากทำให้เธอมองว่าเขาก้าวก่าย
“เสียใจด้วยนะคะ พอดีเป็นลูกค้าผู้ชายค่ะพรีมคงตอบไม่ได้ว่าสวยหรือไม่สวย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นถามว่าลูกค้าหล่อไหมอันนี้พรีมตอบได้ค่ะ”
“จะมีใครหล่อเท่าพี่” ขอบอกเลยว่า ถ้าเขาไม่มั่นหน้ามั่นโหนกไม่กล้าพูดแบบนี้หรอกครับ “แล้วหล่อไหมล่ะ ลูกค้าน่ะ”
“หล่อค่ะ หล่อมาก แถมยังโสดด้วยนะคะ”
หล่อด้วย โสดด้วย เหอะ!
“แล้วทำไมต้องไปที่บ้านลูกค้าด้วย คุยเรื่องงานก็น่าจะหาสถานที่ที่เหมาะสมกว่าที่บ้านนะ”
ที่พูดก็เพราะเป็นหวงเท่านั้นในฐานะ...เพื่อนและคู่นอนไง
“ก็คุณลูกค้าไม่สะดวกออกมาคุยข้างนอกค่ะ พรีมเลยต้องเข้าไปที่บ้านของเขาแทน แน่ะ! พูดแบบนี้หวงพรีมเหรอคะ”
“ใครหวง พี่แค่เป็นห่วงค่ะ ไปอยู่ในบ้านกับผู้ชายสองต่อสองมันจะอันตรายถึงจะเป็นลูกค้าก็เถอะ และพรีมน่ะเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังโสดอีก พี่ไม่อยากให้ไปเจอคนไม่ดี เชื่อพี่ นัดมาคุยงานข้างนอกดีกว่าเดี๋ยวพี่ไปอยู่ด้วย”
“พรีมก็อยู่กับพี่กิตสองต่อสองนะคะ ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย” อันที่จริงก็เป็น คือเธอกับเขาต่างเสียตัวให้กันด้วยความเต็มใจไงและมันก็ฟินดี อันนี้นับเป็นข้อดี
“ก็พี่เป็นเพื่อนที่พรีมรู้จักดีอยู่แล้วไง จะเป็นอันตรายได้ยังไงละ”
“จ้า ๆ แล้วที่ชมพรีมว่าทั้งสวย ทั้งเก่ง ชมกันขนาดนี้แต่ทำไมไม่ยอมเป็นแฟนกับพรีมล่ะคะ คุณสมบัติพรีมก็พร้อมนะ พี่กิตไม่สนใจอยากให้พรีมเป็นแฟนบ้างเหรอ”
พรประวีย์ไม่ได้ถามเชิงน้อยใจ เธอถามติดตลกออกไปเสียด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คำพูดของเธอมีอะไรผิดปกติอย่างนั้นเหรอเขาถึงได้ดึงหน้าเข้มขึ้นมาทันที
“เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะคะพรีม พี่บอกแล้วว่าพี่ไม่อยากมีแฟนและกับพรีม ถ้าไม่มองเรื่องที่เราตกลงเป็นคู่นอนกันพี่ก็มองพรีมเป็นเพื่อนที่พี่รักคนหนึ่ง ไม่สามารถมองเป็นแฟนได้”
พรประวีย์ระบายยิ้มบาง ๆ พร้อมเดินเข้ามายกแก้วกาแฟที่เขาทำไว้รอขึ้นดื่ม ก่อนจะเขย่งปลายเท้าตัวเองแล้วจุมพิตบนริมฝีปากของกิตตินันท์
“รู้แล้วจ้าสุดหล่อ และในเมื่อพี่กิตไม่สามารถให้พรีมเป็นมากกว่าเพื่อนได้ เพราะฉะนั้น พี่กิตจะมาห่วงหรือหวงพรีมกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้นะคะ พรีมโตแล้วและเลือกได้ค่ะว่าจะชอบหรือไม่ชอบใคร สถานะคู่นอนของเราพี่กิตก็รู้นี่คะว่ามันจะไม่มีวันเป็นแบบนี้ตลอดไป สักวันความสัมพันธ์แบบนี้จะต้องจบลงเพราะพรีมก็อยากมีคู่ชีวิตที่ดีและอยู่ด้วยกันไปจนแก่ค่ะ”
กฏขั้นพื้นฐานของการเป็นคู่นอนก็คือจะไม่ก้าวก่ายหรือแสดงความเป็นเจ้าของอีกฝ่าย และทั้งเธอกับเขาต่างรู้กฏข้อนี้ดีอยู่แล้ว ในเมื่อเขาสบายใจให้เธอเป็นคู่นอนในตอนที่เราทั้งสองคนยังไม่มีใครซึ่งพรประวีย์เองก็สบายใจเช่นกัน แต่นั้นไม่ได้แปลว่าเธอจะมองผู้ชายคนอื่นไม่ได้ เพราะเธอก็อยากเจอคนที่รักเธอและพร้อมจะสร้างครอบครัวกับเธอด้วยเหมือนกัน
บางทีก็คิดนะ ว่าอยากให้เป็นเขาแต่ก็นั้นแหละ ก็แค่คิดในบางที...
“คืนนี้เจอกันนะคะ พรีมต้องไปทำงานละ” จุ๊บเขาอีกหนึ่งครั้งแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าใบโปรดก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อีกคนยืนหัวใจกระตุกโดยหาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้
