บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 ตัดขาด

แม้ว่าเฝิงหมิงเยวี่ยจะรู้สึกตกใจที่อยู่ๆ ก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องรัดร่างของนางทำให้นางเสียหลักนั่งลงไปบนตักของเขา แต่เมื่อนางได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะและความหวาดหวั่นขององค์รัชทายาทก็ทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยยังคงนั่งอยู่บนหน้าตักของรุ่ยอ๋องอย่างไร้ซึ่งความละอาย

“หมิงเยวี่ย! เจ้าลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางตรัสออกมาพลางรีบเดินตรงมาหาร่างของเฝิงหมิงเยวี่ย ตั้งพระทัยว่าจะดึงร่างของนางให้ลงมาจากตักของรุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลง แต่ทันทีที่องค์รัชทายาทยื่นพระหัตถ์มาที่ร่างของนางก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องสะบัดมาตีที่หลังพระหัตถ์ทำให้องค์รัชทายาทรีบเก็บงำพระหัตถ์คืนกลับไปในทันที

“เสด็จพี่พวกท่านทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หมิงเยวี่ยคือว่าที่พระชายารองของข้า ดังนั้นขอเสด็จพี่ได้โปรดเว้นระยะห่างจากนางด้วย” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสออกมาเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็เงยหน้าขึ้นไปมองสีหน้าของหลี่ไท่หลง พอเห็นว่าเขาไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจสัมผัสจากนาง นางก็ตัดสินใจยกท่อนแขนอันขาวผ่องทั้งสองข้างของตนเองขึ้นไปคล้องคอของหลี่ไท่หลงเอาไว้

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ใช่ว่าที่พระชายารองขององค์รัชทายาท ขอท่านอ๋องได้โปรดทรงเห็นใจหม่อมฉันและอย่าเข้าใจหม่อมฉันผิดนะเพคะ” เมื่อเอ่ยจบเฝิงหมิงเยวี่ยก็เอนร่างของตนเองไปซบลงบนหน้าอกของหลี่ไท่หลง ร่างกายอันอบอุ่นของเขาอยู่ๆ ก็พลันแข็งเกร็งขึ้นมา นางได้แต่หลับตาลงแล้วคิดในใจว่า

‘ห้ามผลักข้าลงจากตักของท่านตอนนี้นะ ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เงินหนึ่งแสนตำลึงเลยสักเหวินเดียวข้าก็จะไม่ให้ท่าน’ เฝิงหมิงเยวี่ยเคยได้ยินมาว่าองค์ชายใหญ่รังเกียจสตรี แค่ถูกสตรีแตะตัวเพียงนิดเดียว เขาก็ใช้คมดาบคร่าชีวิตของสตรีผู้นั้นแล้ว ยามนี้นางจึงกังวลว่าโรคเก่าของเขาจะกำเริบขึ้นมาตอนนี้แล้วทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าพระพักตร์ขององค์รัชทายาท

“เฝิงหมิงเยวี่ยเจ้ามีความละอายบ้างหรือไม่ รีบลงจากร่างของเสด็จพี่ของข้าเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางทรงตรัสออกมาด้วยโทสะ แม้ว่าจะหวั่นเกรงอำนาจการทำลายล้างของรุ่ยอ๋องมากเพียงใดแต่การที่ได้เห็นร่างของเฝิงหมิงเยวี่ยเอนซบอยู่บนกายของบุรุษอื่นเช่นนี้ก็ทำให้องค์รัชทายาทไม่อาจจะระงับโทสะของตนเองได้อีกต่อไป

“น้องรอง ที่นี่คือจวนของข้า คนที่พากองกำลังของตนเองบุกเข้ามาแถมยังมายืนจ้องมองพวกข้าทำเรื่องส่วนตัวกันเช่นเจ้าควรจะเป็นฝ่ายละอายมิใช่หรือ” คำพูดของรุ่ยอ๋องทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยลอบยิ้มออกมาในใจก็คิดว่านางคิดถูกแล้วที่เลือกใช้เงินกับคนเช่นเขา

“เสด็จพี่ นางคือว่าที่พระชายาของข้า” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสเช่นนี้ฝ่ามืออันอบอุ่นของรุ่ยอ๋องก็โอบประคองร่างของเฝิงหมิงเยวี่ยเอาไว้แล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตักเตือน

“หากข้าจำไม่ผิดพระชายาของเจ้าอยู่ที่ตำหนักบูรพามิใช่หรือ เจ้าพึ่งจะอภิเษกกับนางเมื่อวานนี้ เหตุใดวันนี้จึงไม่ใช้เวลาร่วมกันกับนางเล่า วิ่งมาที่จวนของข้าด้วยเรื่องใด”

“เสด็จพี่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเสด็จพี่จะไม่รู้ว่าข้ากับหมิงเยวี่ยคือคู่รักกัน นางมาหาเสด็จพี่ก็แค่เพียงเพราะอยากจะยั่วโทสะของข้าเพียงเท่านั้น ดังนั้นขอเสด็จพี่ได้โปรดปล่อยนางด้วย”

“...” เฝิงหมิงเยวี่ยนั่งฟังสองพี่น้องสกุลหลี่ทุ่มเถียงกันแล้วก็พลันรู้สึกว่ายืดเยื้อจนเกินไป นางเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองสีหน้าของรุ่ยอ๋องแล้วจึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง

“ท่านอ๋องเหตุใดท่านจึงไม่แจ้งให้องค์รัชทายาททรงทราบเล่าเพคะ ว่าท่านอ๋องกำลังจะแต่งหม่อมฉันเป็นพระชายาเอกของท่านอ๋อง” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็ก้มหน้าลงมาจ้องมองนางด้วยสายตารู้ทัน เขาเหลือบตาไปมองหีบใส่ตั๋วเงินแวบหนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“น้องรอง นางกำลังจะเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า ดังนั้นขอให้เจ้าให้เกียรตินางด้วย ทางที่ดีก็ไม่ควรจะเอ่ยถึงเรื่องเก่าเหล่านั้นเพราะจะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง ยิ่งเรื่องว่าที่พระชายารองของเจ้าอย่าได้เอ่ยออกมาจะยิ่งดีต่อนาง เฝิงหมิงเยวี่ยคือว่าที่พระชายาเอกของข้า นางไปเป็นพระชายารองของเจ้าไม่ได้หรอก” คำพูดของรุ่ยอ๋องทำให้องค์รัชทายาทสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เขาจ้องมองร่างบางของนางที่เอนซบอยู่บนหน้าตักของรุ่ยอ๋องอย่างไม่อยากจะเชื่อแล้วจึงได้เอ่ยถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“หมิงเยวี่ยเจ้าจะแต่งกับเสด็จพี่จริงๆ หรือ เจ้าตัดใจจากข้าได้จริงๆ หรือ ที่ผ่านมาข้าจริงใจต่อเจ้ามาโดยตลอด ทะนุถนอมเจ้าดุจไข่มุกในฝ่ามือ เฝ้าตามอกตามใจเจ้าแทบจะทุกอย่าง แค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียวที่ข้าขัดใจเจ้า เจ้าก็จะทอดทิ้งข้าไปเป็นพระชายาของเสด็จพี่เลยเชียวหรือ” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็คลายท่อนแขนที่คล้องคอของรุ่ยอ๋องออกแล้วหันหน้าไปเอ่ยกับองค์รัชทายาทด้วยถ้อยคำเรียกขานที่นางเคยใช้กับเขาในกาลก่อนตอนที่จวนเจิ้งกั๋วกงยังไม่เกิดเรื่อง

“เสด็จพี่ไท่หยาง มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ ในกาลก่อนท่านทะนุถนอมข้าดุจไข่มุกในฝ่ามือ แต่เมื่ออำนาจบารมีท่านพ่อของข้าหมดสิ้นแล้ว ฐานะของข้าในใจท่านก็ลดลง ในเมื่อใจท่านไม่เหมือนเดิมแล้วเหตุใดข้าจึงจะเหมือนเดิมได้อีก” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยจบก็หันไปมองรุ่ยอ๋องยามนี้ฝ่ามือของเขายังโอบประคองร่างของนางอยู่ทำให้นางมั่นใจว่าเขาจะไม่โยนร่างของนางลงไปบนพื้นแล้ว

“ข้ากับรุ่ยอ๋องไม่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อนก็จริง แต่เขาคือคนที่กล้าทูลขอพระเมตตาจากฝ่าบาทให้แก่ท่านพ่อของข้า ส่วนท่านนอกจากไม่คิดจะช่วยแล้วยังใช้โอกาสนี้ซ้ำเติมข้าทำให้ข้าถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมจากผู้คน ท่านทำกับข้าถึงขั้นนี้ยังคิดว่าข้าจะตัดใจจากท่านไม่ได้อีกหรือ หลังจากวันนี้ไปหากท่านไม่อยากให้ข้ารู้สึกเกลียดชังท่านมากไปกว่านี้ ได้โปรดอยู่ให้ห่างจากข้า อย่าได้มาข้องเกี่ยวกับข้าอีก” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยจบร่างของนางก็ถูกรุ่ยอ๋องอุ้มขึ้นมานางกลัวว่าตนเองจะหล่นลงไปบนพื้นจึงใช้ท่อนแขนโอบรอบคอของรุ่ยอ๋องอีกครั้ง

“พูดจาร่ำลาตัดขาดกันจบแล้วใช่ไหม ต่อไปอย่าให้ข้าเห็นพวกเจ้าพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเช่นนี้อีกนะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยจบก็อุ้มเฝิงหมิงเยวี่ยเข้าไปยังเขตเรือนชั้นในของจวนอ๋อง องค์รัชทายาทตั้งพระทัยว่าจะติดตามไปแต่กลับถูกพ่อบ้านของจวนรุ่ยอ๋องใช้กระบี่อันเย็นเฉียบพาดที่พระศอ

“กระหม่อมเป็นแค่พ่อบ้านที่ไม่มีครอบครัวให้ห่วงหา หากเผลอทำกระบี่บาดพระศอขององค์รัชทายาทขึ้นมา กระหม่อมก็แค่ถูกคร่าชีวิตเพื่อชดใช้ความผิด องค์รัชทายาททรงมั่นพระทัยแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะว่าจะทรงยินดีแลกชีวิตกับกระหม่อม” ถ้อยคำข่มขู่ของพ่อบ้านของจวนอ๋องทำให้องค์รัชทายาทเม้มพระโอษฐ์แน่น รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลงกล้าได้กล้าเสีย คนของรุ่ยอ๋องก็เช่นกัน การที่ต้องสูญเสียเฝิงหมิงเยวี่ยไปในยามนี้ดีกว่าต้องสูญเสียชีวิตไปตลอดกาล เมื่อคิดได้ดังนั้นองค์รัชทายาทจึงจำต้องจากไปด้วยพระทัยที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel