บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 สำรวจลู่ทางสร้างอาชีพ

สิบวันผ่านไปหลังจากรับบัญชีของจวนแม่ทัพมาอยู่ในมือ หลังจากศึกษาบัญชีของจวนอย่างละเอียดเฉินหมิงเยว่ก็พบว่า จวนแม่ทัพเฉินช่างเป็นจวนที่ยากจนเสียเหลือเกิน จวนแห่งนี้มีเรื่องที่ต้องใช้จ่ายมากมายแต่เงินที่ได้รับมีเพียงเงินเดือนของบิดาผู้เป็นแม่ทัพ ไม่มีกิจการของครอบครัวตกทอดมาย่อมไม่มีทรัพย์สินให้เพิ่มพูนลำพังแค่แบ่งสรรให้ใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอ นางอดที่จะรู้สึกนับถือท่านพ่อบ้านว่าช่างเป็นคนที่มีฝีมืออย่างยิ่ง อยู่กันมาได้อย่างไรเงินแทบจะไม่มี จึงไม่น่าแปลกที่ทั้งจวนแทบจะไร้เงาคนเพราะบ่าวไพร่นับด้วยมือสองข้างยังเพียงพอ เฮ้อ ลำบากจริงๆ

หลังจากใช้เวลาแต่ละวันหมดไปกับตั้งหน้าตั้งตาหาเส้นทางสร้างรายได้ ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจว่าถึงเวลาเริ่มต้นสร้างกิจการหาเงินในเมืองหลวงได้แล้ว แต่เมื่อเริ่มต้นเล่าความคิดของตนเองให้พ่อบุญธรรมก็เริ่มเห็นแววยุ่งยากจากความคิดของอีกฝ่ายที่ออกอาการเห่อ หวง ห่วงนางไปซะทุกอย่าง

เฉินหมิงเยว่ใช้เหตุผลมากมายเพื่อให้ได้รับการเห็นชอบและไม่กีดขวางนางก็พอไม่จำเป็นต้องสนับสนุนนางก็ได้ หลายวันนี้มานี้ยามที่มองสมุดบัญชีนางอยากร้องไห้เหลือเกินทั้งๆ ที่ท่านพ่อมีเงินทองเก็บอยู่ในคลังเพียงน้อยนิด นางได้ดูจำนวนเหล่านั้น ยิ่งมองเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่แสดงออกว่าเอ็นดูรักใคร่ตามใจนาง นางรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกสนิทสนิมด้วยมากกว่าเดิมแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การค้าต้องเริ่มขึ้นให้ได้ นางต้องการเงินจำนวนมาก ใช่ ยิ่งมากยิ่งดี จวนนี้ยากจนเกินไปแล้วนางรับไม่ได้ ความรู้ที่มีสะสมในตัวนางต้องถูกนำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด นางไม่ยอมที่จะเป็นเด็กสาวที่ยากจนในเมืองหลวงอย่างแน่นอน

“ท่านพ่อ ข้าจะค้าขาย”

“ไม่ได้ เป็นคุณหนูจะค้าขายได้อย่างไร ชาวบ้านเขาจะหัวเราะเอาได้”

“คนอื่นจะพูดอย่างไรข้าไม่สน แต่ข้าจะต้องมีกิจการเป็นของตนเองให้ได้”

“เยว่เอ๋อร์ เจ้าเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของพ่อ เจ้าอายุยังน้อยยังมิได้เข้าพิธีปักปิ่น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้าต้องเรียนรู้มีสิ่งใดที่เจ้าสนใจอยากทำ อยากเรียนหรืออยากได้ขอเพียงเจ้าต้องการพ่อจะพยายามสรรหามาให้เจ้า ดีหรือไม่”

“ท่านพ่อ หากข้าบอกว่าเรื่องร่ำเรียนไม่จำเป็นสำหรับข้า ท่านเชื่อหรือไม่ข้าสามารถอ่าน เขียนได้ วาดรูปข้าก็วาดได้ เย็บปักถักร้อยข้าก็ได้ร่ำเรียนจากท่านแม่บุญธรรมมาอย่างหนัก ท่านทราบหรือไม่ว่าข้าเล่นพิณได้ไพเราะยิ่งนักหากวันใดท่านมีเวลาว่างข้าสามารถเล่นให้ท่านฟังได้

ท่านแม่เคยกล่าวว่าแม้พวกเราจะอยู่ในหุบเขาห่างไกลผู้คนแต่มิอาจละเลยศาสตร์เหล่านี้ได้ นางทำสิ่งใดได้ข้าก็ทำสิ่งนั้นได้เช่นกัน ส่วนท่านพ่อบุญธรรมของข้าคือหมอเทวดาเขาเชี่ยวชาญด้านโอสถและการรักษาโรค ทั้งยังเขียนอักษรได้งดงามยิ่งนัก ยามว่างมีงานอดิเรกทำอาหารคาวหวานให้ข้าและท่านแม่ทาน ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าล้วนได้รับการเคี่ยวเข็ญมาด้วยความยากลำบาก ข้าใช้กระบี่และพิษได้ดีมากพอๆ กับทานข้าวเลยเชียวนะเจ้าคะ ท่านเชื่อหรือไม่”

เฉินอวี้อันแม้จะแปลกใจแต่ก็พยักหน้ายอมรับสิ่งที่เด็กสาวผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรสาวบุญธรรมของตนบอกเล่าเรื่องในยามเด็กให้ฟัง เขาพยายามที่จะยิ้มอย่างเข้าใจและเห็นด้วยกับความพยายามของนางแม้จะรู้สึกยากจะยอมรับก็ตาม

“พ่อเชื่อๆ เจ้าเก่งกาจทุกเรื่อง”

"ท่านพ่อ จากนี้ไปข้าคือคุณหนูจวนแม่ทัพเฉิน ถูกต้องไหมเจ้าคะ"

“ใช่ๆ พ่อนำนามของเจ้าเข้าร่วมในแซ่เฉินของตระกูลเรียบร้อยแล้วพ่อลืมบอกเจ้าไป ต่อจากนี้ไปเจ้าคือเฉิน หมิงเยว่ คุณหนูเฉินจวนแม่ทัพเฉิน อย่างเป็นทางการ ข้าควรจะขอโทษเจ้าที่ไม่ได้จัดพิธีการแล้วจัดงานเลี้ยงรับเจ้า”

“เจ้าค่ะ ข้าคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร แต่ว่าข้าคิดอยากจะออกไปเที่ยวชมในเมืองได้หรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้ารอพ่อว่าง ออกไปเดินเที่ยวเป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่ ด้านนอกมีคนไม่ดีมากมาย”

น้ำเสียงติดจะห้วนไม่พึงใจของเฉินอวี้อันบอกอาการคนหวงลูกสาวออกมาแล้ว พ่อบ้านฉินที่ยืนด้านข้างแอบยิ้มน้อยๆ กับท่าทางของคุณหนูคนใหม่ที่พยายามอย่างหนักด้วยท่าทางติดๆขัดๆ และเฉินอวี้อันที่เป็นพ่อมือใหม่เช่นกัน คนเป็นพ่อที่กลัวว่าชายหนุ่มภายนอกเห็นลูกสาวแสนสวยและสนใจนางที่งดงามจนผู้คนตกตะลึง คุณหนูคนใหม่ไม่ชื่นชอบการพอกหน้าหนาๆ เช่นแม่นางในเมืองหลวงแต่นั่นก็ยิ่งทำให้ความงดงามตามธรรมชาติชัดเจนมากขึ้น แน่นอนหากออกไปเดินตามถนนนอกจวนเขากล้าที่จะเอาหนังหน้าแก่ๆ นี้ค้ำประกันได้เลยทีเดียวว่าคงมีคนมองตามไม่น้อยทีเดียว เฉินหมิงเยว่ยังส่งสายตาอ้อนวอนไปหาท่านพ่อของนาง

“ท่านพ่อออออ ข้าให้พ่อบ้านฉินไปกับข้าเอาบ่าวชาย องค์รักษ์ของจวนไปด้วยก็ได้นะเจ้าคะ นะ นะ ท่านพ่อ”

นางใช้การอ้อนที่ฝึกท่าทางมาทั้งคืน โดยมีสาวใช้ข้างกายเป็นผู้ฝึกสอนให้นาง เพื่อให้พวกนางนาย/บ่าว ได้ออกไปเดินเที่ยวนอกจวน

“ได้ๆ เจ้าเอาคนไปด้วยเยอะหน่อย พ่อเป็นห่วงหากวันนี้มิได้มีงานสำคัญข้าจะหยุดงานไปกับเจ้าด้วย”

พ่อบ้านฉินจัดเตรียมรถม้า บ่าวรับใช้ สาวใช้ องค์รักษ์ไว้สำหรับดูแลนาง เพียงแค่เห็นก็อึดอัดเหมือนโดนกักขังนางรู้แต่แรกว่าการออกไปนอกจวนของคุณหนูเช่นนางจะค่อนข้างยุ่งยากวุ่นวายเพราะการกำชับของท่านแม่ทัพเฉินผู้เป็นบิดาซึ่งมิได้เป็นสิ่งที่นางต้องการนักแต่ก็ยังดีกว่ามิได้ออกไปจากจวน เมื่อก่อนยามที่เฉินหมิงเยว่อาศัยอยู่ที่กระท่อมไม้บนหุบเขามีผืนป่ากว้างใหญ่นางก็สามารถท่องเที่ยวเพียงลำพังกับม้าคู่ใจได้โดยไม่มีผู้ใดขัดขวาง

การเป็นคุณหนูในตระกูลขุนนางทำให้เฉินหมิงเยว่มีคนดักหน้าดักหลังรู้สึกไม่สบายใจสบายกายเท่าใดนักลำพังเครื่องแต่งกายที่แตกต่างก็ยุ่งยากไม่น้อยแล้ว นี่พาคนมามากมายเช่นนี้นางจะหาช่องทางทำการค้าหาเงินได้อย่างไร เฉินหมิงเยว่คิดหาวิธีแยกตัวเองออกจากขบวนที่แสนเอิกเริกนี้ให้จงได้

กว่าจะปฏิเสธการนั่งเกี้ยวเปลี่ยนมาเป็นการเดินก็ทำนางเหนื่อยไม่น้อยทีเดียว พอเดินมาถึงตลาดที่อยู่ห่างออกไปจากจวนสามช่วงถนน ไม่ใกล้และไม่ไกลมากนักเริ่มมีผู้คนเดินไปมาตามทางตลอดเส้นที่รถม้าเคลื่อนผ่านร้านค้ามีข้าวของมากมายวางอยู่สาวใช้ที่ติดตามมาเริ่มสอดส่ายตาเพราะสาวใช้เหล่านี้ทำงานอยู่ในเรือนมิได้มีโอกาสออกมาเดินเลือกซื้อสินค้าได้อย่างอิสระเมื่อมีโอกาสย่อมยิ้มแย้มแจ่มใสใบหน้าเด่นชัด แต่ละนางยังอายุน้อยจึงเต็มไปด้วยความยินดีกับการติดตามเฉินหมิงเยว่ออกมาตลาดในครั้งนี้

“ท่านพ่อบ้านฉิน ข้าอยากไปร้านขายหมึกและกระดาษ นำทางข้าไปที”

“ได้ขอรับ”

“พ่อบ้านฉิน ท่านพาพวกเขาไปรอที่เพิงน้ำชาที่อยู่เลยไปข้างหน้า ข้าใช้เวลาเลือกซื้อไม่นานได้แล้วจะพากันเดินไปหาพวกท่านเอง”

พ่อบ้านฉินมองดูระยะทางจากหน้าร้านขายหมึกและกระดาษกับเพิงน้ำชาที่อยู่ไม่ไกลนัก ระยะเพียงเท่านี้หากเกิดสิ่งใดขึ้นเขาสามารถมองเห็นและสามารถเข้ามาช่วยเหลือดูแลได้อย่างทันท่วงทีจึงรับคำแล้วพารถม้าไปยังเพิงน้ำชา ส่วนเฉินหมิงเยว่ก็เดินเข้าไปในร้านหนังสือ แต่ก่อนที่จะเดินดูก็หันไปหาสาวใช้ที่เดินตามติดมาด้านหลัง

สาวใช้สองคนเป็นพี่น้องฝาแฝดที่นางเลือกมารับใช้ใกล้ชิดเพราะมีลักษณะกระฉับกระเฉง ใบหน้าหมดจดแม้มิใช่คนสวยนัก นางมิชอบเอาสิ่งอัปลักษณ์ไม่เจริญหูเจริญตาไว้ใกล้ๆ ตัวจึงเลือกทั้งสองคนเอาไว้ นางตั้งชื่อตามธรรมเนียมเมื่อรับสาวใช้มา คนพี่ชื่อหลิวหลี่ ส่วนคนน้องชื่อหลิวหมิ่น สองพี่น้องเชื่อฟังนายหญิงคนใหม่อย่างสนิทใจ

“หลิวหลี่ หลิวหมิ่น เจ้าทั้งสองไปร้านขนมขนมหวานอวี้หลี เลือกขนมที่ดีที่สุดกลับจวนไปสามสี่กล่อง จำไว้ต้องเลือกที่รสชาติไม่หวานจนเกินไปนักท่านพ่ออายุมากแล้วไม่ควรทานหวานจัด จำได้หรือไม่”

“จำได้เจ้าค่ะ ให้เลือกขนมที่หวานไม่มาก สี่กล่อง”

“ถ้ามีขนมที่พวกเจ้าสองคนอยากกินก็เลือกมาสักหน่อย เอาเงินนี่ไป”

“เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้ว”

สาวใช้ทั้งสองยิ้มด้วยความดีใจกำเงินที่ได้รับมาก่อนจะรีบพากันไปร้านขนมขึ้นชื่อที่อยู่ห่างออกไปทันที

ภายในร้านหนังสือ มีสตรีและบุรุษที่มีอายุมากกว่านางทั้งสิ้นยืนอยู่ภายในร้านหลายคน เสียงพูดคุยกันไปมามีหลงจู๊ที่ดูแลร้านและพนักงานในร้านดูแลอยู่เพียงสองคน ชั้นวางม้วนหนังสือที่ทำจากไม้ไผ่อยู่ด้านหนึ่ง ถัดมาเป็นชั้นวางพู่กัน หมึก แท่นฝนหมึก สำหรับสิ่งของที่มีชื่อของร้านถูกวางในจุดที่เด่นและได้รับการระมัดระวังด้วยเป็นของที่มีราคาสูง การที่เด็กสาวอายุน้อยเพียงสิบเอ็ดสิบสองเช่นนางก้าวเข้ามาภายในร้านจึงไม่มีคนสนใจ ปล่อยให้นางเดินชมด้วยตนเองเป็นเช่นนี้ดียิ่งนางมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะแอบหลบออกไปนางเดินไปรอบร้านหนึ่งรอบอย่างช้าๆ เฉินหมิงเยว่สังเกตเห็นประตูด้านหลังมีเพียงผ้าปิดเป็นม่านไว้เท่านั้น

ตรอกเซิ่นจู เต็มไปด้วยผู้คนและร้านรวงมากมายทั้งสองฝั่ง มีของขายมากมายหลายชนิด ด้วยฝีเท้าที่ว่องไวระดับนางทำให้มาถึงอย่างรวดเร็ว นางรีบเดินอย่างว่องไวสายตานางกวาดมองไปทั่วจนสุดทางเดินนางจึงแวะข้างทางเป็นหญิงชราขายผักที่มองดูไม่ค่อยสดนัก หญิงชราเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวเบื้องหน้าที่แต่งกายเรียบง่ายทว่าเนื้อผ้าดูมีราคา ท่าทางเป็นเด็กที่มีสง่าราศี ดวงตากลมโตปากน้อยๆ ดูเป็นเด็กที่สวยงามและแข็งแรงจึงยิ้มซื่อๆให้นางก่อนจะเอ่ยปากถามนาง

“แม่หนู หลงทางหรือ”

“มิใช่เจ้าค่ะท่านยาย ท่านขายผักพวกนี้หรือเจ้าคะ”

“ใช่ ยายปลูกเองแต่ที่ในตลาดราคาแพงยายต้องมาขายตรงนี้

เพราะอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีร้านค้าผู้คนจึงมิได้สนใจนัก ผักของนางจึงขายมิค่อยได้ อีกไม่นานตลาดก็จะไม่มีผู้คนแล้ว ผักที่เริ่มเฉาพวกนี้คงได้แต่ต้องนำกลับแล้ว สีหน้าของหญิงชราที่ยิ้มด้วยความจริงใจให้นางในครั้งแรกทำให้นางมีใจอยากช่วยเหลือ

“ท่านยาย ท่านขายผักเหล่านี้ราคาเท่าไหร่”

"หัวไฉ่เท้า หัวละสองอีแปะ

กะหล่ำปลี สามอีแปะ

ผักกาดขาว ห้าอีแปะ"

“ท่านยายท่านนับดูทั้งหมดรวมเป็นเงินจำนวนเท่าใด ข้าต้องการทั้งหมดที่บ้านข้าคนเยอะ หากท่านยายสามารถตอบคำถามข้าได้ว่าเมืองนี้มีร้านขายโอสถกี่ร้าน ต่อไปท่านไม่ต้องมานั่งขายที่นี่แต่ให้เอาผักจำนวนเท่ากันนี้ไปขายให้ที่บ้านข้าโดยตรงดีหรือไม่”

“แม่หนู หากข้าตอบคำถามเจ้า เจ้าจะซื้อผักพวกนี้จากข้าจริงๆ หรือ"

“ท่านยายจะตอบคำถามข้าหรือไม่”

หญิงชราแม้ยากจนหากแต่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมาหลายสิบปี ไม่เคยได้เข้าร้านขายโอสถทุกร้านแต่ก็มีโอกาสได้เห็นได้ผ่าน นางรีบเล่าให้เด็กสาวเบื้องหน้าฟังน้ำเสียงไม่ดังไม่เบาจนเกินไปด้วยความตั้งใจ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังยืนคุยกันนั้นฝั่งพ่อบ้านฉินกำลังกระวนกระวายใจพาบ่าวชายและสาวใช้รีบเร่งเดินตามหานางมาตั้งแต่ร้านหนังสือเรื่อยมาจนถึงตรอกเซิ่นจู นางได้ยินเสียงแว่วมาก่อนที่บรรดาข้ารับใช้จะมาถึงนางมากกว่าห้าสิบก้าวด้วยซ้ำ จึงกล่าวกับหญิงชรา

“ขอบคุณท่านยาย ผักจำนวนนี้ท่านมัดรวมกันคนของข้าจะมาถึงแล้ว”

“คุณหนู อยู่ตรงนั้นท่านพ่อบ้านฉิน”

“คุณหนูใยท่านออกจากร้านหนังสือมาเดินเล่นอยู่แถวนี้ได้เล่าขอรับ มันไกลมากพวกข้ากังวลใจมากตามหาท่านมาตลอดทาง หากเจอคนไม่ดีจะเป็นอันตรายได้นะขอรับ” เขาเข้าใจว่าคุณหนูยังเด็กคงแอบออกมาเที่ยวเล่นตามประสาเด็กจึงกล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง นางเข้าใจดีจึงยิ้มบางรับคำ (พวกเจ้ายังไม่รู้ดีว่าหากข้าไม่ทำร้ายคนก็ถือว่าดีแล้ว ใครจะสามารถทำร้ายข้าได้)

“ข้าเดินมาเรื่อยๆ ไม่เป็นไรๆ พ่อบ้านฉินข้าซื้อผักจากท่านยายทั้งหมด ต่อไปจวนเราซื้อจากนางท่านจัดการให้ข้าด้วย”

พูดจบนางก็เดินย้อนกลับระหว่างทางเจอสิ่งใดน่าสนใจนางก็เลือกซื้อติดมือกลับมาบ้างเล็กน้อย ส่วนพ่อบ้านฉินกำชับบ่าวชายให้ยกผักทั้งหมดติดมือกลับมาก่อนจะจ่ายเงินให้หญิงชราแล้ววิ่งตามเด็กสาวไป หญิงชรายิ้มกว้างเป็นคราวโชคดีของนางที่ได้เจอคุณหนูจวนแม่ทัพ ที่คุณหนูหันมาทักนาง จากนี้ครอบครัวหญิงชราสามารถขายผักที่ปลูกได้ทุกวันทั้งมิต้องเหนื่อยยากหาที่ขายในตลาดที่มีราคาแสนแพง นางกำเงินในมือแน่นรีบเดินกลับบ้านด้วยความดีใจ

“คุณหนู หากพวกข้าทำท่านหายไปหรือท่านได้รับอันตรายแม้เพียงนิด พวกบ่าวรับใช้เหล่านี้ไม่แคล้วต้องถูกเฆี่ยนหลังจนตายทั้งหมดแน่นอนขอรับ”

“ขอโทษพวกท่านด้วย ข้ามิได้ตั้งใจให้กลายเป็นเรื่องวุ่นวายเช่นนี้"

ท่านพ่อบ้านฉินวางใจได้ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแน่นอน เพราะว่านางจะแอบออกจากจวนโดยมิให้ใครรู้ต่างหาก พวกเจ้าทั้งจวนยังมีฝีมือไม่เข้าขั้น วันนี้ข้าเดินสำรวจจำเส้นทางไว้ได้ทั้งหมดแล้ว นี่เป็นความคิดของนางที่ขี้เกียจพูดออกมา

มุมหนึ่งที่ห่างไกลออกไป มีคนกำลังลอบมองขบวนของจวนแม่ทัพที่กำลังวุ่นวายอยู่ในตัวตลาด พวกเขาจับตามองมาตั้งแต่หน้าจวน เด็กสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มคาดว่าคงจะเป็นบุตรสาว(คนใหม่) ที่เฉินอวี้อันแม่ทัพคนสนิทของฝ่าบาทแน่นอนจนคนทั้งหมดจากไปคนที่ลอบติดตามมาก็หายตัวไปจากจุดที่ยืน

“ใคร” ติดตามนาง แต่ช่างเถอะฝีมือกระจอกระดับนี้ยังกล้ามาลอบตามนาง หากไม่รำคาญนักข้าจะปล่อยไปก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel