บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 ท่านพ่อข้ามีสิ่งที่อยากได้

เฉินหมิงเยว่ นั่งจิบชาหน้าเรือนย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่อาศัยอยู่ในเรือนไม้ภาพท่านพ่อและท่านแม่ที่เคี่ยวเข็ญบ่มเพาะให้นางในระยะสิบปีกว่าก่อนที่ท่านทั้งสองจะสิ้นไปช่างเป็นทักษะที่มีคุณค่าสำหรับนางนี่คือความรักของท่านทั้งสองที่คิดเผื่อนางวางแผนชีวิตให้นางมีความรู้ความสามารถด้านต่างๆ ติดตัวมา นางมองนิ้วมือแม้จะผ่านการฝึกฝนมากมายแต่เพราะสูตรการบำรุงผิวพรรณของท่านแม่ทำให้นิ้วทั้งสิบของนางยังคงเรียวและนุ่มนวล

ยามนี้นางมีเงินทุนที่ได้จากการปรุงโอสถรักษาคนไข้คนแรก เงินค่าตอบแทนจำนวนสามหมื่นตำลึงทอง นางต้องการเปิดร้านค้าสมุนไพรเพราะการสังเกตดูร้านโอสถและร้านค้าสมุนไพรเกือบทุกจะร้าน มีคนป่วยคนบาดเจ็บไม่เคยขาด นางสามารถปรุงโอสถที่มีคุณภาพสูงเมื่อใช้แล้วสามารถหายได้อย่างรวดเร็วทั้งยังราคาย่อมเยาว์ นี่คือลู่ทางที่นางวางแผนไว้ คงต้องเริ่มจากร้านค้าสมุนไพรลำพังร้านค้าที่ซื้อไว้ก่อนหน้าไม่กี่ร้านไม่เพียงพอต่อความเป็นอยู่ในจวนแม่ทัพอนาคตข้างหน้านางต้องการที่จะหาเงินจำนวนมาก และเมื่อมีเงินนางก็สามารถทำสิ่งอื่นได้อีกมากมาย

หลิวหลี่ หลิวหมิ่น สองสาวใช้ยังคงรับผิดชอบในการจัดการสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเฉินหมิงเยว่ แต่นางกำลังคิดจะใช้สองสาวที่ดูมีความซื่อสัตย์มือไม้ว่องไวและมีความจำที่ดีพอสมควรให้กลายมาเป็นผู้ช่วยข้างกายของนางสองคนเป็นนพี่น้องที่มีส่วนคล้ายคลึงกันมากบางครั้งมองดูผ่านๆ เหมือนเป็นคนเดียวกัน

เฉินอวี้อันเป็นทหารตำแหน่งแม้จะสูงแต่ไม่มีเส้นสายมีเพียงมิตรสหายในกองทัพ หากในเรือนมีนางที่ปรุงโอสถได้ ความสามารถนี้เดิมทีเป็นสิ่งที่ดีแต่หากไม่ระมัดระวังอาจอันตรายที่ไม่คาดคิดมาก็ได้ นางคิดว่าจำเป็นต้องปกปิดไว้และต้องสร้างความเข้มแข็งที่ให้กับคนของจวนแม่ทัพตระกูลเฉินแห่งนี้ให้สามารถที่จะปกป้องตนเองให้ได้เสียก่อน

“จ่ายเงินจำนวนมากมายในคราวเดียว หากนายท่านผู้เฒ่าฟื้นขึ้นมาหลังจากได้โอสถไปนางเชื่อว่าในเวลาอีกไม่นานลูกค้าคนเดิมจะต้องกลับมาหานางอีก คนพวกนั้นทั้งหมดมีวิทยายุทธ์ที่สูงส่ง มีเงิน น่าจะมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ข้าควรทำอย่างไรดี พวกเขาเป็นใครกัน”

เฉินหมิงเยว่หยิบตำราสมุนไพรเตรียมกลับเข้าเรือน ด้านนอกก็มีบ่าวชายมาตามตัวนางพอดี

“คุณหนูขอรับ นายท่านต้องการพบขอรับ ให้ข้ามาเชิญท่านที่เรือนหลัก”

“ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะตามไปพบ” / “ขอรับ”

ห้องโถงที่แสนจะเรียบง่ายตามแบบขุนนางฝ่ายทหารที่แสนจะเรียบ(เกินไป) ทุกครั้งที่นางมาเรือนหลักนางอยากเปลี่ยนให้หมดทุกสิ่งเลยไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านที่ทึบและเก่า โต๊ะเก้าอีที่ไร้ลวดลายมีแต่ความแข็งแกร่งบางมุมมีรอยบิ่น ด้านในเฉินอวี้อันนั่งจิบชามองมาที่ประตูราวกับรอคอยนาง มองเข้าไปแม่ทัพที่มีใบหน้าอิ่มเอิบต่างจากครั้งแรกที่นางพบเมื่อเกือบสองปีก่อนยิ่งนัก

“ท่านพ่อ”

“นั่งลงก่อน เยว่เอ๋อร์”

เฉินอวี้อันยิ้มรับ ลูกสาวของเขาสวมใส่ชุดสีเขียวอ่อนคลุมด้วยชุดสีเขียวหยกเดินเข้ามาต่างจากเด็กสาวที่เคยสวมชุดผ้าฝ้ายและผ้าเนื้อหยาบของชาวบ้านที่ต้องเข้าป่าเปลี่ยนมาสวมใส่เสื้อผ้าเนื้ออ่อนเบาปักลวดลายสวยงามน่ารักได้อย่างเหมาะสมยิ่งนัก การเดินก็ดูนิ่มนวลมีมารยาททุกอย่างล้วนดูดีในสายตาเขา

“เห็นพ่อบ้านฉินบอกว่าเจ้าเอ่ยปากถามหาพ่อ มีสิ่งใดหรือไม่”

แม่ทัพเฉินยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตรงไปตรงมา สงสัยก็ถามทันที เขาอยากให้ลูกสาวคนนี้สบายใจ มีความสุขเมื่อเป็นลูกสาวของเขา

“ท่านพ่อข้ามีสิ่งที่ต้องการอยากได้ ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนท่านพ่อหรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าต้องการอะไรบอกพ่อมา จริงๆแล้วเจ้าสั่งพ่อบ้านฉินเลยก็ได้นะ มีสิ่งใดที่ให้เจ้าไม่ได้กัน”

จริงๆ เฉินอวี้อันรู้สึกยินดีที่บุตรสาวอยากถามความคิดเห็นจากตนเองเป็นอย่างยิ่ง (ใบหน้าและแววตาแสดงออกชัดเจน เจ้าขอมาสิ ขอมา)

“ท่านพ่อ ท่านก็รู้ข้าปรุงโอสถได้ ยามนี้จวนเรามีร้านค้าสมุนไพรที่ข้าใช้เงินซื้อไว้เมื่อเดือนก่อน เมื่อมีสมุนไพรที่ดีและเพียงพอข้าต้องการสร้างหอปรุงโอสถภายในจวน ท่านพ่อเองก็มิอยากให้ข้าออกไปนอกจวนบ่อยๆ ดังนั้นหากมีสถานที่สำหรับปรุงโอสถข้าก็จะไม่เบื่อ ทั้งยังสามารถใช้สมุนไพรที่เรารับซื้อมาในราคาที่ไม่แพง และไม่แน่ว่าอาจจะสามารถเปิดร้านค้าโอสถได้ในอนาคตอีกด้วยหากข้าปรุงโอสถออกมาได้ดี ท่านว่าอย่างไรเจ้าคะ”

เฉินอวี้อัน รู้ถึงทักษะด้านการปรุงโอสถของบุตรสาวดี ที่เขารอดชีวิตได้ปีนั้นก็เพราะได้นางช่วยเหลือ ข้อดีของการสร้างหอปรุงโอสถนับว่ามีมากตามที่บุตรสาวกล่าวอีกทั้งมิต้องค่อยกังวลใจหากต้องปรุงโอสถนอกจวนจะมีบุรุษมาสนใจมาติดตามบุตรสาวของตน ยิ่งมองใบหน้าบุตรสาวที่นับวันจะยิ่งงดงาม เขาตัดสินใจได้ทันที

“ได้ สร้างในจวนของเรานี่แหล่ะ ด้านหลังยังมีพื้นที่เหลืออีกมากมาย พ่อจะให้ขุนพลอวี่หลงมาช่วยเจ้า เจ้าวาดแบบออกมาให้พ่อบ้านฉินรับผิดชอบการจัดช่างมาทำตามแบบของเจ้า ส่วนเงินเบิกจากส่วนกลางได้เลย”

“ท่านพ่อเรื่องเงินไม่รบกวนเงินส่วนกลางหรอกเจ้าค่ะ ข้าลืมบอกท่านไป สามวันก่อนข้าปรุงโอสถแล้วมีคนผู้หนึ่งซื้อไปจำนวนเงินนั้นข้าคิดว่าน่าจะมากพอที่จะสร้างหอโอสถ ข้ารบกวนเพียงใช้ท่านขุนพลอวี่หลงและท่านพ่อบ้านฉินนะเจ้าคะ”

“เจ้าขายโอสถ จะได้เงินสักเท่าไหร่จะสร้างหอปรุงโอสถได้อย่างไรกัน หากจะสร้างก็ต้องสร้างขนาดให้ใหญ่โต”

“ท่านพ่อข้ามีเงินจากการขายโอสถ แสนกว่าตำลึงทองเพียงพอไหมเจ้าคะ”

ถ้วยชาในมือเฉินอวี้อันร่วงลงบนโต๊ะน้ำชากระเด็นโดนชายแขนเสื้อ หน้าเขาแข็งค้าง แสนกว่าตำลึงมากพอ มากเกินพอเชียวแหล่ะ นี่มันมากกว่าเงินเดือนที่เขาได้มาตลอดทั้งชีวิตเชียวนะ

“เจ้าว่าไงนะ แสนกว่าตำลึงทอง นี่ นี่มันมากกว่าเงินทั้งหมดที่ข้าเคยได้รับมาเชียวนะ”

“เจ้าค่ะ”

“เฮ้อ ข้าคงจะแก่แล้ว ตามใจเจ้าแล้วกัน เยว่เอ๋อร์”

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อการสร้างหอโอสถ ข้าขอให้ท่านพ่อปกปิดเป็นความลับนะเจ้าคะ หากไม่จำเป็นเราจะมิให้ใครรู้ทั้งสิ้น การปรุงโอสถได้มีทั้งคุณและโทษ ด้วยหน้าที่และตำแหน่งของท่านข้าเกรงว่าจะมีภัยเสียมากกว่า นะเจ้าคะ”

“อืม”

หากบุตรสาวไม่พูดขึ้นมาข้าก็นึกไม่ถึงเช่นกัน ในแคว้นนี้มีคนที่มีอำนาจและตำแหน่งที่สูงกว่าตนไม่น้อยการที่บุตรสาวปรุงโอสถได้อาจทำให้เป็นภัยกับนางได้ หลังจากนั้นบุตรสาวพูดสิ่งใดเขาก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับโดยที่มิทันได้ฟังอย่างละเอียด เมื่อลูกสาวเดินยิ้มกลับไปเขาจึงหันไปถามพ่อบ้านฉินอีกครั้งว่าพอจะมีช่างฝีมือดีหรือไม่

“พ่อบ้านฉิน เจ้าคัดเลือกช่างที่มีฝีมือ เน้นคุณภาพของวัสดุที่จะนำมาสร้าง ระหว่างก่อสร้างมิต้องพูดอะไรมาก หากมีคนถามบอกว่าจะสร้างเรือนรับรองเพิ่มเท่านั้น เข้าใจไหม”

“ได้ขอรับ”

หลังจากวันนั้นผ่านมาเดือนกว่าแล้วที่เฉินอวี้อันวุ่นวายกับงานไม่ค่อยได้เจอบุตรสาว ตัวเขาส่วนใหญ่ก็ไปทำงานที่ค่ายทหาร เข้าประชุม เข้าเฝ้า วนเวียนอยู่เช่นนี้ จนวันนี้เขามีเวลาว่างจึงเดินรอบๆจวน ก็สังเกตุเห็นอวี่หลงเดินผ่านไปพร้อมกับกลุ่มคนที่ช่วยกันยกสิ่งของตามกันไปเป็นแถว จึงอดไม่ได้ที่จะเดินตามไปดู

ภายในจวนที่ซึ่งเคยเป็นพื้นที่่ว่างเปล่า ยามนี้มีเรือนที่ถูกปลูกสร้างขึ้นห่างจากเรือนหลักของตนชิดไปทางฝั่งเรือนของบุตรสาว เขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากจึงเดินเข้าไปใกล้เป็นหอสามชั้นโครงสร้างหลักมองดูน่าจะเสร็จเรียบร้อยมีช่างหลายสิบคนกำลังทาสีตกแต่งอยู่รอบนอกเขาเดินตามทางเดินเข้าไปทางประตูด้านหน้าที่เปิดอยู่ ด้านในชั้นแรกเป็นโถงกว้างมีลิ้นชักไม้เรียงอยู่รอบด้านมีบันไดวนขึ้นไปชั้นสอง เมื่อมองดูอย่างชัดเจนเป็นไม้ที่ลวดลายงดงามจึงก้าวขึ้นบันได ชั้นนี้เขามองเห็นห้องหลายห้องเดินเข้าไปภายในยังไม่มีสิ่งใดวางอยู่ยังเป็นห้องว่างเปล่า ขณะที่กำลังจะขึ้นไปชั้นบนสุด

“ท่านพ่อ”

เสียงหวานของเฉินหมิงเยว่ดังเบื้องหลังเขาจึงหันกลับไปหา

“เย่วเอ๋อร์ พ่อมิได้สนใจเรื่องในเรือนเพียงเดือนสองเดือน พวกเจ้าสร้างหอนี้ได้สวยงามใหญ่โตทำเอาข้าตกตะลึงเลยที่เดียว”

“เป็นเพราะท่านพ่อส่งพวกเขามาจัดการให้ข้า ท่านพ่อบ้านฉิน และท่านขุนพลอวี่หลงที่ช่วยลูกหาช่างมีฝีมือทั้งยังใช้วัสดุที่มีคุณภาพสวยงามถูกใจลูกยิ่งนัก ท่านพ่อดูสิเจ้าคะนี่ขนาดยังมิได้เริ่มตกแต่งเลยนะเจ้าคะ ท่านพ่อว่าสวยไหมเจ้าคะ”

“สวยมากดังเจ้าว่า เสร็จงานเมื่อไหร่พ่อจะให้รางวัลพวกเขาทั้งสองคน”

“ยังต้องการสิ่งใดเพิ่มหรือไม่เยว่เอ๋อร์”

“ช่วงนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จดี ส่วนของตกแต่งท่านไม่ต้องกังวลข้าสั่งช่างไม้ทำไว้แล้ว เมื่อตัวหอโอสถทาสีเรียบร้อยข้าวของเหล่านั้นท่านขุนพลอวี่หลงจะจัดการรับมาจากร้านเจ้าค่ะ”

“ถ้าต้องการก็บอกพ่อหรือสั่งพ่อบ้านฉินได้เลยนะ”

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านเคยรับปากข้าแล้วว่าเรือนหลักของท่านจะให้ข้าเข้าไปจัดการตกแต่งใหม่ท่านจำได้หรือไม่เจ้าคะ”

“แต่ว่าของที่มีอยู่ก็ยังดีแล้วนะ เยว่เอ๋อร์”

“ไม่เจ้าค่ะ เวลาเดินเข้าไปที่นั่นข้ามิชอบสักเท่าใดให้ข้าตกแต่งให้ใหม่นะเจ้าคะ ข้าสั่งเครื่องเรือนไว้เรียบร้อยแล้วอีกสิบกว่าวันก็จะมาส่งที่จวนแล้ว ท่านพ่อไม่ต้องปฏิเสธอีกเจ้าค่ะ เพราะข้าจ่ายเงินไปทั้งหมดแล้ว”

“เจ้านี่นะ ตามใจเจ้าก็แล้วกัน”

สำนักมังกรฟ้า บนเทือกเขาหลังมังกรที่ปกคลุมด้วยป่าสนที่หนาทึบและต้นไม้ใหญ่อีกมากมายมีเส้นทางเพียงเส้นเดียวที่มุ่งหน้าขึ้นไปบนยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของสำนัก ดูห่างไกลและเร้นลับห่างจากสายตาชาวบ้านทั่วไป

ในสวนที่มีไม้ดอกไม้ประดับที่ร่มรื่นชายชราอายุราวเจ็ดสิบกว่าปี ร่างกายสูงผอมในวัยหนุ่มจะต้องเป็นหนุ่มที่ร่างกายสูงสง่าอย่างแน่นอนกำลังเดินออกกำลังกายเบาๆ โดยมีเด็กชายอายุไม่เกินเจ็ดปีจับมือประคองอยู่ด้านข้าง ช่างเป็นภาพที่ห่างไกลจากคนที่เคยนอนสลบไสลบนเตียงรอหมอมารักษายาวนานนับปี

“เสียวฉี เจ้าไม่ต้องจับแขนข้า ข้าเดินเองได้ หากเจ้าจับอยู่เช่นนี้จะพากันล้มลง ปล่อยๆ”

“ท่านปู่ ท่านไม่ควรลุกออกมาเดิน ท่านยังไม่มีแรง”

“ใครบอกเจ้า ข้าแข็งแรงดีแล้ว”

“พี่ชายบอกข้า ท่านไม่สบายต้องคอยดูแลไว้ให้ดี”

“พอๆ ข้าเหนื่อยแล้วพวกเราไปนั่งตรงนั้นก่อน”

ชายชราเดินงกๆเงิ่นๆ ช้าๆ ไปที่เก้าอี้หินที่วางอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยเดินตามไปใกล้ๆ หยุดยืนอยู่ด้านข้าง

“เห็นไหม ข้าบอกท่านปู่แล้ว อย่าดื้อ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าเด็กนี่”

บนชั้นสอง ชายหนุ่มยืนมองลงมาจากข้างหน้าต่าง ท่านปู่ที่เคยสง่าผ่าเผย แข็งแรงและเป็นผู้แข็งแกร่งมีวิทยายุทธ์สูงที่สุดในสำนัก มีชื่อติดอันดับหนึ่งในสามของสุดยอดฝีมือเพราะเหตุการณ์วุ่นวายภายในสำนักเมื่อหลายปีก่อนทำให้ได้รับบาดเจ็บและถูกพิษร้ายแม้จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้แต่ก็ทำให้สูญเสียพลังภายในและวิทยายุทธ์ไปจนหมดสิ้นกลายเป็นชายชราที่อ่อนแอต้องรับโอสถเพื่อต่อชีวิตทุกวัน บ้างครั้งอาการกำเริบก็หมดสติไปนานนับเดือน เป็นเรื่องที่ทำให้เขาเสียใจและหดหู่ที่สุดในครั้งนั้นเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่มีฝีมือล้ำหน้าคนในรุ่นเดียวกันจึงต้องแบกภาระไว้บนบ่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“เจ้าสำนัก หลังจากโอสถที่ได้รับมาครั้งก่อนหมดแล้วบรรดาหมอทั้งหมดที่สำนักไปเชิญมา ไม่มีของหมอท่านใดที่โอสถและสมุนไพรใช้รักษาให้อาการดีขึ้นกว่าเดิม ทำได้เพียงประคองอาการของนายท่าน มิสู้เรากลับไปเมืองหลวงอีกสักครั้งดีไหมขอรับ”

อาซิง ยืนอยู่ด้านหลังอดพูดขึ้นไม่ได้เมื่อเห็นผู้ที่เป็นทั้งนายและเพื่อนที่เติบโตมามากกว่ายี่สิบปีด้วยกันมองบุคคลอันเป็นที่รักเขาเป็นเด็กกำพร้าที่นายท่านคนก่อนเก็บมาแล้วเลี้ยงจนเติบโตจนกลายมาเป็นองครักษ์ประจำตัวรู้ดีว่าอีกฝ่ายรักนายผู้เฒ่ายิ่งกว่าใคร

บุรุษผู้เป็นใหญ่ในสำนักยังคงสวมหน้ากากเช่นเดิม มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาสักนิด เขากำลังนึกถึงใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นคนที่มีความกล้ามากถึงขนาดขอดูใบหน้าของตน มิใช่เขาชื่นชอบการปิดบังใบหน้าหากแต่เพราะความงดงามของใบหน้านี้ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยทำให้บุรุษและสตรีเพียงเห็นก็จะแสดงอาการหลงไหลคลั่งไคล้ หลายครั้งทำให้เกิดปัญหาจึงจนใจต้องปิดบังใบหน้า

ย้อนนึกถึงวันนั้นเขาเองก็อดแปลกใจไม่ได้ เด็กน้อยที่ปากบอกชื่นชอบความงามหากแต่เมื่อเห็นใบหน้าตนกลับทำเพียงจ้องมองมิได้แสดงอาการอื่นราวกับกำลังจ้องมองภาพวาดเพื่อหาตำหนิ ทำให้เขารู้สึกอึดอัด นี่เป็นครั้งแรกที่ตนอยากใช้ใบหน้านี้หลอกล่อเพื่อสิ่งที่ต้องการสักครั้งหนึ่งหากแต่ดูเหมือนจะหวังผลมิได้

“ข้ารู้โอสถและวิธีการดูแลท่านปู่ของเด็กน้อยผู้นั้นนับว่าได้ผลดีที่สุด เพียงแต่ดูลึกลับเกินไปยากจะคาดเดาถึงตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ส่งคนไปเฝ้าดูเอาไว้ข้าต้องการรู้ว่าใครคือปรมาจารย์ผู้ปรุงโอสถ ไม่ง่ายนักที่จะเจอโอสถระดับสูงนับเป็นของที่หาได้ยากยังดีที่พวกเราได้มาหลายปีมานี้ท่านปู่อาการแย่ลงเรื่อย ครั้งนี้นับว่าโชคดี หากมีโอกาสข้าอยากสนทนากับผู้ปรุงโอสถท่านนั้นบางทีอาการเจ็บป่วยของท่านปู่อาจจะสามารถรักษาให้หายขาดได้”

“ทราบแล้ว ข้าจะส่งคนไปเฝ้าจับตาร้านสมุนไพรแห่งนั้นเอาไว้ คิดว่าช้าเร็วยังไงคงต้องมาที่นั่น”

“จำไว้ หากคนผู้นั้นปรากฏตัวอีกให้คนของเราตามอยู่ห่างๆ ข้าต้องการรู้ว่าเขาเป็นใคร”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel