บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 บัญชีแรกของเรือนท้าย

หลังจากหรงอันยกอ่างน้ำอุ่นเข้ามาให้เช็ดตัว หลินอวี้เหยาก็เปลี่ยนไปสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มที่ไร้ลวดลาย แม้เนื้อผ้าจะหยาบกระด้างและคับตึงไปบ้างเพราะขนาดร่างกายที่อวบอ้วน แต่มันก็ดูสะอาดตาและทะมัดทะแมงกว่าชุดผ้าไหมสีฉูดฉาดที่เปียกชุ่มก่อนหน้านี้มากนัก

สตรีผู้เคยครองแผ่นดินนั่งลงบนตั่งไม้เก่าๆ หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ทองเหลืองหมองคล้ำ นางหลับตาลงเพื่อปรับลมหายใจให้เข้าที่ แม้จะพยายามทำใจให้ชิน แต่ความรู้สึกหนักอึ้งทุกครั้งที่ขยับตัวก็ยังทำให้นางหงุดหงิดอยู่ลึกๆ

“ฮูหยินน้อย ยาต้มเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”

เสียงของหรงอันดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นฉุนปนหวานที่ลอยมากระทบจมูก สาวใช้ตัวน้อยประคองถาดไม้ที่มีถ้วยยากระเบื้องเคลือบสีเข้มเข้ามาวางบนโต๊ะ ข้างกันยังมีกาน้ำชาและจานขนมกุ้ยฮวาที่ดูน่ากินเกินกว่าจะเป็นอาหารของเรือนท้ายจวน

หลินอวี้เหยาลืมตาขึ้น ปรายตามองถ้วยยาที่ส่งควันกรุ่น “ยานี่คือสิ่งใด”

หรงอันมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยที่เจ้านายถามเช่นนั้น “ก็ยาบำรุงหลังคลอดที่ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้ห้องครัวใหญ่ต้มมาให้ท่านทุกวันอย่างไรเล่าเจ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าท่านร่างกายอ่อนแอ เลือดลมไม่ปกติ จึงต้องดื่มยาเทียบนี้เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรงเจ้าค่ะ”

บำรุงร่างกายให้แข็งแรง? หลินอวี้เหยาแค่นเสียงหยันในใจ นางยื่นมือไปประคองถ้วยยาขึ้นมาจรดปลายจมูก กลิ่นของมันฉุนจัดเพื่อกลบเกลื่อนบางสิ่ง แต่สำหรับผู้ที่เคยกรำศึกและคุ้นเคยกับยาสมานแผลรวมถึงพิษนานาชนิดในค่ายทหารอย่างนาง กลิ่นหวานปะแล่มที่ซ่อนอยู่ใต้ความขมนี้ไม่อาจหลอกลวงประสาทสัมผัสของนางได้

มันมีส่วนผสมของหญ้าหยาดน้ำค้างและรากกลืนโลหิต สมุนไพรสองชนิดนี้หากใช้แยกกันจะช่วยเรื่องการเจริญอาหารและขับลม แต่หากนำมาต้มรวมกันในปริมาณที่มากเกินไป มันจะกลายเป็นยาพิษเรื้อรังที่ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ หิวโหยผิดปกติ หัวใจเต้นช้าลง และทำลายกำลังวังชาจนผู้ดื่มกลายเป็นคนอ่อนเปลี้ยเพลียแรง

นางวางถ้วยยาลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอื้อมมือไปรินน้ำชาจากกาเก่าๆ ลงในจอก เพียงแค่น้ำชาสัมผัสก้นจอก นางก็สังเกตเห็นตะกอนสีขาวขุ่นเล็กๆ ที่ไม่ควรมีอยู่ในชาชั้นเลวเช่นนี้

“อาหาร ยา และน้ำชาพวกนี้ ส่งมาจากครัวใหญ่ทั้งหมดเลยงั้นหรือ” นางถามเสียงเรียบ

“เจ้าค่ะ” หรงอันพยักหน้า “คนของครัวใหญ่จะจัดตะกร้ามาส่งให้ที่หน้าประตูก่อนเวลาอาหารทุกมื้อ บ่าวมีหน้าที่แค่อุ่นให้ร้อนเท่านั้นเจ้าค่ะ”

หลินอวี้เหยาเคาะนิ้วชี้กับโต๊ะเป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งธรรมดา แต่เป็นการวางแผนฆาตกรรมอย่างเลือดเย็น สตรีหน้าเนื้อใจเสือในจวนแห่งนี้ช่างสรรหาวิธีทรมานคนได้อย่างแนบเนียนยิ่งนัก การทำให้สตรีผู้หนึ่งอ้วนฉุ อารมณ์ร้าย และถูกสามีรังเกียจ ย่อมเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการใช้มีดแทงให้ตายในดาบเดียว

“หรงอัน นับจากวันนี้ไป ห้ามเจ้าเทกากยาและน้ำชาที่เหลือทิ้งเด็ดขาด” นางออกคำสั่ง “แบ่งอาหาร ยา และตะกอนชาพวกนี้ใส่ห่อกระดาษเล็กๆ ซ่อนไว้ในที่ที่ไม่มีใครหาเจอ ส่วนที่เหลือให้เททิ้งลงในกระถางต้นไม้หลังเรือน อย่าให้ใครรู้ว่าข้าไม่ได้กินของพวกนี้”

หรงอันเบิกตากว้าง แม้จะโง่เขลาเพียงใดแต่นางก็พอจะเดาความหมายจากน้ำเสียงที่จริงจังของเจ้านายได้ “ฮ...ฮูหยินน้อย ท่านหมายความว่าของพวกนี้มี...”

“รู้แล้วก็ปิดปากให้สนิท” หลินอวี้เหยาตวัดสายตามอง “หากเจ้าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป คนที่จะหัวหลุดจากบ่าคนแรกก็คือเจ้า”

สาวใช้ตัวน้อยรีบยกมือขึ้นปิดปากแน่น พยักหน้ารัวๆ ด้วยความหวาดกลัวผสมกับความตื่นตระหนก

เมื่อจัดการเรื่องยาเสร็จสิ้น หลินอวี้เหยาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินสำรวจรอบเรือนท้ายจวนแห่งนี้ นางต้องการประเมิน ‘เสบียง’ และ ‘ทุนรอน’ ในมือ การจะทำศึกระยะยาวได้ กองทัพต้องไม่อดอยาก แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นางต้องถอนหายใจยาว

หีบสินเดิมที่มารดาของเจ้าของร่างเคยจัดเตรียมไว้อย่างยิ่งใหญ่ตอนแต่งงาน บัดนี้ว่างเปล่าไปกว่าแปดส่วน เครื่องประดับทองคำ หยกเนื้อดี หรือแม้แต่ผ้าไหมพับงามๆ ล้วนอันตรธานหายไปสิ้น เหลือเพียงปิ่นไม้เก่าๆ ไม่กี่อันกับผ้าหยาบๆ ไม่กี่พับ แม้กระทั่งถ่านสำหรับก่อไฟในฤดูหนาวก็ยังร่อยหรอจนแทบไม่พอใช้

“ของพวกนี้หายไปไหนหมด” นางถามพลางชี้ไปยังหีบที่ว่างเปล่า

หรงอันก้มหน้า งุดนิ้วเข้าหากันด้วยความอึดอัดใจ “ตั้งแต่ฮูหยินน้อยถูกย้ายมาอยู่เรือนท้ายจวน ฮูหยินผู้เฒ่าก็ริบป้ายดูแลเรือนไปเจ้าค่ะ เงินรายเดือนที่ควรจะได้ก็ถูกหักออกจนแทบไม่เหลือ สาวใช้กับบ่าวชายหลายคนที่เคยรับใช้ท่านต่างก็พากันย้ายไปเรือนอื่น บางคนก่อนไปก็แอบหยิบฉวยของมีค่าในหีบติดมือไปด้วย บ่าว... บ่าวพยายามห้ามแล้ว แต่พวกเขาก็ผลักบ่าวจนล้ม แล้วด่าว่าท่านเป็นฮูหยินที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครหนุนหลังแล้ว...”

หลินอวี้เหยาฟังแล้วก็ไม่ได้โวยวายหรือร้องไห้ฟูมฟาย นางเพียงพยักหน้ารับรู้ เดินไปที่โต๊ะหนังสือซึ่งมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ จัดการฝนหมึกและกางกระดาษแผ่นหนึ่งออก

“เจ้าจำได้หรือไม่ว่าผู้ใดหยิบสิ่งใดไปบ้าง และในแต่ละเดือนเรือนของเรารับเงินขาดไปเท่าใด”

“จำได้เจ้าค่ะ บ่าวจดจำไว้ในใจเสมอ” หรงอันตอบอย่างซื่อสัตย์

“ดีมาก เจ้าบอกมา ข้าจะเขียน”

หลินอวี้เหยาจับพู่กันด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างาม แม้นิ้วจะอวบอูมแต่ตวัดเส้นสายได้อย่างทรงพลังและเฉียบขาด นางค่อยๆ บันทึกรายชื่อสิ่งของที่หายไป วันเวลา และชื่อของผู้ที่เกี่ยวข้องลงบนกระดาษอย่างละเอียด ลายมือของนางหาใช่ลายมือของสตรีในหอห้องที่อ่อนช้อย แต่มันเป็นลายมือที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการสังหารและอำนาจ

หรงอันมองรายการบัญชีที่ยาวเหยียดแล้วอดถามไม่ได้ “ฮูหยินน้อยจดสิ่งเหล่านี้ไปทำไมหรือเจ้าคะ พวกเราไม่มีอำนาจไปทวงคืนจากพวกเขาหรอกเจ้าค่ะ โดยเฉพาะของที่ตกไปอยู่ในมือของจางมามาหรือคนของเรือนหลัก”

หลินอวี้เหยาวางพู่กันลง เป่าลมให้หมึกแห้งช้าๆ “คนที่คิดบัญชีเป็น ย่อมรู้ว่าไม่ควรผลีผลามไปทวงเพียงของที่หาย แต่ต้องรอให้ดอกเบี้ยงอกเงยจนถึงที่สุด แล้วค่อยทวงคืนทั้งต้นทั้งดอกในคราวเดียว ข้าจะทำให้พวกมันคายทุกอย่างที่กลืนลงไปออกมา พร้อมกับเลือดในคอของพวกมันเอง”

คำพูดนั้นราบเรียบ แต่ทำเอาหรงอันหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

ยังไม่ทันที่หรงอันจะได้ซึมซับความหวาดหวั่นนั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังลั่นขึ้นที่ลานหน้าเรือนอีกครั้ง

ปัง!

ประตูเรือนที่ผุพังอยู่แล้วถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานพับหลุดกระเด็น จางมามาเดินอาดๆ เข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง คราวนี้นางไม่ได้มาเพียงสามคน แต่นำบ่าวชายร่างกำยำถือไม้พลองตามมาด้วยอีกสี่คน บรรยากาศเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างไม่ปิดบัง

“ไปลากตัวนังบ่าวชั้นต่ำนั่นออกมา!” จางมามาชี้นิ้วมาทางหรงอันที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างโต๊ะ

บ่าวชายสองคนพุ่งตรงเข้ามาทันที หรงอันกรีดร้องด้วยความตกใจ รีบวิ่งไปหลบหลังหลินอวี้เหยา

“พวกเจ้าจะทำอะไร!” หลินอวี้เหยาตวาดเสียงกร้าว ขยับตัวบังร่างของสาวใช้ไว้ แม้รูปร่างจะอ้วนเทอะทะ แต่นางกลับยืนหยัดดุจขุนเขาที่ไม่มีผู้ใดขยับเขยื้อนได้

จางมามาแค่นยิ้มหยัน “ฮูหยินน้อย ท่านอย่ามาขวางดีกว่า ฮูหยินผู้เฒ่ามีคำสั่งให้ลงโทษนังหรงอัน ฐานที่ดูแลปรนนิบัตินายไม่ดี ปล่อยให้ท่านไปก่อเรื่องทะเลาะวิวาทจนพลัดตกน้ำ บ่าวที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ เก็บไว้ก็รังแต่จะทำให้สกุลเซี่ยเสื่อมเสียชื่อเสียง ต้องโบยยี่สิบไม้แล้วขับออกจากจวน!”

ข้ออ้างช่างฟังดูดีนัก ลงโทษบ่าวที่ดูแลนายไม่ดี? หลินอวี้เหยาลอบหัวเราะในใจ ความจริงก็คือพวกมันต้องการกำจัดพยานปากเอกต่างหาก หรงอันเป็นคนเดียวที่เห็นว่าสาวใช้ของไป๋เหลียนซินเป็นคนผลักนางตกน้ำ หากปิดปากหรงอันได้ เรื่องที่นางกระโดดน้ำฆ่าตัวตายก็จะกลายเป็นความจริงที่ไม่มีผู้ใดคัดค้าน

บ่าวชายสองคนไม่สนใจหลินอวี้เหยา พวกเขายื่นมือหมายจะกระชากแขนของหรงอัน

แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะสัมผัสโดนตัวสาวใช้ หลินอวี้เหยาก็คว้าที่ทับกระดาษหินสลักบนโต๊ะ ฟาดเปรี้ยงลงบนหลังมือของบ่าวชายคนแรกอย่างแรง!

“โอ๊ย!” บ่าวชายร้องลั่น ชักมือกลับไปกุมไว้ด้วยความเจ็บปวด กระดูกหลังมือปูดบวมขึ้นมาทันตาเห็น

“ใครกล้าแตะคนของข้า ลองดูสิว่าไม้พลองในมือพวกเจ้า กับหินก้อนนี้ สิ่งใดจะทุบกระโหลกได้เร็วกว่ากัน” น้ำเสียงของหลินอวี้เหยาไม่ได้ตวาดดัง แต่มันเย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ

จางมามาเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าสตรีขี้ขลาดผู้นี้จะกล้าลงมือทำร้ายคนของเรือนหลัก นางเต้นผางชี้หน้าด่าทอ “ท่านบ้าไปแล้ว กล้าขัดคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่าเชียวหรือ พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม ไปลากตัวนังนั่นออกมา หากฮูหยินน้อยขัดขวางก็จับตัวนางกดไว้!”

หลินอวี้เหยาวางที่ทับกระดาษลงช้าๆ ก้าวเดินออกมายืนประจันหน้ากับจางมามา

“จางมามา ข้าขอถามเจ้าสักข้อ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “ในกฎประจำตระกูลเซี่ย ข้อที่สามสิบสี่ หมวดการปกครองเรือนหลัง ระบุไว้ว่าอย่างไร”

จางมามาชะงักไปชั่วครู่ ไม่คาดคิดว่าจะถูกถามเรื่องกฎตระกูลในเวลานี้ นางเป็นเพียงแม่นมที่อาศัยบารมีนาย ไม่เคยท่องจำกฎระเบียบยาวเหยียดพวกนั้น “ข...ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร! ข้ามาที่นี่เพื่อลงโทษบ่าวตามคำสั่ง!”

“ไม่รู้หรือ... เช่นนั้นข้าจะสงเคราะห์บอกให้” หลินอวี้เหยาเชิดคางขึ้น สายตากดข่มผู้ที่อยู่ต่ำกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ “กฎข้อที่สามสิบสี่ระบุว่า ‘บ่าวไพร่ประจำตัวของภรรยาเอก หากกระทำผิด ผู้มีสิทธิ์ลงโทษหรือขับไล่มีเพียงภรรยาเอกผู้เป็นนายเท่านั้น แม้แต่มารดาของสามีก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย เว้นเสียแต่ว่าภรรยาเอกผู้นั้นจะบกพร่องจนถูกสั่งปลด’...”

นางหยุดพูดเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดุดัน “ข้ายังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ตำแหน่งฮูหยินเอกของเซี่ยฉางเยวียนก็ยังเป็นชื่อของข้า บ่าวชั้นต่ำอย่างเจ้าถือสิทธิ์อันใดมาสั่งโบยคนของข้าถึงในเรือน!”

จางมามาหน้าซีดสลับแดง คำพูดเหล่านั้นแทงใจดำอย่างจัง นางอับอายที่ถูกฉีกหน้าต่อหน้าบ่าวชาย จึงบันดาลโทสะพุ่งตัวเข้าไปง้างมือหมายจะตบสั่งสอนสตรีปากดีผู้นี้ให้รู้สำนึก

“นางหมูตอนอวดดี! ข้าเป็นคนของฮูหยินผู้เฒ่า ข้าจะตบปากเจ้าแทนฮูหยินผู้เฒ่าเอง!”

แต่ฝ่ามือของจางมามาไม่มีโอกาสได้สัมผัสใบหน้าของหลินอวี้เหยา

เสิ่นจ้าวหรงในร่างอวบอ้วนไม่ได้หลบเลี่ยง ประสบการณ์จากสนามรบหล่อหลอมให้นางอ่านทิศทางการโจมตีออกตั้งแต่ศัตรูยังไม่ทันง้างมือสุด นางเบี่ยงตัวเล็กน้อย ใช้มือซ้ายตวัดคว้าข้อมือของจางมามาไว้อย่างแม่นยำ ออกแรงบิดตามข้อต่อจนจางมามาร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้มือขวากดกระแทกเข้าที่ไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแรง

ตึง!

ร่างอวบอูมของจางมามาเสียหลัก ล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นกระดานเสียงดังสนั่น ฝุ่นในห้องฟุ้งกระจาย บ่าวชายทั้งสี่คนตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครคาดคิดว่าฮูหยินอ้วนที่ดูเงอะงะจะลงมือได้รวดเร็วและรุนแรงปานนี้

หลินอวี้เหยาก้าวเข้าไปยืนค้ำศีรษะของคนที่ล้มหมอบอยู่บนพื้น ปลายเท้าของนางเหยียบลงบนชายเสื้อของจางมามาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นหลุด

“ครั้งนี้ข้าจะถือว่าเจ้าโง่เขลา ไม่รู้กฎระเบียบ” นางก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่ “แต่จำใส่กะโหลกของเจ้าไว้ ครั้งหน้า หากมือข้างใดของพวกเจ้าบังอาจมาแตะต้องคนของข้า ข้าจะให้หักมือข้างนั้นเสีย แล้วค่อยส่งกลับไปให้ฮูหยินผู้เฒ่าดูต่างหน้า”

จางมามาเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้า แววตาของหลินอวี้เหยาในยามนี้มืดมิดและโหดเหี้ยมราวกับมัจจุราชที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ ความหวาดกลัวแล่นพล่านจับขั้วหัวใจ นางรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากด่าทออีกครึ่งคำ

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” นางสบถเสียงสั่น ก่อนจะหันไปตวาดใส่บ่าวชาย “มัวยืนโง่ทำไม เลิกสนใจนังบ่าวนั่นแล้วกลับเรือนหลักเดี๋ยวนี้”

เมื่อกลุ่มคนพาลล่าถอยไปจนหมด หรงอันก็รีบวิ่งเข้ามาจับแขนเจ้านาย น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตัน “ฮูหยินน้อย ท่านเก่งกาจถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกันเจ้าคะ บ่าวตกใจแทบแย่คิดว่าท่านจะถูกรังแกเสียแล้ว”

หลินอวี้เหยาสลัดความแข็งเกล้าทิ้งไป กลับมามีสีหน้าเรียบเฉยตามเดิม นางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ “คนอ่อนแอคือเหยื่ออันโอชะของคนพาล หากเจ้ามัวแต่ก้มหน้าร้องไห้ พวกมันก็จะเหยียบย่ำเจ้าจนจมดิน จงจำไว้ว่านับจากนี้ เรือนท้ายจวนจะไม่ยอมก้มหัวให้ใครอีก”

ตกเย็น บรรยากาศในเรือนท้ายจวนเงียบสงัดผิดปกติ หลินอวี้เหยาสั่งให้หรงอันดับตะเกียงในห้องให้หมด แล้วพากันไปนั่งซุ่มซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของห้องครัวเล็กๆ ประจำเรือนที่ถูกทิ้งร้างมานาน

“เรามาทำอะไรที่นี่หรือเจ้าคะ” หรงอันกระซิบถามอย่างไม่เข้าใจ

“รอจับหนู” หลินอวี้เหยาตอบสั้นๆ ดวงตาจ้องเขม็งไปที่กาน้ำชาและถ้วยยาที่นางจงใจวางทิ้งไว้บนโต๊ะกลางห้องครัว

นางคาดเดาไว้แล้วว่า การที่จางมามาล่าถอยไปอย่างเสียหน้า ประกอบกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนาง จะต้องทำให้ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเกิดความหวาดระแวง พวกมันย่อมกลัวว่านางอาจจะเริ่มสงสัยเรื่องยาพิษ และทางเดียวที่จะปิดปากได้อย่างแนบเนียนที่สุดในตอนนี้ คือการทำลายหลักฐานที่เหลืออยู่

เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม เสียงฝีเท้าเบาหวิวก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว ประตูไม้บานเล็กถูกผลักออกอย่างระมัดระวัง เงาดำของสตรีร่างเล็กผู้หนึ่งแทรกตัวเข้ามาในความมืด

คนผู้นั้นเดินตรงไปยังโต๊ะกลางห้อง เอื้อมมือหมายจะหยิบกาน้ำชาและถ้วยยาที่วางอยู่เพื่อนำไปทิ้ง

แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสหูจับกาน้ำชา เงาร่างที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดก็พุ่งพรวดออกมาอย่างรวดเร็ว!

หลินอวี้เหยาใช้ด้ามไม้กวาดที่ถือเตรียมไว้ กระแทกเข้าที่ข้อพับเข่าของผู้บุกรุกอย่างแรงจนอีกฝ่ายทรุดฮวบลงกับพื้น จากนั้นนางก็ใช้เท้าเหยียบลงบนข้อมือของสตรีผู้นั้น กดตรึงไว้กับพื้นห้องครัวไม่ให้ดิ้นหลุด

“โอ๊ย! ปล่อยข้านะ!” เสียงแหลมเล็กคุ้นหูดังขึ้น

หรงอันรีบจุดตะเกียงน้ำมันในมือ แสงไฟสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของผู้บุกรุก

“ชุ่ยเอ๋อร์” หรงอันร้องอุทานด้วยความตกใจ “นี่เจ้า... เจ้าลอบเข้ามาทำอะไรในนี้”

ชุ่ยเอ๋อร์เป็นหนึ่งในสาวใช้ของเรือนท้ายจวนที่มักจะทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ และรับหน้าที่นำอาหารจากครัวใหญ่มาจัดเตรียมให้นางบ่อยครั้ง นางหน้าซีดเผือด พยายามดิ้นรนให้หลุดจากฝ่าเท้าที่เหยียบตรึงข้อมือไว้ “ข...ข้าแค่จะมาเก็บกาน้ำชาไปล้าง ฮูหยินน้อย ปล่อยบ่าวเถิดเจ้าค่ะ!”

“เก็บไปล้างกลางดึก ในห้องครัวที่ไม่ได้จุดตะเกียงเนี่ยนะ” หลินอวี้เหยาหัวเราะเสียงเย็น ก้มลงมองสาวใช้ทรยศด้วยสายตาคมกริบ “ก่อนจะโกหก หัดใช้สมองอันน้อยนิดของเจ้าตรึกตรองดูเสียบ้าง”

นางออกแรงเหยียบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นอีกนิด ชุ่ยเอ๋อร์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แขนเสื้อที่กว้างของสาวใช้ร่นลงมา เผยให้เห็นห่อกระดาษสีน้ำตาลเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านใน ห่อกระดาษนั้นตกลงมากลิ้งอยู่บนพื้น

หลินอวี้เหยาพยักหน้าให้หรงอันไปหยิบห่อกระดาษนั้นขึ้นมาเปิดดู ภายในคือผงยาสีขาวขุ่นที่มีกลิ่นฉุนจัด

“ผงสมุนไพรขับเลือด” หลินอวี้เหยาหรี่ตาลง การผสมยาพิษเรื้อรังยังไม่ทันใจพวกมัน ถึงขั้นต้องใช้ยาแรงเพื่อหวังปลิดชีพนางให้สิ้นเรื่องสิ้นราวในคืนนี้เลยงั้นหรือ

“หลักฐานคามือเช่นนี้ เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่ ชุ่ยเอ๋อร์”

เสียงของอดีตจักรพรรดินีราบเรียบไร้ระลอกคลื่น แต่ในความเงียบสงัดของเรือนท้ายจวน มันกลับดังก้องและเยือกเย็นประดุจเสียงพิพากษาจากยมบาล
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel