บท
ตั้งค่า

ตอนที่ห้า คนแปลกหน้า2

ตอนที่ห้า

คนแปลกหน้า

คำว่า ‘คนแปลกหน้า’ ทำให้หลินฟู่หัวเราะเบาๆ ในใจ

นางใช้คำว่าคนแปลกหน้ากับป่า

แล้วเขาเล่า กับชายที่เพิ่งพบหน้ากันแค่ไม่กี่ชั่วยาม ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับนางหรอกหรือ

ไม่ว่าในใจจะคิดเช่นไร แต่หลินฟู่ยังคงพยักหน้ายอมรับแล้วก้าวเท้าตามหญิงสาวเข้าไปในกระท่อมโดยดี

รอจนนางจุดไฟจากเศษไม้จนสว่างจึงค่อยมองสำรวจไปทั่วกระท่อมซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก

เตาไฟดินตั้งอยู่เยื้องไปทางด้านหลังข้างหน้าต่าง ควันจางๆ เกาะติดเพดานไม้จนเป็นสีคล้ำ

เมื่อมองไปมุมหนึ่งเห็นเสื่อเก่าและผ้าห่มหยาบวางพับไว้ ส่วนอีกมุมแขวนเครื่องมือหาของป่า มีด ธนู และตะกร้าสานจากเถาวัลย์ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย แต่สะอาดและเป็นระเบียบ

บรรยากาศของกระท่อมแฝงด้วยความอบอุ่นและระมัดระวัง โดยมีเสียงลมโอบล้อมอยู่ทุกทิศท่ามกลางความเวิ้งว้างของป่าใหญ่

เซียงชุนอ้ายย่อมไม่รู้จุดประสงค์แท้จริงของชายหนุ่มผู้นี้ จึงปล่อยให้เขามองซ้ายมองขวาด้วยมั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง

ในใจของหญิงสาวขณะเดินไปแขวนเครื่องมือเครื่องใช้ริมผนังยังรู้สึกว่าการมีคนให้ได้พูดคุยด้วยช่างดียิ่งนัก

เขาต่างจากบิดาของนางด้วยมีอายุห่างกันไม่มาก เมื่อได้พูดคุยกันระหว่างทางจึงรู้สึกสนุกสนานยิ่ง

แม้เขาจะมีร่างสูงเช่นกันกับบิดา แต่ใบหน้ากลับสะอาดเอี่ยมน่ามองกว่า ทั้งเมื่อมองไปมองมายังเห็นว่าภายใต้เสื้อผ้านั้นน่าจะมีกล้ามอกอยู่บ้าง

เป้าหมายของนางจึงเป็นการรั้งตัวเขาเอาไว้ให้อยู่เป็นเพื่อนนางนานอีกสักหน่อย

อย่างน้อยก็เพื่อคลายความเหงาและความอยากรู้อยากเห็นของนาง

ความจริงนางสังเกตเห็นแต่แรกแล้วว่าเขาไม่ได้หลงป่าและกำลังตามหาของบางอย่าง เพียงแต่แววตาของเขาไม่ได้ดุร้ายหรือกลิ้งกลอก

เซียงชุนอ้ายจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดูสักครั้ง

ฟากหลินฟู่ หลังจากมองสำรวจอยู่ครู่หนึ่งเห็นเพียงโต๊ะกลางสำหรับกินข้าวและวางข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันจึงเดินไปนั่งลง

ความจริงแล้ว เขาไม่ได้หลงป่า เพียงได้ยินข่าวลือว่าในป่าแห่งนี้มีขุมสมบัติซึ่งจอมโจรรุ่นก่อนฝังเอาไว้ เขาจึงอาสาเข้ามาเสาะหาร่องรอย

การที่เซียงชุนอ้ายพาเขาเดินวกวนไปมา ใช่ว่าเขาจะไม่รับรู้

เพียงแต่...เขายังอยากรู้เจตนาของนาง ทั้งยังอยากสืบว่าหญิงสาวนางนี้พอรู้เรื่องสมบัติบ้างหรือไม่

ในเมื่อนางเกิดและเติบโตที่นี่ อาจเคยพบเห็นเบาะแสใดบ้าง

หรือไม่ก็...อาจไหว้วานให้นางพาเขาไปเสาะหาก็เป็นได้

สายตาที่มองเซียงชุนอ้ายผู้เดินหายไปหลังประตูห้อง ซึ่งมีอยู่เพียงห้องเดียวจึงไม่ได้ตื่นตระหนกหรือวิตกกังวล

และยังออกจะเชื่อคำของหญิงสาวที่เล่ามาตลอดทาง เรื่องที่นางพักอาศัยอยู่กับบิดาในป่าลึกโดยเฉพาะเมื่อเซียงชุนอ้ายเดินมายื่นเสื้อผ้าให้

“พี่ฟู่ พี่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด นี่เป็นชุดของท่านพ่อ แม้จะเก่าขาดไปบ้างแต่ข้าก็ซักจนสะอาด อย่างไรย่อมดีกว่าชุดที่พี่สวมอยู่”

หลินฟู่ ก้มลงมองชุดที่เปรอะเลอะไปด้วยคราบเหงื่อและดินโคลนของตนเอง ก่อนจะพยักหน้าแล้วเอื้อมมือไปรับเสื้อผ้ามาถือไว้

หญิงสาวเห็นอาการมองซ้ายมองขวาโดยยังไม่ยอมเปลี่ยนชุดเสื้อจึงเพิ่งคิดได้ว่าเขาไม่ใช่บิดาซึ่งมักถอดเสื้อเดินไปเดินมาอยู่ภายในบ้าน

“ข้าจะไปทำอาหารก่อน” ร่างเล็กจึงเดินหันหลังไปทางเตาไฟเพื่อเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อโดยไม่เคอะเขิน

ด้วยวันนี้มัวแต่เดินวนอยู่ทั้งวันจึงไม่ได้ล่าสัตว์หรือเก็บพืชผักติดมือมา เซียงชุนอ้ายจึงลงมือต้มน้ำแกงหน่อไม้ซึ่งเก็บมาวางเอาไว้หลายวันแล้ว

เมื่อแล้วเสร็จจึงยกออกมาวางบนโต๊ะซึ่งมีอยู่ตัวเดียวและบัดนี้หลินฟู่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“สองสามวันนี้ข้าไม่ได้หาอาหารมาเก็บไว้มีแค่หน่อไม้ พี่ฟู่กินไปก่อนก็แล้วกัน”

“มีสิ่งใดก็กินสิ่งนั้นเถิด พี่กินง่ายขอแค่มีอาหารลงท้องให้คลายหิวก็พอแล้ว” หลินฟู่รับชามน้ำแกงมากินด้วยรอยยิ้มโดยไม่เกี่ยงงอน

ครั้นมือเล็กยกไหสุราขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างภาคภูมิใจ “ข้ายังมีสิ่งนี้ด้วย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel