ตอนที่สี่ เขาเป็นชายหนุ่ม
ตอนที่สี่
เขาเป็นชายหนุ่ม
สตรีขี้เมาเซียงชุนอ้ายดื่มสุราจนเมามายก่อนจะหลับตาลงพลางคิดถึงบิดาแล้วกล่าวคำมั่นสัญญา
ในเมื่อท่านพ่ออยากเห็นข้าอยู่ให้ได้
ข้าก็ต้องอยู่อย่างมีความสุขให้ท่านพ่อและท่านแม่ที่มองลงมาจากบนฟ้าได้เห็น
ช่วยคุ้มครองข้าด้วยนะเจ้าคะ
ยามเช้า หมอกบางลอยต่ำเหนือพื้นดิน กลิ่นดินชื้นปะปนกับกลิ่นใบไม้สด เซียงชุนอ้ายสะพายมีดพร้าไว้ข้างเอว เดินเข้าไปในป่าเพื่อหาสมุนไพรมาหมักสุราและหาอาหารด้วยฝีเท้ามั่นคง
แม้เมื่อคืนนางจะดื่มสุราจนเมาพับหลับไปอย่างเช่นหลายคืนที่ผ่านมา แต่สายตาที่สอดส่ายบนพื้นข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
เซียงชุนอ้ายอดคิดไปถึงคำสอนของบิดาผู้จากไป ที่ว่ากิ่งไม้ใดเหยียบได้ หรือก้อนหินใดควรเลี่ยง ก่อนจะมีน้ำตาหยดเล็กเอ่อคลอด้วยความคิดถึงร่างสูงใหญ่ซึ่งมักเดินนำอยู่ข้างหน้า
กระทั่งจู่ๆ สายตาว่องไวก็เหลือบเห็นเงาคล้ายกับคนโฉบผ่านไปทางด้านซ้าย
เซียงชุนอ้ายจึงหยุดชะงักรีบหลบเข้าหลังต้นไม้ใหญ่เพื่อสอดส่องให้แน่ใจ
นั่นไง!...ไม่ใช่แค่เงา แต่เป็นสิ่งมีชีวิต
ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ภาพหลอน
เป็นคนจริงๆ
หัวใจของเซียงชุนอ้ายเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นางเผลอสูดลมหายใจลึกด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
หญิงสาวลืมไปนานแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นคนอื่นนั้นนางรู้สึกเช่นไร ด้วยบิดาแค่เคยพาไปเฉียดใกล้หมู่บ้านและเห็นเพียงสตรีสูงอายุกับเด็กเล็กวิ่งเล่นกันเท่านั้น
แต่คราวนี้ ร่างนี้เป็น...
ชายหนุ่ม! เขาเป็นชายเหมือนกับท่านพ่อ!
ชายหนุ่มผิวขาวสะอาด ใบหน้าเรียบนิ่งจัดว่าชวนมอง เขากำลังยืนก้มมองบางสิ่งบางอย่างอยู่กลางพื้นหญ้าสูงซึ่งสะท้อนแสงแดดอ่อนอย่างไม่ระแวดระวัง
เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่แม้เรียบง่ายแต่เนื้อผ้าดูดีเกินไปไม่เข้ากับป่าที่กำลังยืนอยู่ ทั้งท่าทางสงบ ไร้ความแตกตื่น ยิ่งชวนให้ผิดแปลกไร้ความกลมกลืน
แม้ควรจะระแวงให้มาก ด้วยบิดาเคยกำชับเอาไว้แน่นหนัก
“อย่าไว้ใจป่า และอย่าไว้ใจคนซึ่งอันตรายยิ่งกว่า หากเจอคนในป่า อย่าเพิ่งเชื่อคำพูดของเขา ไม่ว่าเป็นหญิงหรือชาย เจ้าต้องสังเกตให้ดี ไม่ว่า มือ เครื่องแต่งกาย ท่าทาง ทุกสิ่งทุกอย่าง
การที่พวกเขามาโผล่ในป่าลึกย่อมมีจุดประสงค์แอบแฝง อย่าเพิ่งเชื่อคำใดโดยง่าย”
แม้จะจำคำของบิดาได้แม่นยำ แต่เซียงชุนอ้ายกลับรู้สึกดีใจเกินกว่าจะละทิ้งโอกาสอันดีนี้
ไม่ใช่แค่เพราะชายตรงหน้ามีหน้าตาน่ามอง หรือไม่ใช่เพราะเขาแต่งกายดีเกินไป และไม่ใช่ท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่คล้ายจะไม่ดุร้ายนั้น
แต่เพราะในที่สุด นางจะได้พูดจากับคนจริงๆ เสียที หลังจากที่ต้องพูดคุยอยู่แต่กับสัตว์และสายลม
เซียงชุนอ้ายตัดสินใจก้าวออกจากหลังต้นไม้ ย่ำใบไม้กรอบใต้ฝ่าเท้าพลางเอ่ยทักทายช้าๆ
“เจ้า…หลงป่าหรือ” เสียงที่แหบเล็กน้อย ราวกับไม่ได้เปิดปากพูดมานานเรียกให้ชายหนุ่มหันขวับมา
ดวงตาดำสนิทมองสตรีตรงหน้าพลางเผยรอยยิ้มกว้างราวกำลังดีใจ
ในเสี้ยววินาทีนั้น เซียงชุนอ้ายไม่อาจรู้ได้ว่าเขากำลังดีใจที่ได้พบกับคน หรือกำลังดีใจที่มีโอกาสรอด
ชายหนุ่มยกมือขึ้นทักทายเล็กน้อย ด้วยท่าทางสุภาพราวเกรงว่าจะทำให้นางตกใจ
“ใช่ ข้าหลงทางมา ไม่คิดว่าจะพบผู้ใดอยู่ลึกถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะ...สตรี!” ถ้อยคำที่เอ่ยด้วยเสียงนุ่ม ฟังดูสุภาพและมีมารยาทนัก ทั้งท่าทางยังนิ่งเกินกว่าคนที่ควรหวาดกลัวหรือวิตกกังวลกระวนกระวายยามหลงป่า
แต่เซียงชุนอ้ายกลับไม่คิดมากและเอ่ยบอก “ป่าแถวนี้จัดว่าอันตราย หากไม่รู้เส้นทาง”
ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววกังวลใจเล็กน้อย เขาเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังลังเลก่อนจะเอ่ย “เช่นนั้น แม่นางพอจะช่วยนำทางพาข้าออกไป ได้หรือไม่”
