บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 องค์รัชทายาท

สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้จวนเก่าของสกุลเฝิงยิ่งดูมืดหม่นมากยิ่งขึ้น เฝิงหมิงเยวี่ยย้ายเข้ามาอยู่ในจวนเก่าแห่งนี้ได้สองวันแล้ว นางว่าจ้างหญิงชาวบ้านมาปัดกวาดจวนให้จนสะอาด ว่าจ้างช่างไม้มาซ่อมแซมจวนในส่วนที่ชำรุด และว่าจ้างแรงงานมาถางหญ้าที่รกครึ้มและลงไม้ดอกและไม้ประดับลงไป หมดเงินไปไม่น้อยแต่ทำให้จวนที่เคยดูรกร้างพลันน่าอยู่ขึ้นมาไม่น้อย

“คุณหนู ระวังละอองฝนนะเจ้าคะ” ตงหลันสาวใช้ที่ติดตามข้างกายเฝิงหมิงเยวี่ยมาตั้งแต่เด็กเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเฝิงหมิงเยวี่ยยื่นมือออกไปรองรับน้ำฝนด้วยสายตาอันเลื่อนลอย

“เจ้าปล่อยคุณหนูเถิด ไม่แน่ว่าสายฝนเหล่านี้อาจจะช่วยให้คุณหนูผ่อนคลายความกังวลลงก็ได้” ตงเสวี่ยเอ่ยออกมาพลางยืนมองเฝิงหมิงเยวี่ยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเล นางอยากจะเอ่ยปากเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้เฝิงหมิงเยวี่ยฟัง แต่ก็กังวลว่าจะทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยจะเศร้าเสียใจจึงยังคงลังเลใจว่าจะเอ่ยปากพูดออกมาดีไหม

“ตงเสวี่ยเจ้าพูดออกมาเถิด เมื่อเช้าเจ้าออกไปข้างนอกมาคงจะได้ยินข่าวคราวอะไรมาบ้างกระมัง” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็คุกเข่าลงโดยไม่สนใจว่าสายฝนที่อยู่ด้านนอกอาจจะกระเด็นมากระทบร่างของนาง

“คุณหนูได้โปรดสงบใจด้วย เรื่องที่บ่าวได้ยินมาอาจจะเป็นแค่เพียงข่าวลือก็ได้” เมื่อตงเสวี่ยเอ่ยเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็หันมาจ้องมองนางแล้วโบกมือให้นางลุกขึ้น

“เจ้าพูดมาเถิด ตอนนี้จิตใจของข้าสงบนิ่งเสียกว่าท้องน้ำยามไร้คลื่นลมเสียอีก” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมาพลางเหม่อมองไปยังท้องฟ้าด้านนอกที่ในยามนี้ถูกสายฝนบดบังทัศนวิสัยไปจนหมดสิ้นแล้ว

“มีประกาศราชโองการออกมา พิธีอภิเษกขององค์รัชทายาทยังคงจัดขึ้นตามกำหนดการเดิม แต่ผู้ที่จะเข้าพิธีอภิเษกกับองค์รัชทายาทกลับไม่ใช่ท่านแต่เป็นคุณหนูใหญ่จากจวนอัครมหาเสนาบดีเจ้าค่ะ” เมื่อตงเสวี่ยเอ่ยเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็พยักหน้า พลางเอ่ยออกมาเสียงเบา “เป็นอย่างที่ข้าคิดเอาไว้”

“คุณหนู เรื่องนี้บ่าวแค่ได้ยินมาจากปากของผู้คนภายนอก แต่องค์รัชทายาทกลับยังไม่ได้เสด็จมาตรัสถึงเรื่องนี้กับคุณหนู ดังนั้นเรื่องนี้อาจจะยังไม่แน่นอนนะเจ้าคะ” เมื่อตงเสวี่ยเอ่ยเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็ส่ายหน้าแล้วเอ่ยออกมาตามตรง

“ข้าคาดเดาได้ตั้งแต่เห็นปฏิกิริยาแรกขององค์รัชทายาทตอนที่เห็นว่าท่านพ่อของข้าถูกคนของฝ่าบาทควบคุมตัวที่ลานล่าสัตว์แล้ว เดิมทีข้ายังหลงคิดว่าพิธีอภิเษกอาจจะเลื่อนออกไปหรือไม่ก็ยกเลิกไปก่อน คาดไม่ถึงว่าจะยังคงจัดขึ้นตามเดิมเพียงแต่ตัวเจ้าสาวกลับไม่ใช่ข้า” คำพูดของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้สาวใช้ของนางทั้งสองลอบเช็ดน้ำตาแต่เฝิงหมิงเยวี่ยกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว สถานการณ์เช่นนี้แม้ว่าจะเหนือความคาดหมายอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันนัก สุดท้ายแล้วองค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางก็เลือกที่จะทอดทิ้งนาง...

ฝนหยุดตกไปนานแล้วเฝิงหมิงเยวี่ยสั่งให้คนต้มน้ำแล้วอาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกครั้ง หากนางคาดเดาเอาไว้ไม่ผิดอีกไม่นานองค์รัชทายาทก็จะต้องเสด็จมาหานาง คนอย่างองค์รัชทายาทไม่ว่าจะทำสิ่งใดมักจะเด็ดขาดและชัดเจน จิตใจอันทะเยอทะยานของเขาจะต้องไม่ยอมให้คู่หมายแต่วัยเยาว์เช่นนางไปทำลายพิธีอภิเษกที่กำลังจะจัดขึ้นอย่างแน่นอน

“คุณหนูเจ้าคะ องค์รัชทายาทเสด็จมาเจ้าค่ะ” เสียงรายงานของตงเสวี่ยทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น นางยังแต่งกายไม่เสร็จและไม่คิดจะไปพบเขาในสภาพที่ไม่งดงาม อีกทั้งนางไม่คิดจะเร่งรีบเพื่อคนอย่างเขาด้วย

“เจ้าไปกราบทูลองค์รัชทายาทว่าให้ทรงรอข้าอีกสักหน่อย ข้าพึ่งหายจากอาการเจ็บป่วยไม่อาจจะเร่งรีบไปพบกับองค์รัชทายาทได้” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็ขานรับแล้วรีบออกจากห้องไปในทันที เฝิงหมิงเยวี่ยหยิบชาดแดงขึ้นมาแต่งแต้มริมฝีปากและใบหน้า ติดฮวาเตี้ยนตรงหน้าผาก ขยับกายลุกขึ้นสำรวจการแต่งกายอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดบกพร่องแล้วนางจึงได้เดินไปยังห้องรับรองส่วนหน้าที่ใช้รับรองแขกที่ไม่ใช่สตรีของจวน

“หมิงเยวี่ยถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยพลายยอบกายถวายการคารวะตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทตั้งใจว่าจะเข้ามาประคองร่างของนางแต่นางกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อให้พ้นจากสัมผัสของเขา

“ขอองค์รัชทายาททรงคำนึงถึงชื่อเสียงของหม่อมฉันด้วย ในเมื่อทรงกำลังจะอภิเษกกับสตรีอื่นแล้ว ก็ไม่ควรจะเสด็จมาหาหม่อมฉันเช่นนี้” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้องค์รัชทายาทก็ทรงทอดถอนพระทัยออกมาแล้วตรัสกับนางด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน

“หมิงเยวี่ย ข้าทำให้เจ้าต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไปแล้วใช่ไหม แต่ด้วยสถานการณ์ของเจ้าในตอนนี้หากข้าแต่งเจ้าเข้าตำหนักบูรพาไป ข้าอาจจะพลอยฟ้าพลอยฝนโดนหางเลขไปกับบิดาของเจ้าด้วย ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือข้าต้องแต่งผู้อื่นเข้าไปเป็นนายหญิงของตำหนักบูรพาก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยแต่งเจ้าเข้าไปเป็นพระชายารองในภายหลัง”

“ได้ฟังองค์รัชทายาทตรัสออกมาเช่นนี้หม่อมฉันรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจเหลือเกินเพคะ ที่องค์รัชทายาทยังทรงอุตส่าห์เว้นตำแหน่งพระชายารองเอาไว้ให้” น้ำเสียงประชดประชันของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางทรงส่ายพระพักตร์ในทันที

“หมิงเยวี่ย ตำแหน่งองค์รัชทายาทของข้าหาได้มั่นคงอย่างที่เจ้าคิด อย่างที่เจ้ารู้เสด็จแม่ของข้าไม่ได้มีสกุลเดิมที่เข้มแข็ง หากข้าอยากมั่นคงในราชสำนักต้องแต่งงานกับสตรีที่มีสกุลเดิมที่สามารถช่วยเกื้อหนุนข้าในราชสำนักได้ ยามนี้เจ้าไม่เพียงเป็นบุตรสาวของขุนนางต้องโทษ แถมโทษของท่านพ่อของเจ้าอาจจะโทษที่เกี่ยวข้องกับการก่อกบฏ หากข้าแต่งเจ้าเป็นไปเป็นพระชายาเอกในตอนนี้ข้าไม่เพียงจะต้องสูญเสียตำแหน่งองค์รัชทายาท แต่อาจจะพลอยติดร่างแหไปกับท่านพ่อของเจ้าด้วย”

องค์รัชทายาทตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียพระทัย เฝิงหมิงเยวี่ยคือสตรีที่ทรงตั้งพระทัยว่าจะอภิเษกนางเข้าไปเป็นพระชายาเอกในตำหนักบูรพา นางเป็นท่านหญิงที่ได้รับการแต่งตั้งจากหลี่เสวียนฮ่องเต้ เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเจิ้งกั๋วกง เหมาะสมกับตำแหน่งนายหญิงของตำหนักบูรพาทุกประการ แต่ยามนี้สิ่งที่ทำได้มีแค่เพียงต้องอภิเษกพระชายาเอกที่มีสกุลเดิมแข็งแกร่งเข้าตำหนักบูรพาไปก่อนแล้วจึงจะสามารถรับนางเข้าไปเป็นพระชายารองในตำหนักบูรพาได้

เชิงอรรถ

^

ฮวาเตี้ยน (花钿) คือศิลปะการแต่งหน้าของสตรีจีนโบราณ โดยการวาด แต้ม หรือแปะแผ่นวัสดุเป็นรูปดอกไม้ (นิยมดอกเหมย) ลวดลายต่างๆ หรือติดแผ่นทอง/ไข่มุกไว้บริเวณกึ่งกลางหน้าผากระหว่างคิ้ว นิยมมากในสมัยราชวงศ์ถังเพื่อเพิ่มความสวยงาม โดยมีตำนานความงามจากกลีบดอกไม้ปลิวมาติดหน้าผากองค์หญิง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel