ตอนที่ 8 คนไข้คนแรก
เมื่อก้าวออกจากตลาดมืดเฉินหมิงเยว่สัมผัสได้ว่ามีคนแอบติดตาม นางยังพอมีเวลาจึงเปลี่ยนเส้นทางวกไปในทิศทางตรงกันข้ามเดินเลาะไปตามเส้นทางจนเกือบถึงกำแพงเมือง เดินเข้าไปหยุดในตรอกเล็กก่อนจะหันกลับมาพบกับคนที่ติดตามนางอีกฝ่ายก็มิได้หลบซ่อนตัว เฉินหมิงเยว่ประเมินฝ่ายตรงข้ามเป็นชายหนุ่มแต่งกายแบบชาวยุทธ์ทั่วไปในมือถือดาบดูมีฝีมือไม่น้อยหยุดยืนห่างออกไปสามถึงสี่ก้าว เขาค้อมศรีษะลงเล็กน้อยพร้อมทั้งยกมือขึ้นประสานมือก้มลงทักทาย
“เจ้าเป็นใคร ติดตามข้ามาประสงค์สิ่งใด”
“ขออภัยที่ทำให้คุณชายตกใจข้ามิได้มีเจตนาร้าย ข้าได้รับมอบหมายจากนายท่านให้ติดตามมาสอบถามคุณชายเกี่ยวกับโอสถ ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้นำโอสถทั้งสามชนิดมาประมูลถูกต้องใช่ไหมขอรับ”
ฟังจากคำพูดคนผู้นี้ติดตามนางมาตั้งแต่ออกจากหอดับแสง ฝีเท้าก้าวย่างเบาจนยามที่เดินอยู่ในตลาดมืดนางไม่ทันได้สังเกตุ ถ้าไม่เพราะออกมาแล้วด้านนอกไร้ผู้คนคงไม่ได้ยินเสียงจนรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายติดตามมา
“นายของเจ้าช่างมีฝีมือยิ่งนัก ข้าได้ยินว่าปกติหอดับแสงปกปิดข้อมูลคู่ค้าเป็นอย่างดียังสามารถส่งเจ้าติดตามข้ามาได้ ว่ามาตามตรงพวกเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่”
“นายท่านเพียงให้ติดตามมาเพื่อสอบถามท่าน มิทราบว่าโอสถเหล่านั้นเป็นปรมาจารย์ท่านใดปรุงขึ้นมาและนายท่านต้องการจะพบปรมาจารย์ท่านนั้นได้หรือไม่ขอรับ”
ในเมื่อมีคนมาสอบถามหาโอสถ ย่อมหมายถึงเงินทองที่จะตามมาในภายหลังนางย่อมยินดีไม่ผลักไสยอมเสียเวลาคุยต่อได้อีกสักนิด แต่การถามหาคนปรุงโอสถทำให้นางระแวงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย ในแผนดินนี้สมุนไพรมีมากมาย ส่วนใหญ่ใช้การต้มแล้วนำมาดื่ม สรรพคุณหวังผลได้แต่ช้าและอาจมีผลที่เกิดขึ้นน้อย การปรุงโอสถกลับหาได้ยากยิ่ง ทั้งสรรพคุณที่ได้นอกจากใช้ง่าย ได้ผลที่ดีและรวดเร็ว การหาตัวของนักปรุงโอสถนั้นหายากยิ่งกว่าเม็ดโอสถเสียอีก ส่วนใหญ่มักเป็นความลับในตระกูลที่ถ่ายทอดในทายาทสายตรงจึงทำให้ยากที่จะได้พบตัวนักปรุงโอสถ เพราะนั่นคือความเจริญรุ่งเรืองของวงศ์ตระกูล น้ำเสียงของนางที่ถ่ายทอดออกมาจึงห้วนและแข็งมากขึ้นกว่าเดิมตามความรู้สึก
“พวกท่านอยากรู้ ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้าด้วยหรือ มีโอสถมาขายก็เพียงพอแล้ว จะพบคนปรุงไปทำไม”
“คุณชาย อย่าได้โกรธข้าน้อยมิปิดบัง อาการของท่านผู้เฒ่าค่อนข้างหนักหนามิอาจรั้งรอเวลาได้ ต้องการโอสถระดับสูงในการรักษา จึงส่งข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ หากท่านยินยอมบอกชื่อผู้ปรุงโอสถหรือนัดหมายให้พบผู้ปรุงโอสถ เจ้านายข้ายินดีจ่ายข้าตอบแทนอย่างงาม หรือหากท่านไม่ต้องการเงินทองต้องการเป็นสิ่งอื่นท่านสามารถยื่นข้อเสนอมาได้ นายท่านของข้ายินดีรับข้อเสนอ ขอรับ”
เฉินหมิงเยว่มั่นใจในการปรุงโอสถและยังต้องการเก็บตัวตนของนักปรุงโอสถไว้เป็นความลับ คุณหนูของจวนท่านแม่ทัพจะออกไปรักษาคนป่วยในเรือนผู้อื่นแค่คิดก็มองเห็นหนทางที่ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นออกทันที
“ต้องการพบนักปรุงโอสถเป็นเรื่องของพวกท่าน ชื่อผู้ปรุงโอสถนั้นข้ามิอาจบอกได้ ดังนั้นหากต้องการโอสถพวกท่านก็จะได้มันไป”
“คุณชายท่าน อาการของนายท่านน่าเป็นห่วงมาก เจ้านายข้าต้องการให้นักปรุงโอสถได้เห็นอาการของนายผู้เฒ่าด้วยตาตนเองแล้วจริงปรุงโอสถขอรับ”
“ไม่จำเป็นหากต้องการรักษาคน เจ้าก็ให้หมอที่รักษาประจำตัวของคนป่วยตรวจอาการและเขียนบอกเล่าอาการมาอย่างละเอียดเท่านั้นก็เพียงพอ พวกท่านจะได้รับโอสถจนกว่าอาการป่วยจะหาย ส่วนค่าโอสถที่ใช้ในการรักษาห้าหมื่นตำลึงทองขาดเพียงอีแปะเดียวก็มิได้ เจ้ากลับไปบอกนายของเจ้า”
ชายหนุ่มลอบตระหนกเล็กน้อยกับค่ารักษาที่สูงลิบก่อนที่จะสะกดอาการไว้ได้
“มิทราบว่าจะติดต่อคุณชายได้อย่างไร”
“ไปที่ร้านสมุนไพรอวิ๋นสยา”
เมื่อได้รับคำตอบชายหนุ่มคนนั้นก็คำนับนางแล้วเดินจากไปทันที คนก็จากไปแล้วนางก็ควรรีบกลับจวนเช่นกันเดินมาแต่ขากลับต้องกระโดดไปมาบนหลังคาเพื่อลดระยะทางเพราะอยู่คนละฝั่งกับทิศที่จวนตั้งอยู่
ยามซื่อ หลังจากเสร็จธุระประจำวันของตนเอง เฉินหมิงเยว่ส่งคนไปตามตัวพ่อบ้านฉินมาพบทันที ใกล้จะถึงวันสิ้นปีแล้วบ่าวทุกคนจำเป็นต้องซื้อของหรือส่งเงินกลับไปให้ที่บ้าน วันนี้นางตั้งใจจะแจกเงินอั่งเป่าให้ทุกคนในจวนตอบแทนความยากลำบากในหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาทุกคนอดทนทำงานในจวน นางมองซองแดงในมือแต่ละซองมีตั๋วแลกเงินและเศษเงิน นี่สิถึงจะเป็นความสุขของคนมีเงิน
“พ่อบ้านฉิน นี่เป็นตั๋วแลกเงินห้าร้อยตำลึงทอง ท่านเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในจวนขาดเหลือสิ่งใดก็สามารถซื้อเข้ามาตามสมควรมิต้องประหยัดดังเช่นแต่ก่อน (นางรู้ดีเพราะแอบเห็นยามที่แม่บ้านหรือบ่าวขอเงินจากพ่อบ้านฉิน) ส่วนนี่เป็นเงินสำหรับแจกจ่ายให้บ่าวในจวนทุกคนไม่มียกเว้น คนเก่าแก่อยู่มานานข้าให้สิบตำลึงเงิน ส่วนที่เหลือลดหลั่นตามความเหมาะสมให้ท่านตัดสินใจ ทั้งหมดหกร้อยตำลึงทอง หลังแบ่งเรียบร้อยแล้วคนที่ได้รับประทับลายมือไว้เป็นหลักฐาน”
“คุณหนูนี่มันมากเกินไปขอรับ จำนวนเงินนี้เทียบได้กับค่าใช้จ่ายรายปีของจวนนะขอรับ”
พ่อบ้านฉินรู้สึกปวดใจกับจำนวนเงินที่คุณหนูของตนนำออกมาแจกบ่าวรับใช้ เขาเป็นคนดูแลจวนย่อมรู้ดีมันเท่ากับเงินที่ทั้งจวนใช้ในเวลาห้าปีที่ผ่านมา จึงเอ่ยออกมาด้วยความลำบากใจที่จะรับตั๋วเงินทั้งหมด
“ไม่เป็นไรๆ พวกเขารับใช้ท่านพ่อมานาน บางคนเคยเป็นทหารติดตามไปรบ ได้รับบาดเจ็บพร้อมกับท่านพ่อ บางคนไม่ยอมไปไหนอยู่รับใช้ทั้งที่ท่านพ่อแทบจะไม่มีเงินติดจวน นี่ก็ใกล้ปีใหม่แล้วข้าอยากให้บ่าวในจวนแม่ทัพมีเงินซื้อของและส่งกลับไปบ้าน ถือว่าข้าตอบแทนพวกเขาบ้างจะเป็นไร ท่านไปทำตามที่ข้าว่าเถอะ นี่เป็นการทำความดีอย่างหนึ่งทำแล้วสบายใจทำแล้วมีความสุขท่านไม่ต้องลังเล บอกพวกเขาให้ตั้งใจทำงานอย่าสร้างปัญหาแค่นั้นก็พอ วันหน้าข้าอาจจะร่ำรวยมากกว่านี้ก็ได้นะท่านพ่อบ้าน ไปสิ”
“ขอรับ ขอบคุณคุณหนูแทนพวกเขาด้วยขอรับ”
หลังจากที่พ่อบ้านฉินแจกจ่ายเงินรางวัลให้กับบ่าวรับใช้ไม่ขาดใครสักคนบรรยากาศในจวนเปลี่ยนไปทันทีมีความสดชื่นขึ้น ทุกคนมีรอยยิ้มบนใบหน้ารู้สึกได้ถึงความสุข นานแล้วที่ไม่เคยได้จับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ เมื่อมีเงินในใจก็มีหวังมีกำลังใจเสียงพูดคุยจึงดูมีชีวิตชีวามากขึ้น บางคนก็รีบนำเงินส่งกลับไปให้คนในครัวเรือน สาวใช้เมื่อมีเวลาว่างก็ซื้อหาเครื่องประดับเครื่องประทินโฉมแม้จะราคาถูกก็ตาม ก็เป็นไปตามที่นางคาดหวังไว้จริงๆ มีเงินจึงจะซื้อหาความสุขได้ เรื่องที่นางแจกจ่ายเงินให้กับบ่าวรับใช้ในจวน เฉินอวี้อันทราบในภายหลังก็ไม่ได้ว่าอะไรได้แต่ยิ้มอย่างมีความสุข ตัวเขาเองก็อยากทำเช่นเดียวกันติดแต่ว่าเบี้ยหวัดที่ได้รับค่อนข้างจำกัด ยามนี้บุตรสาวบุญธรรมที่รับไว้กับมีความสามารถในการสร้างทรัพย์สินเงินทองถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก (ลูกสาวข้ามีความโอบอ้อมอารีย์ ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าจะลืมภาพว่านางสังหารคนได้อย่างว่องไวไปให้หมด)
เฉินหมิงเยว่ เริ่มเบื่อเล็กน้อยการเป็นคุณหนูของจวนทำให้แต่ละวันนางไม่ค่อยจะมีอะไรทำ นอกจากเดินรอบๆจวน ดูบัญชีที่จัดการเรียบร้อยแล้วโดยพ่อบ้านฉิน ตรวจสอบบัญชีร้านค้าไม่กี่ร้านที่นางทยอยซื้อและจ้างหลงจู๊ที่มีลักษณะที่ไว้ใจได้ดูแล (ระหว่างนี้ค่อยๆให้พ่อบ้านฉินคอยออกไปสังเกตต้องใช้เวลาอีกพอสมควรรยังต้องประเมินกันไปหากไม่ดีจริงก็คงต้องหาคนใหม่) พื้นที่ในจวนด้านหลังยังพอมีที่ว่างสองในสามส่วนนางเดินสำรวจคร่าวๆ อยากหาต้นกล้าของสมุนไพรมาปลูกเพื่อจะได้ใช้ทำโอสถและนางอยากมีเรือนที่ใช้ในการปรุงโอสถเช่นกัน ที่ว่างที่ติดกับเรือนของนางมีขนาดพอเหมาะคงต้องหาโอกาสคุยกับท่านพ่อสักเล็กน้อย
สามวันหลังจากไปหอดับแสงกลับมา นางได้รับข้อมูลจากคนที่ร้านสมุนไพรว่ามีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าต้องการพบเพื่อตกลงซื้อขายโอสถ โดยแจ้งว่าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมฟูโฉ๋ว ไม่ห่างจากร้านสมุนไพรมากนัก
ก่อนยามจื่อครึ่งชั่วยาม โรงเตี๊ยมฟูโฉ๋ว
“เมื่อมาถึงแล้ว เชิญท่านเข้ามาเถิด”
เสียงแหบห้าวทว่ากังวาน เชิญนางให้เข้าไปยามนี้นางสวมชุดบุรุษเช่นเดิม
“เป็นท่าน”
นางจำได้เขาคือคนที่อยู่ชั้นสามของหอดับแสง มิน่าเล่าสามารถรู้ตัวตนของผู้นำของมาประมูลได้ ไม่รู้ว่าเขาคือใครเกี่ยวข้องอันใดกับหอดับแสง คนเบื้องหน้ามีผมสีเงินยวง ใบหน้าสวมใส่หน้ากากมองเห็นเพียงปลายจมูกและริมฝีปากบางได้รูปสวย หากไม่งดงามก็อัปลักษณ์สุด
“ข้าเพิ่มเงื่อนไขก่อนได้หรือไม่”
ชายตรงหน้านิ่งไปเล็กน้อย ส่วนชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่ทั้งสองคนหันหน้ามองกัน
“ข้าเป็นคนชอบสิ่งสวยงาม ดังนั้น ข้าต้องการดูใบหน้าของท่านก่อน หากถูกใจข้าจะรับปากเรื่องการปรุงโอสถรักษา”
สายตานางจดจ้องไปที่ริมฝีปากบางใครใช้ให้นางชื่นชอบสิ่งที่งดงามกันเล่า แต่ชายหนุ่มสามคนที่อยู่อีกด้านกลับมีสีหน้าแปลกประหลาด สายตาดุดันจ้องมา เจ้าหนุ่มนี้สมองมีปัญหาหรือไร ไม่แน่อีกฝ่ายอาจกำลังคิดสัปดนกับนายของตนหรือเปล่า
“คุณชาย นี่มันไม่ถูกต้องเดิมที่ค่ารักษาที่เรียกก็สูงมากเกินไปอยู่แล้ว ไฉนยามนี้ยังมีข้อเรียกร้องแปลกประหลาดเช่นนี้อีก นายท่านของข้ามิเคยเปิดหน้ากากให้ผู้ใดเห็นอีกทั้งท่านรู้หรือไม่ นายท่านของข้าเป็นใคร ท่านคิดว่าตัวท่านเป็นใครอย่าได้ล้ำเส้นเกินไป”
“อาซิง ถอยไป”
เจ้าเด็กน้อยนี่ถึงกับขอดูใบหน้าของเขา หากมิใช่ห่วงอาการคนด้านในเขาจะสังหารเจ้าเด็กนี่ทันที คนของเขาถอยห่างออกไปทันทีด้วยไอสังหารที่แผ่กระจายออกมากดดันให้รู้สึกไม่สบายนัก
“ได้ ครั้งเดียวเท่านั้น”
บุรุษเบื้องหน้าจ้องมองมาที่นางก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปปลดหน้ากากลง นางจ้องใบหน้าด้วยความตะลึงโดยไม่สนใจไอสังหารของเขา (มันไม่มีผลกระทบใดๆกับนาง)
“ข้าตกลง”
“คนที่ต้องการโอสถอยู่ที่ใด”
“ด้านใน”
“ข้าจะเป็นดูอาการและจดบันทึกเพื่อนำกลับไปให้ผู้ปรุงโอสถ”
“ผู้ปรุงโอสถจะมิมาดูอาการนายท่านผู้เฒ่าหรือขอรับ”
“ไม่ นับจากวันนี้ไปอีกสองวันพวกท่านจะได้รับโอสถแน่นอน”
ห้องพักนี้มีขนาดกว้างมากส่วนแรกที่เฉินหมิงเยว่เดินเข้ามา มีโต๊ะวางไว้รับแขกได้ หลังม่านเดินผ่านเข้ามามีห้องนอนหลักและมีห้องปีกที่มีเตียงนอนวางอยู่อีกสองด้าน ร่างชายวัยชราร่างกายผอมบางนอนเหยียดยาวบนเตียงอยู่ด้านหน้าเตียงมีสาวใช้รุ่นใหญ่ยืนเฝ้าอยู่นางขยับหลบออกไปเมื่อทั้งหมดเดินเข้ามา
นางนั่งลงที่เก้าอี้หน้าเตียง จับชีพจร สังเกตทุกอย่างบนร่างกาย มือเรียวเล็กเปิดเปลือกตา จับใบหน้าเปิดปาก ทุกสิ่งที่จำเป็นนางตรวจทั้งสิ้น จากนั้นบันทึกลงกระดาษ ภายใต้การจ้องมองอย่างจับผิดของผู้คนที่อยู่ภายในห้องทุกคน
“พวกท่านให้โอสถใดกับนายผู้เฒ่าบ้าง ให้คนบันทึกให้ข้านำกลับไป”
เมื่อออกมานั่งรอที่โต๊ะด้านนอก ชายหนุ่มสวมหน้ากากก็นั่งตรงข้ามนางส่วนอีกสองคน คนหนึ่งเดินไปเขียนที่โต๊ะด้านข้าง คนที่เหลือมายืนเฝ้าด้านหน้าประตู
“ได้รับบาดเจ็บรุนแรงและต้องพิษมาหลายปี พวกท่านคงรักษาเต็มที่แล้วสินะ นายท่านผู้เฒ่าไม่ได้สติมานานมากกว่าหนึ่งเดือนถูกต้องหรือไม่”
เมื่อนางเริ่มพูดถึงอาการแววตาคนตรงข้ามมีรอยวูบไหว แสดงว่าตรงตามที่นางพูด
“เช่นนั้น เมื่อรับโอสถแล้วต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสามถึงห้าวันกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ส่วนการรักษาต่อจากนั้น”
“น้องชาย เจ้ารักษาได้จริงหรือ”
“ข้ามิได้บอกว่าข้ารักษาได้ ข้าพูดว่าหลังรับโอสถ ท่านเข้าใจหรือไม่”
อีกฝ่ายเงียบงันไปแต่สายตาภายใต้หน้ากากยังคงจ้องนางไม่ขยับไปทางไหนอีก เมื่อได้รับบันทึกมาเรียบร้อยนางก็รีบรุดจากมา นางยังต้องการให้ตัวตนของผู้ปรุงโอสถเป็นความลับต่อไป นี่คือหลักประกันด้านความปลอดภัยสำหรับนางและคนในครอบครัวนาง (หยกไม่ผิดคนครอบครองหยกจึงผิด) การมีความสามารถมากเกินไปเป็นสิ่งดึงดูดอันตรายเข้ามาหาตัวนี่เป็นสิ่งที่มารดาและบิดาบุญธรรมสอนนางเอาไว้เป็นคนต้องรู้จักเอาตัวรอด
“นายท่าน ตามมิทันขอรับ”
“ช่างเถอะ เด็กน้อยนั่นฝีมือไม่ธรรมดาหากปล่อยให้พวกเจ้าตามได้สิจะแปลกเกินไป คนที่สามารถทนแรงกดดันของข้าได้จักต้องมีอาจารย์ที่เก่งกาจเป็นแน่”
อาการของท่านปู่ได้แต่หวังพึ่งอาจารย์ของเด็กน้อยคนนี้เสียแล้ว โชคดียิ่งนักที่วันก่อนเขาได้รับบัตรเชิญของหอดับแสง อีกทั้งเดินทางมาด้วยตัวเองซึ่งปกติเขามิเคยออกจากสำนักมาเป็นเวลาหลายปี
จวนแม่ทัพ
เฉินหมิงเยว่หลบสายตาผู้คนด้านนอกเข้าจวนจากประตูด้านข้าง ใบหน้านางอมยิ้มอย่างมีความสุขในมือมีตั๋วแลกเงินที่ได้รับมาใหม่ (ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าได้รับตำลึงทองมากมายอีกแล้ว) คิดจะติดตามข้าต้องดูว่าข้ายินยอมหรือไม่ ฝีมือเพียงเท่านั้น อย่ามองว่าข้าเป็นเด็กเชียวนะ เฉินหมิงเยว่คิดถึงโอสถที่ต้องนำไปให้อีกฝ่ายก็อดคิ้วขมวดมิได้นางต้องรีบปรุงโอสถคิดแล้วก็ลำบากเล็กน้อย การปรุงโอสถในเวลานี้สมุนไพรในมือยังมีไม่มากนักจำเป็นต้องใช้อัตคัด สมุนไพรยังดีที่นางเปิดร้านค้าสมุนไพรแล้ว (ข้าต้องมีหอปรุงโอสถในจวนให้ได้)
