ตอนที่สี่ เขาเป็นชายหนุ่ม 2
ตอนที่สี่
เขาเป็นชายหนุ่ม
ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววกังวลใจเล็กน้อย เขาเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังลังเลก่อนจะเอ่ย “เช่นนั้น แม่นางพอจะช่วยนำทางพาข้าออกไป ได้หรือไม่”
เซียงชุนอ้ายแสร้งชะงักไปครู่หนึ่ง เงยหน้ามองฟ้ามองดินก่อนจะถอนหายใจ “คงต้องเป็นเช่นนั้น ด้วยหากออกไปไม่ได้ก่อนฟ้ามืด อาจมีอันตรายมากกว่าที่คาดคิด”
สีหน้าของชายหนุ่มเผยความยินดีจนเปิดรอยยิ้มกว้างพลางประสานมือโค้งคำนับ
“คงต้องรบกวนเจ้าแล้ว ข้ามีนามว่า ‘หลินฟู่’”
“ชื่อของข้าคือ ‘เซียงชุนอ้าย’” หญิงสาวแนะนำตัวเองอย่างภาคภูมิใจด้วยเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสเอ่ยชื่อของตนเองต่อหน้าผู้อื่น
“แม่นางเซียง ขอรบกวนด้วย”
คำเรียกขานแสนสุภาพและให้เกียรตินั้นกลับทำให้เซียงชุนอ้ายไม่เคยชิน
“เรียกข้าว่า ‘ชุนอ้าย’ เถิด”
“ได้ ในเมื่อน้องชุนอ้ายไม่รังเกียจ เช่นนั้นก็เรียกข้าว่า ‘พี่ฟู่’ เถิดนะ นับจากนี้ ชีวิตของพี่ฟู่ ขอฝากไว้ในมือของเจ้า” ถ้อยคำยกยอเรียกสีแดงระเรื่อซึ่งมองเห็นไม่ชัดบนใบหน้าคล้ำแดดของหญิงสาว
“เช่นนั้นก็ตามมา”
เซียงชุนอ้ายรีบหันหลังแล้วเดินนำอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดอาการขัดเขิน ขณะหลินฟู่เดินตามอย่างระมัดระวังโดยเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม
สายตาของชายหนุ่มจับจ้องเรือนร่างแข็งแรงได้สัดส่วนของสตรีที่เดินนำไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่ว
กล้ามเนื้อเล็กๆ ตามแขนและขาแน่นกระชับบ่งบอกได้ว่านางใช้แรงจากการปีนป่ายหรือวิ่งฝ่าพงหญ้าอยู่เป็นประจำ
ผิวของนางออกไปทางคล้ำเล็กน้อย แม้ไม่ใช่ความหม่นหมองแต่ไม่ได้ขาวนวลเช่นสตรีในห้องหอ บ่งบอกว่าโดนแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ
ในใจของหลินฟู่พยายามคาดเดาตัวตนของหญิงสาวซึ่งจู่ๆ ก็โผล่อยู่กลางป่า
นางมีแววตาดีใจและกระตือรือร้นที่ได้พูดคุย น่าจะเป็นเพราะนานๆ จึงจะได้พบเจอผู้คน
ส่วนท่าทีที่ยอมช่วยเหลือโดยไม่ต่อรองค่าตอบแทนสักคำ บ่งบอกได้ถึงความใสซื่อ ดูแล้วน่าจะไม่ใช่คนโลภ
เพียงแต่...เหตุใดนางจึงมาอยู่ในป่าลึกเช่นนี้
หลินฟู่จงใจแสดงความอ่อนแอโดยกล่าวขอโทษทุกครั้งที่เผลอสะดุดกิ่งไม้จนซวนเซ ขณะเซียงชุนอ้ายต้องหยุดรอและบางครั้งยังต้องเข้ามาประคองโดยไม่ถือตัว
ระหว่างทาง ชายหนุ่มเอ่ยถามเรื่องราวของหญิงสาวด้วยความสนใจโดยพยายามไม่ละลาบละล้วงและปล่อยให้นางพูดเล่าออกมาเอง
