ตอนที่ 7 หอดับแสง
ผลจากการดูแลเอาใส่ใจการกินการอยู่ของนางอย่างดียิ่งจากพ่อบ้านฉิน ในทุกมื้อพ่อครัวจะจัดเตรียมอาหารที่อุดมสมบูรณ์มีทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา ผักสดที่ปรุงอย่างพิถีถิถันในช่วงที่ผ่านมาทำให้นางเจริญอาหารแตกต่างจากยามที่นางอยู่ลำพังคนเดียวในหุบเขา ที่นั่นนางจะกินต่อเมื่อท้องนางรู้สึกหิวเท่านั้น ทำให้ยามนี้ความสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อย เมื่อเทียบกันแล้วนางสูงเกินกว่าสตรีทั่วไปในวัยเดียวกัน (สูงเกินห้าเชียะเล็กน้อย) หากแต่ส่วนอื่นๆของร่างกายกลับไม่มีการเติบโตให้เห็นแม้แต่น้อยนางก็มิได้ติดใจใดๆ (สาวใช้สองคนของนางพร่ำบ่นเสมอ)
ด้านนอกเรือนสายลมพัดเบาๆ ทำให้ใบไม้โยกไหวไปมา คืนนี้เป็นคืนเดือนมืดไร้แสงเดือนแสงดาวบนท้องฟ้านอกจากโคมไฟที่แขวนเป็นระยะๆ ตามระเบียงทางเดินหรือตามมุมต่างๆของจวนแล้ว ในหลายมุมมีจุดอับแสงที่มืดสนิทมองไม่เห็นสิ่งใดเลยอยู่มากมายหลายจุด เสียงเดินเวรยามผ่านมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ละห้องภายในจวนแม่ทัพเริ่มดับเทียนดับโคมไฟไร้เสียงพูดคุยบ่งบอกว่าผู้คนภายในเรือนเริ่มเข้านอน
เฉินหมิงเยว่กลับเลือกที่จะเปลี่ยนชุดเตรียมออกไปท่องเที่ยวราตรี เฉินหมิงเยว่เปลี่ยนชุดสตรีสีอ่อนเป็นชุดสีดำสนิทรวบผมเช่นบุรุษสวมกว้านเงินเช่นคุณชายน้อยหากมีคนพบเห็นนางยามนี้ย่อมคิดว่าเป็นคุณชายน้อยที่หล่อเหลาของเศรษฐีบ้านใดบ้านหนึ่งในเมืองหลวง
นางส่องดูใบหน้าจากกระจกทองเหลืองดูด้วยความพอใจ ความสามารถในการปลอมแปลงของนางอาจจะไม่ดีมากนักแต่ก็ยังสามารถปกปิดรูปลักษณ์ที่แท้จริงได้อยู่อย่างน้อยก็นึกไม่ถึงว่าตัวตนที่แท้จริงนั้นมีเค้าโครงอย่างไรหากเป็นท่านแม่บุญธรรมต้องดีกว่านี้มากนัก นางรู้สึกห่วงหาจึงเงียบไปจนกระทั่งได้ยินเสียงสาวใช้จึงกระพริบตาเรียกสติกลับมา
“คุณหนู ท่านแต่งกายเช่นนี้จะออกไปอีกแล้วหรือเจ้าคะ”
“อืม พวกเจ้าเข้านอนเถิด ไม่ต้องรอข้า”
“ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ”
แม้ว่าหลิวหลี่ หลิวหมิ่นจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูต้องแอบซ่อนตัวออกจากจวนในยามค่ำคืนแต่ทั้งสองก็ช่วยกันปกปิดมิให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าเจ้านายสาวของตนมิอยู่ในเรือน สองสาวใช้สายตาห่วงกังวลส่งเจ้านายของนางออกไปแล้วรีบปิดหน้าต่างเข้ามา พวกนางเป็นสาวใช้ที่มิได้เติบโตมาพร้อมคุณหนูเช่นสาวใช้จวนอื่นไม่มีความสนิทสนมจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยปากห้ามปรามคุณหนูที่ไม่ยอมปฏิบัติเช่นสตรีในเรือนหลัง การออกนอกเรือนท่านแม่ทัพก็มิได้ห้ามดังนั้นคุณหนูควรจะออกไปในเวลากลางวันจึงจะถูกต้อง
“หลี่เอ๋อร์ เจ้าไปนอนก่อนข้าอยู่รอคุณหนูเอง”
หลิวหลี่พยักหน้ารับรู้เดินเข้าไปนอนบนเตียงขนาดเล็กในห้องข้างที่ใช้ประจำยามต้องผลัดกันดูแลเฉินหมิงเยว่ ทั้งสองมักสลับกันรอการกลับมาของคุณหนูเสมอตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยแอบไปนอนพร้อมกัน เมื่อคุณหนูกลับมาจะต้องมีคนหนึ่งค่อยดูแลเสมอ
เฉินหมิงเยว่เคลื่อนกายอยู่บนหลังคาอย่างว่องไว ไม่นานนักก็มายืนอยู่ทางเข้าสถานที่แห่งหนึ่ง หากจะบอกว่าขุนนางค้าขายได้แต่หากมีตำแหน่งสูงมีเงินมากมีบารมีมากกลับไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นจวนแม่ทัพที่มีเพียงเงินเดือนของท่านพ่อ(ที่น้อยนิด) กับร้านค้าไม่กี่แห่งที่นางนำเงินรางวัลที่ได้รับในแต่ละครั้งของท่านพ่อไปซื้อหามาเพียงแต่ร้านค้าเหล่านั้นมิได้ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดจึงสร้างรายได้ไม่มากนัก นั่นถือได้ว่าไม่ร้ายในแง่การเป็นขุนนาง แต่สำหรับนางนี่จัดว่าแย่ของสวยๆ งามๆ ล้วนต้องใช้เงินซื้อหามาทั้งสิ้น
ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาสนางจะปลอมตัวออกมาเพื่อนำบางอย่างมาหาเงินที่นี่
ตลาดมืด ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นตลาดที่ค้าขายยามค่ำคืนไม่ค้าขายเช่นตลาดปกติ มีกลิ่นสาปอับชื้น ปนไอเย็นกระจายอยู่ทั่วไป ในพื้นที่ตลาดแทบทุกฉื่อเต็มไปด้วยผู้คนแต่งกายแปลกประหลาดบ้างก็สวมชุดสีดำสนิทบ้างก็แต่งสีฉูดฉาดนำสิ่งของมากมายที่แตกต่างจากร้านค้าปกติมาวางขาย ของแปลกของหายาก ของที่ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเมื่อมาที่แห่งนี้จะมีขายอยู่แน่นอน ส่วนใครจะซื้อได้ของดีหรือเลวนั้นแล้วแต่ตาเจ้าดีหรือไม่
ปกติทุกสามเดือนจะมีการจัดการประมูลสินค้าพิเศษ ตลาดมืดแห่งนี้มีใครเป็นเจ้าของนั้นมิมีใครรู้ได้และเฉินหมิงเยว่ก็มิได้สนใจ นางสนใจเพียงว่าทุกครั้งที่มาจะสร้างรายได้จากที่นี่ได้อย่างไรแน่นอนย่อมต้องซื้อมาขายไปเช่นคนอื่นๆ แต่ครั้งนี้นางมีเป้าหมาย ครั้งก่อนที่มาเฉินหมิงเยว่บังเอิญได้ข่าวมาจึงคิดเข้ามาเที่ยวเล่นสร้างเส้นทางในการหาเงินที่นี่ทุกสิ่งล้วนแพง ยิ่งแพงสิยิ่งดีนางจะได้เงินกลับไปครั้งละมากๆ
“ดาบจ้าดาบ กระบี่เนื้อดีตัดหินได้ง่ายเหมือนตัดเนื้อ มาทางนี้เลยจ้า”
“สมุนไพรเพิ่มพลัง สมุนไพรรักษาทุกโรค ทางนี้ขอรับ”
“แป้งชาด เครื่องประทินโฉมร้านข้าดีสุดในตลาดนี้ มาชมดูได้เจ้าค่ะ”
เสียงผู้คนที่นำของมาขายต่างพยายามดึงดูดคนให้เข้าไปซื้อ บางร้านมีคนมุงดูมากมาย บ้างร้านไร้ผู้คน เฉินหมิงเยว่เดินตามทางเล็กๆ ที่มีแสงเล็กน้อยคนที่เข้ามาซื้อขายที่นี่ทุกคนต้องสวมหน้ากากสีขาวประหนึ่งดวงวิญญาณ ไร้หน้าไร้อารมณ์ ไม่มีการตรวจสอบใดๆ คนที่เข้ามาต้องดูแลตัวเอง แต่ทั่วทั้งตลาดมีคนที่คอยดูแลสินค้าอย่างดี ไม่มีการหายหรือลักขโมยได้หลายๆครั้งก็มีคนทะเลาะวิวาทกัน จุดจบคงไม่ต้องบอกนางขี้เกียจสนใจแต่ละครั้งแค่เดินผ่านไป
จุดหมายปลายทางของเฉินหมิงเยว่ในคืนนี้ คือ หอดับแสง เรียกว่าหอแต่ส่วนหนึ่งสร้างจากหินขนาดใหญ่ อีกสองส่วนเป็นไม้เนื้อแข็งให้ความรู้สึกแข็งแกร่งมากมีสีดำทมึนทั้งหมด ทางเข้ามีเพียงด้านหน้าหากต้องการเข้าไปลูกค้าต้องผ่านการตรวจสอบและมีป้ายเช่นเดียวกันกับนางจึงผ่านเข้าไปได้ถือว่าเป็นการควบคุมระดับสูงที่ลดปัญหาการก่อความวุ่นวายได้เป็นอย่างมาก
เมื่อชูป้ายสีดำเป็นมังกรที่มีอักษรกำกับ"หลง" องครักษ์เฝ้าประตูก็ปล่อยนางผ่านเข้าไปป้ายนี้นางได้มาโดยบังเอิญเมื่อหกเดือนก่อน นางเดินเลาะตามทางผ่านซุ้มไม้ด้านหน้าพบประตูสีดำก็ผลักเข้าไป มีโต๊ะสูงที่มีฉากกั้นเกือบสูงกว่านาง
“ซื้อหรือขาย”
“ขาย”
“สิ่งใด”
นางยื่นขวดกระเบื้องที่เตรียมมาวางบนโต๊ะสูงทั้งหมดสามขวด แต่ละขวดสูงกว่าจอกชาเล็กน้อยมีตัวอักษรเขียนแปะไว้ขวดละหนึ่งแผ่น โอสถเพิ่มพลังวิญญาณระดับหนึ่ง(สูงสุด) โอสถชะล้างกระดูกระดับหนึ่ง(สูงสุด) โอสถพิษละลายกระดูก
“สิ่งเหล่านี้เกินความสามารถของข้าน้อย ได้โปรดรอสักครู่ขอรับ ของเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบก่อนออกประมูล”
คนของหอดับแสงล้วนผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดีเมื่อได้ยินเช่นนั้นสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบเดินเข้ามาเชิญนางเข้าไปพักในห้องรับรองอีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกันขนาดไม่ใหญ่มากนัก ประตูทางเข้ามีเพียงลูกปัดสีดำแวววาวห้อยลงมาไม่ได้มีอาการผิดปกติใดออกมาราวกับนี้เป็นเรื่องปกติที่มีเป็นประจำ
ส่วนผู้ดูแลรีบนำขวดทั้งสามเข้าไปด้านหลัง นางคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าโอสถที่นำมามิสามารถนำออกประมูลได้ทันที ดังนั้นจึงมาก่อนเวลาประมูลหนึ่งชั่วยามเพื่อให้อีกฝ่ายตรวจสอบยืนยัน การที่หอประมูลมีโอสถเข้ามาประมูลถือเป็นเรื่องพิเศษ เพราะผู้ปรุงโอสถมีน้อยมากทั้งคุณภาพที่มาขายทั่วไปเป็นระดับหนึ่งต้น หรือระดับหนึ่งกลางเท่านั้น ระดับสูงหาได้ยากยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับสองระดับสาม วันนี้นางคงได้เงินกลับไปไม่น้อย บนโต๊ะมีของว่างผลไม้น้ำชาชั้นดีวางไว้มีสาวใช้ยืนอยู่ด้วยหนึ่งคนคล้ายรอรับใช้ปกติ แต่เมื่อมองดูก็ดูออกว่ามีฝีมือไม่น้อย
เวลาผ่านไปเกือบสามเค่อ ผู้ดูแลก็ถือถาดวางขวดกระเบื้องกลับเข้ามาวางลงบนโต๊ะ
“ผู้ตรวจสอบได้ยืนยันแล้วสิ่งที่ท่านนำมาสามารถร่วมประมูลได้ ข้าขอเรียนให้ทราบเงื่อนไขการประมูลของหอดับแสงเรา คือ หนึ่งของที่นำมาร่วมประมูลถทอเป็นสิทธิ์ของหอดับแสง สองส่วนแบ่งท่านที่ได้จากการประมูลแบ่งเจ็ดส่วนสำหรับผู้นำมาร่วมประมูลและสามส่วนเป็นของหอดับแสง หากท่านยินดีของเหล่านี้สามารถร่วมประมูลได้ขอรับ”
“ข้ายินดีรับเงื่อนไข”
“เช่นนั้นท่านได้สิทธิ์เข้าชมการประมูล และสามารถร่วมประมูลสิ่งของในวันนี้ได้ เชิญห้องรับรองชั้นสองขอรับ"
เฉินหมิงเยว่ถูกพามายังห้องพักด้านในมีเพียงเก้าอี้ไม้และโต๊ะเล็กๆ สำหรับวางกาน้ำชาและขนม เมื่อมองจากห้องของนาง มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นสองมีห้องหลายห้องล้วนสามารถมองลงไปเห็นเวทีที่ยกสูงขึ้นมาเท่าความสูงของคนโตเต็มวัย ชั้นหนึ่งมีการจัดวางโต๊ะเก้าอี้ สามด้านด้านหลังมีประตูหนึ่งบานรอบเวทีมีองครักษ์รูปร่างสูงใหญ่มีดาบหรือกระบี่ติดตัว ชั้นหนึ่งและชั้นสองเต็มไปด้วยผู้คนที่รอประมูลสิ่งของต่างๆ ทุกคนล้วนสวมหน้ากาก
เมื่อถึงเวลาเริ่มเปิดประมูล มีสาวๆ และชายหนุ่มสวมหน้ากากหลายคนทยอยยกสิ่งของเดินเรียงแถวขึ้นมาบนเวที ตามมาด้วยสาวงามแต่งกายค่อนข้างเปิดเผยเห็นแขนขาเรียวยาว ลำคอขาวผ่องริมฝีปากสีแดงจัด นางโดดเด่นและมีความมั่นใจในตนเองอย่างยิ่งไม่กลัวสายตาที่จ้องมองมาจากทุกทิศทาง
“หอดับแสงยินดีต้อนรับทุกท่าน วันนี้มีสินค้าจำนวนมากหลายรายการ และพิเศษสุดในคืนนี้มีโอสถจำนวนสามรายการหากท่านใดต้องการพวกมันขอเพียงท่านเสนอราคาสูงสุด ท่านจะได้สิ่งของที่ท่านต้องการกลับไปอย่างแน่นอน”
นางเพียงขยับปากเท่านั้นแต่เสียงของนางได้ยินไปทั่วบอกได้ว่าวรยุทธ์ของนางไม่ธรรมดาแน่นอน
“เริ่มการประมูลได้”
หลังจากคำพูดนั้น เฉินหมิงเยว่ก็ละความสนใจจากเวทีนางหาสนใจซื้อสิ่งใดจากสถานที่นี้เป้าหมายเพียงสิ่งเดียวคือหาเงินกลับจวน สายตานางค่อยๆ เลื่อนไปเรื่อยๆ มิได้หยุดที่ใดเป็นการเฉพาะ นางมองชั้นสองในจุดที่แต่ละห้องกำลังสนใจสิ่งที่อยู่บนเวทีการเสนอราคายังคงดุเดือด ส่วนใหญ่ผู้มีเงินมักเป็นผู้มีอิทธิพลมีชื่อเสียงหรือมีตำแหน่ง (ซึ่งนางไม่รู้จักใครสักคนในที่นี้และคงไม่มีใครรู้จักนางเช่นกัน) และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาคนจากยุทธภพคนที่ฝึกยุทธ์ นางคาดหวังว่าวันนี้จะมีคนในยุทธภพมากันมากๆโอสถของนางคนธรรมดาไม่สนใจซื้อในราคาสูง แต่คนในยุทธภพกลับกลายเป็นสิ่งที่ต้องการทั้งมีการแย่งชิงในที่ลับและที่แจ้ง ทั้งนางเองก็มั่นใจในโอสถของนางมาก สุดท้ายอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองชั้นสามที่มิได้มีไว้สำหรับรับแขก มีคนจากชั้นสามกำลังก้มหน้ามองลงมาเช่นกันทั้งสองสบตากันพอดี เสียงตะโกนจากเบื้องล่างทำให้นางละสายตากลับมามองที่เวที เวลานี้กำลังขานราคาที่สูงขึ้น
“ขวดสุดท้ายสำหรับโอสถระดับหนึ่ง(ขั้นสูงสุด) ราคาเริ่มต้นที่ห้าร้อยตำลึงทอง”
“ห้าร้อยห้าสิบตำลึงทอง”
“หกร้อยตำลึงทอง”
“เจ็ดร้อยตำลึงทอง”
เสียงจากห้องชั้นสองฝั่งตรงข้ามดังขึ้นหลังจากด้านหน้าเวทีที่ขั้นหนึ่งเริ่มไปได้สองรอบ
“ข้าให้หนึ่งพันตำลึงทอง”
เป็นเสียงชายในชุดม่วงที่อยู่ห้องชั้นสองถัดจากห้องของนางไปสองห้อง
“สองพันตำลึงทอง”
ฝั่งซ้ายที่อยู่ติดกับนางเอ่ยด้วยเสียงสตรี
“ห้าพัน เปาจูหนิงเจ้ายอมให้ข้าเถอะ วันนี้ถือว่าข้าติดค้างเจ้า”
“เก้าพันตำลึงทอง โอสถขวดนี้ต้องเป็นของสำนักปักษาสวรรค์ของพวกเรา”
“เช่นนั้นพวกเรามาดูว่าใครจะได้ไป หนึ่งหมื่นตำลึง”
นี่ นี่กลายเป็นการแข่งขันระหว่างสำนักไปแล้วดียิ่งนางยิ้มกว้างขึ้นทุกครั้งที่มีเสียงเสนอราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ดูแล้ววิชาปรุงโอสถที่ท่านพ่อและท่านแม่ถ่ายทอดมาจะสามารถใช้เลี้ยงชีพน้อยๆ นี้ให้สุขสบายได้ หนึ่งหมื่นตำลึงหักออกสามส่วนนางเหลือเจ็ดพันตำลึง รวมอีกสองขวดนางมิกลายเป็นเจ้าสัวน้อยหรือไร แค่คิดก็มีความสุขแล้ว
“หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง”
เสียงสตรีชุดดำกล่าวทวน ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สองและครั้งที่สาม ในที่สุดโอสถขวดสุดท้ายขายออกไปในราคาหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง
“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานประมูลในครั้งนี้และหวังว่าพวกท่านทั้งหลายจะมาร่วมงานครั้งถัดไปด้วยนะเจ้าคะ”
หลังเสร็จสิ้นการประมูลราวสองเค่อ ผู้ดูแลเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่นอบน้อมกว่าในครั้งแรกที่คุยกันเพียงโอสถสามขวดได้เงินจำนวนมากถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าอนาคตยังต้องได้พบกันอีก ใบหน้าจึงยิ้มแย้มน้ำเสียงดูอ่อนโยนอย่างยิ่งนำใบรายการเข้ามาวางบนโต๊ะเพื่อรวมยอดและแจ้งให้นางทราบ
“มิทราบว่าเงินทั้งหมดท่านต้องการให้เราจ่ายในรูปแบบใด”
“ตัวแลกเงินห้าพันตำลึงทอง ส่วนที่เหลือข้าฝากหอดับแสงไว้ก่อนได้หรือไม่”
ถึงแม้นางดีใจที่ได้เงินมากแต่ก็จำเป็นต้องระมัดระวังตัวด้วยเช่นกัน
“นายท่านเช่นนั้นท่านรับตั๋วเงินห้าพันตำลึงทอง นี่เป็นป้ายหยกของหอดับแสง เงินส่วนที่เหลือของท่านเพียงท่านนำป้ายหยกนี้ไปที่ร้านแลกเงิน “หลงเป่า” เพื่อรับเงิน ส่วนใหญ่ลูกค้าที่นำสินค้ามาประมูลจะใช้มันเวลาต้องการรับเงินส่วนที่เหลือท่านมิต้องกังวลจำนวนเงินของท่านจะถูกบันทึกไว้ทุกสาขา ไม่ว่าท่านจะเบิกเงินออกไปเท่าไหร่จำนวนจะหักออกตามนั้นทุกครั้งจนหมดยอดเงิน"
ที่แท้มีร้านแลกเงินเป็นกิจการของตนเองด้วย นางใช้นามอวิ๋นสยาในการฝากเงินกับร้านแลกเงิน เมื่อได้รับตั๋วแลกเงินแล้วก็ตามสาวรับใช้ที่เดินนำออกจากหอดับแสง
