2 ช่วยพาข้ากลับเมืองหลวง
เมื่อเลือดตามบาดแผลนายท่านเริ่มหยุดไหลลมหายใจเริ่มดีขึ้น อวี่หลงที่จ้องมองอยู่ก็เริ่มรู้สึกเจ็บตามร่างกาย ได้เอ่ยปากฝากเด็กหญิงดูแลนายท่านเพื่อขอตัวไปชำระล้างร่างกายที่ทั้งตัวมีแต่เลือดแห้งเกรอะกรังรวมกับเศษฝุ่นดินแข็งแห้งสกปรกไปทั่ว หลังจากอาบน้ำกลับมามีบางแผลของเขาที่เลือดยังไม่หยุดไหล จึงเอาเศษสมุนไพรที่เหลืออยู่จากการห้ามเลือดของนายท่านทาไปตามบาดแผลเลือดค่อยๆหยุดไหล เวลานี้เนื้อย่างถูกเด็กหญิงทานเข้าไปบางส่วน เพราะกลิ่นเนื้อย่างที่พัดมากับลมทำให้ความหิวตีตื้นขึ้นมาทันที เขากดข่มความอายออกปากขออาหารกับเด็กน้อย ไม่มีเสียงตอบกลับมาหากแต่อีกฝ่ายก็ยื่นเนื้อทั้งไม้กลับมาให้ ลุกเดินไปล้างมือเรียบร้อยแล้วเดินกลับมาหันไปหลับพักผ่อน เวลานี้พึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีม้าสีดำที่สวยงามมากด้วยอีกหนึ่งตัว แสดงว่านางมีม้า แต่ดูเหมือนเจ้าม้าจะไม่ค่อยชอบเขาเพราะมันมองหน้าส่งเสียงคล้ายเยาะเย้ยแล้วหันหน้ากลับไปนอนข้างๆ นายของมัน
ยามเช้าตรู่ สีหน้าของคนเจ็บดูดีขึ้น มีสีเลือดมากขึ้นลมหายใจชัดเจนขึ้น หากแต่ยังไม่ได้สติ อวี่หลงกังวลใจเป็นอย่างมาก มองเด็กหญิงที่กำลังเก็บข้าวของเตรียมจะจากไป อีกฝ่ายใจดีให้น้ำและอาหารพร้อมทั้งสมุนไพรและโอสถในขวดที่เหลือกับเขาเพื่อใช้กับนายท่าน หากแต่เขตแดนอันตรายนี้พวกเขาลุกล้ำเข้ามาโดยเจตนาแล้วจะทำอย่างไรจึงจะสามารถกลับออกไปได้อย่างปลอดภัย
“เด์็ก…”
“เจ้ากล้าเรียกข้าว่าเด็กน้อยอีกครั้ง เจ้าไร้ลมหายใจแน่” สายตาคมกริบที่มองมาเย็นชายิ่งนัก เสียงก็ลากยาวไร้ความรู้สึก แต่เขากลับเสียวสันหลังวาบ เด็กหญิงข้างหน้าอันตรายเกินไปแล้วดูจะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา
“ได้ๆ เจ้าต้องการให้ข้าเรียกว่าอย่างไร”
“เรียกข้าว่า ชิง”
“คุณหนูชิง ที่นี่เป็นเขตแดนของธิดาพิษซิ่วอี๋สยา ทำอย่างไรพวกข้าจึงจะไม่เป็นอันตราย”
“นางตายไปแล้ว สมุนไพรพิษพวกนั้นเจ้าก็หลบเอาเถอะ” นางขี้เกียจพูด นางกำลังเบื่อคิดจะกลับบ้านไปนอนเหยียดยาวให้สบายแล้ว
“เดี๋ยว คุณหนูชิง ท่านสามารถช่วยเหลือรักษานายข้าให้ฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่”
“ที่นี่ไม่ได้”
หมายความว่าไง ที่นี่รักษาไม่ได้ งั้นต้องมีที่รักษาได้สินะ แสงแห่งความหวังวาบขึ้นในใจอวี่หลงทันที
“ที่ไหนก็ได้ พวกข้าจะตามไป ได้หรือไม่ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย”
“ตามมา” นางเชิดหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆลอยผ่านไป นี่ข้าหาเรื่องยุ่งยากลำบากให้ตัวเองหรือไม่ พาคนไม่รู้จักกลับรักษาที่บ้านตัวเองแต่ถ้าท่านพ่อพบเจอ ท่านก็ต้องช่วยเหลือสองคนนี้เป็นแน่ เมื่อจะออกเดินทางกลับมีปัญหาเมื่ออวี่หลงยามนี้ไม่มีแรงพอจะยกคนเดินไปตามทางที่ยากลำบากกว่านี้ได้แล้ว สุดท้ายก็ต้องให้คนเจ็บพาดตัวไปบนหลังม้า แล้วอวี่หลงจูงม้า (จริงๆคือเดินตามไปด้านข้าง เพราะมันไม่ให้เขาสัมผัสตัว) ที่เดินนำไปข้างหน้าตามทางเท้าเล็กๆ ส่วนเด็กสาวนั้นทะยานไปบนกิ่งไม้หายลับไปแล้ว นางบอกเขาเพียงว่า เยว่หว่าน(ม้าดำ) จะพาไปยังบ้านของนาง ข้ามาถึงจุดที่ต้องพึ่งพาให้ม้าพาไปแล้วสินะ มันหันหน้ามาแสย่ะยิ้มเห็นฟันขาวที่มุมปากก่อนส่งเสียงฮี้ๆเบาๆแล้วก็หันหน้าเดินพาไปตามทางที่รกไปด้วยพุ่มไม้และเถาวัลย์
เขาหยุดมองกระท่อมไม้ที่ดูแข็งแรงเกินกว่าเด็กสาวจะสร้างขึ้นได้ หากแต่เขาก็มิอาจก้าวล่วงความเป็นส่วนตัวของนางได้ เขาพักห้องเดียวกับนายท่านเพื่อปรนนิบัติและเฝ้าไข้ระหว่างที่ขับพิษ ผ่านไปสามวันช่างยาวนานยิ่งนัก แต่ละวันได้พบนางเพียงยามขับพิษนายท่านเท่านั้น การต้มยา ทำอาหารเขาต้องทำเองทั้งหมด จนบางทีนึกว่าอยู่ลำพังกับนายท่าน ในที่สุดเช้าวันถัดไปนายท่านก็เริ่มขยับตัวฟื้นขึ้นมา แต่ไร้เรี่ยวแรงพยุงกายเขาต้องคอยประคองเพื่อป้อนโจ๊กและยา
เฉินอวี้อันย้อนนึกการถูกลอบฆ่ามิใช่ครั้งแรก หากแต่อีกฝ่ายทุ่มเทกำลังทรัพย์ยิ่งนักใช้นักฆ่าชั้นสูงทั้งยังสืบเสาะจนรู้เส้นทางที่เป็นความลับหากมิใช่ทหารองค์รักษ์และขุนพลอวี่หลงเสียสละอย่างที่สุดคงมิสามารถตื่นมามองแสงตะวันได้อีกเป็นแน่ ผ่านพ้นไปอีกสี่วันจึงลุกขึ้นได้
“อวี่หลง ข้ารอดมาได้อย่างไร”
“พวกเราหลบหนีเข้ามาในเขตหุบเขาสยาอวิ๋นได้ทันขอรับ เมื่อเช้าข้าลอบออกไปตรวจดูพวกนั้นมิได้ติดตามเข้ามาเพียงวนเวียนซุ่มรอดูบริเวณทางเข้าแต่ยามพวกเราออกไปคงมิอาจหนีรอดไปได้”
“ตัวข้าเล่า?”
“นายท่านและข้าโชคดีมากขอรับ นายท่านได้รับพิษเกือบสิ้นใจแล้วบังเอิญพบแม่นางชิง นางบอกว่าท่านต้องพิษร้ายแรงอีกทั้งมีโอสถที่สามารถระงับพิษได้ชั่วคราวพวกเราจึงตามนางกลับมาที่นี่ เพื่อให้นางช่วยขับพิษในร่างของท่าน แต่นางเป็นเด็กสาวที่เย็นชามากขอรับ หลายวันที่ผ่านมาข้าหุงหาอาหารและต้มสมุนไพรด้วยตนเอง ข้าพบว่านางไม่ใคร่ชอบพูดจา ใบหน้ารึก็ติดจะเย็นชาตลอดเวลาและนางอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ทุกวันนอกจากเข้ามาตรวจอาการของท่านแล้วข้ามิเคยได้พบหน้านางสักครั้ง เสมือนข้าอยู่ที่นี่กับท่านเพียงลำพัง นางอาจเป็นผู้ที่มีฝีมือสูงมากก็ได้นะขอรับ ข้ามิสามารถประเมินระดับของนาง” หลังจากสบสายตาพิฆาตหลายครั้งเข้าจึงเปลี่ยนคำเรียกขานของนางมาเป็น แม่นาง(น้อย) ชิง
“เจ้าคิดมากเกินไป เป็นพวกเราที่เข้ามารบกวนเวลาที่สงบสุขของนาง เมื่อนางยื่นมือเข้าช่วยเหลือข้าก็กลายเป็นผู้มีพระคุณช่วยเหลือชีวิตข้าแล้ว หากนางมีฝีมือสูงกว่าเจ้าถ้านางยินยอมช่วยเหลือพวกเราระหว่างทางก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสรอดกลับไปได้มากขึ้น ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะเกือบทิ้งชีวิตไว้ในน้ำมือคนชั่วเหล่านี้ ”
“หลังอาหารเย็นเจ้าไปหานาง บอกว่าข้าขอพบ”
“ได้ขอรับ”
นางกลับมาจากหลังหุบเขา พบว่าคนทั้งสองต้องการพูดคุยด้วยจึงเข้าไปยังห้องฝั่งซ้าย ภายในห้องชายผู้นั้นนั่งอยู่ ส่วนชายหนุ่มยืนเยื้องไปเบื้องหลัง ระหว่างที่เดินเข้าไปสายตาของทั้งสองมองประเมินเด็กสาวเบื้องหน้าพวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์มีพื้นฐานหลายปีแม้มิใช่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแต่ก็มีพลังฝีมือไม่ต่ำ แต่เด็กสาวผู้นี้ฝีเท้าแผ่วเบาบ่งบอกถึงพลังฝีมือย่อมต้องสูงกว่าพวกเขาตามที่อวี่หลงบอกเป็นแน่
“แม่นาง(น้อย)ชิง ท่านมาแล้ว ที่เชิญท่านมาเพราะข้าผู้นี้มีความต้องการเจรจากับท่าน” เขามองนางนั่งลง แล้วก็สงบนิ่งมองมาที่เขาเป็นเด็กน้อยเบื้องหน้าแม้แต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายธรรมดา กลับมีกลิ่นอายสูงส่ง ยามยืนยามเดินมีสง่าราศี ใบหน้ายามนี้มีเค้าจะเป็นสาวงาม ภายภาคหน้าจะต้องมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความงามเป็นแน่
“ข้าชื่อ เฉินอวี้อันเป็นแม่ทัพใหญ่ประจำการที่ชายแดน อวี่หลิงเป็นขุนพลคู่ใจข้า พวกเราได้รับคำสั่งให้นำสิ่งสำคัญเดินทางกลับเมืองหลวง ระหว่างทางถูกลอบทำร้ายหลังจากนั้นก็เป็นดังเช่นที่เจ้าเห็น ข้ากล่าวอย่างตรงไปตรงมาเลยนะ ด้วยสภาพของข้าทั้งสองร่างกายได้รับบาดเจ็บและยังไม่แข็งแรงพอ อีกทั้งพวกเราไม่อาจรั้งรอเป็นเวลาเนินนานได้ หากฝืนเดินทางเกรงว่าเพียงย่างเท้าออกจากหุบเขาสยาอวิ๋นได้คงไม่แคล้วสิ้นชีพเป็นแน่ อวี่หลงบอกข้าว่าเจ้ามีฝีมือสูงส่ง ดังนั้นหากเป็นไปได้แม่นางได้โปรดให้ช่วยร่วมเดินทางไปกับพวกข้า เมื่อถึงเมืองหลวงภาระบนบ่าลุล่วงข้ายินดีตอบแทนความช่วยเหลือในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ไม่ทราบว่าแม่นางเห็นเป็นเช่นไร”
“พรุ่งนี้ข้าให้คำตอบ” พูดจบนางก็ลุกขึ้นจากไปทิ้งพวกเขามองตามต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตนเอง
“นายท่าน นางจะยอมช่วยเหลือเราหรือไม่ขอรับ หากไม่พวกเราจะทำอย่างไรกันต่อ”
“รอนางตัดสินใจเถอะ”
นางกลับถึงห้องหลังดูแลตัวเองเรียบร้อย ถอดชุดคลุมออกก้าวเท้าขึ้นไปนั่งบนเตียงนอน สายตาทอดมองไปนอกหน้าต่าง นางช่วงพวกเขามาแล้วก็ไม่รู้สึกลำบากที่จะต้องช่วยเขาต่ออีกสักหน่อยไม่แน่การออกไปครานี้สิ่งต่างๆที่ยังค้างคาในจิตใจอาจบรรเทาลงได้บ้าง อีกทั้งถือเป็นการออกจากบ้าน(หุบเขาสยาอวิ๋น) ไปท่องเที่ยวด้านนอกสักครั้ง พรุ่งนี้นางต้องไปบอกท่านพ่อท่านแม่บุญธรรมทั้งสองให้เรียบร้อย คิดได้ดังนั้นจึงเอนกายหลับไหลเข้าสู่นิทรา ต่างจากบุรุษทั้งสองในอีกฝากของเรือนยามนี้รู้สึกรอคอยคำตอบของนาง สุดท้ายก็พากันหลับไหลในยามดึก
รุ่งเช้าถัดมา พวกเขาได้รับคำตอบจากนางที่จะร่วมเดินทางไปด้วย หากแต่มีเงื่อนไขสองประการคือหนึ่งตัวตนของนางมิต้องแจ้งให้ผู้ใดรับรู้ สองนางมิใช้ผู้ติดตามของคนทั้งสองหากนางรู้สึกขัดแย้งสามารถแยกจากได้ทันที เฉินอวี้อันรีบตอบรับคำขอทันทีทั้งสองสิ่งที่นางร้องขอไม่กระทบอันใดต่อการเดินทางในครั้งนี้อีกทั้งนางไม่เรียกร้องการตอบแทนทำให้เขายิ่งต้องพิจารณาอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
อีกสองวันต่อมาอากาศแจ่มใส ยังมีหมอกบางๆ เยว่หว่านที่บนหลังยามนี้เต็มไปด้วยห่อสัมภาระก้มเล็มยอดหญ้า ยามที่เด็กสาวก้าวออกมาจากห้องพักทั้งสองต่างตกตะลึงเล็กน้อย การแต่งกายในวันนี้ของนางเปลี่ยนไปแม้ชุดจะยังเน้นความคล่องตัวหากแต่เนื้อผ้ากลับดียิ่งเครื่องประดับน้อยชิ้นหากแต่ราคาสูงยิ่งชาวบ้านทั่วไปมิสามารถหาซื้อได้ ดูท่าแล้วนางคงเป็นทายาทหรือผู้สืบทอดเจ้าของหุบเขาสยาอวิ๋นเป็นแน่ หลังจากจัดการอาหารมื้อเช้าเรียบร้อยทั้งสามพากันเดินออกมานางหันกลับไปมองกระท่อมหลังน้อยก่อนปิดรั้วแล้วพากันเดินไปตามทางเดินมุ่งออกจากหุบเขา
