บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 นักธุรกิจสาวไฟแรง

ในช่วงวันหยุดที่แสนวุ่นวายกับการทำงานของคาเซีย เธอหอบงานต่างๆ กลับมาทำที่บ้าน เธอจอดรถภายในตัวบ้านเดี่ยวใจกลางเมืองที่มีราคาหลายสิบล้านบาท ต้องนึกขอบคุณพ่อกับแม่ของเธอที่จัดหาบ้าน รถ และตึกที่ทำการของบริษัทให้กับเธอ ที่สำคัญคือทั้งบ้านและบริษัท อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก และไม่ไกลกันนัก

หญิงสาวหอบเอกสารเข้ามาในบ้าน เธอถอดรองเท้าแล้วสะบัดออกอย่างไม่ไยดี เพราะตอนนี้มือทั้งสองข้างของเธอไม่มีที่ว่างพอจะก้มลงไปจัดระเบียบ คงจะต้องฝากความหวังให้กับแม่บ้านช่วยดูแลความเรียบร้อยอีกแรง

พอเข้าไปในบ้านได้เธอก็จัดการวางเอกสารลงบนโต๊ะรับแขก เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น คาเซียเสยผมอย่างลวกๆ แล้วมองเบอร์แปลกที่หน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะกดรับสาย

“สวัสดีค่ะ คาเซียพูดค่ะ คะ...? อะไรนะคะ ขอนัดด่วนภายในเวลาบ่ายสอง!” เธอได้ยินปลายแล้วก็อุทานออกมาเสียงดัง ภายในเวลาบ่ายสอง... เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองชั่วโมง เธอยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย ชุดที่ใส่อยู่นี่ก็เป็นชุดตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว

“คือ... ฉันคิดว่าฉันคงไปไม่ทันเจ้านายของคุณ ฉันขอนัดเป็นวันอื่นได้ไหมคะ อะไรนะคะ... ไม่ได้ด้วยเหรอคะ” คาเซียเอามือกุมขมับ เมื่อรู้ว่าปลายสายอยากให้เธอไปวันนี้เลย

“โอเค... ฉันคิดว่าฉันคงจะไม่เหมาะกับงานที่เจ้านายของคุณจะให้ฉันทำ ถ้าคุณจะนัดด่วนขนาดนี้ รบกวนไปจ้างบริษัทอื่นดีกว่าค่ะ” คาเซียปฏิเสธงานทันที เธอไม่ปลื้มตั้งแต่ได้ยินเขาขอนัดกะทันหันแบบนี้แล้ว ลูกค้าเป็นใคร จะให้ทำงานอะไร ยังไม่ได้บอกเลย จะมานัดด่วนทันทีทันใดและจะให้ไปตามต้องการแบบนี้ไม่ไหวหรอก

“เจ้านายผมต้องการใช้บริการบริษัทคุณที่เดียวเท่านั้นครับ รับรองว่าถ้าคุณมาทันภายในเวลาที่เจ้านายผมต้องการ เจ้านายผมจะให้ค่าจ้างมากกว่าที่อื่นอีก 3 เท่า” ปลายสายโน้มน้าว และคำพูดของเขาทำให้คาเซียตาโต

“3 เท่า! แล้วเจ้านายคุณเป็นใคร ชื่ออะไรคะ” คาเซียถาม

“ชื่อคุณจอมพลครับ จอมพล อิทธิพลกูล รีบมานะครับ เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองชั่วโมงแล้ว ผมคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะไปตามที่ผมนัด” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็วางสายไป คาเซียมองโทรศัพท์แบบงงๆ ก่อนจะอุทานออกมา

“What the Fuck! เอาแต่ใจตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานอย่างนี้ ถ้าตอนทำงานด้วยจะเรื่องมากขนาดไหน!” เธอบ่นงึมงำ ได้แต่คิดในใจว่าคนที่ว่าจ้างเธอชื่อ จอมพล ชื่อแปลกๆ ประหลาดแบบนี้น่าจะเป็นคนแก่อายุสัก 60 ที่มีเงินและเอาแต่ใจตัวเอง เธออยากรู้ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร เตรียมจะเปิดโทรศัพท์เพื่อหาข้อมูลของลูกค้าและดูรูป เพื่อที่จะได้ตั้งรับถูก แต่พอเห็นเวลาแล้วทำให้เธอต้องเปลี่ยนใจ เธอวางโทรศัพท์แล้วรีบวิ่งขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว แต่งหน้าแบบลวกๆ เพื่อไปพบกับว่าที่ลูกค้าแสนเอาแต่ใจแทน

รถยนต์มินิคูเปอร์ ขับเข้ามาในตึกอิทธิพล ซึ่งเป็นตึกขนาดใหญ่ มีความสูงกว่า 40 ชั้น ใจกลางกรุงเทพมหานคร เธอรู้สึกคุ้นนามสกุลนี้เหลือเกิน

‘อิทธิพลกูล’ เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง คาเซียยอมรับว่าตัวเองมีข้อเสียตรงที่เพิ่งมาอยู่เมืองไทยได้ 3 เดือนเท่านั้น เธอไม่ค่อยรู้จักชื่อ เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่สักเท่าไหร่และไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เนื่องจากเธอใช้เงินเก็บที่ตัวเองมีมาลงทุนเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

คุณพ่อ คุณแม่ และคุณปู่ของเธอให้คำแนะนำว่า หากต้องการจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือบริษัทอะไรก็ตาม ให้เริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยขยายไปใหญ่ขึ้น เพราะการทำงานแบบเล็กๆ จะทำให้เธอได้เรียนรู้งาน เรียนรู้ปัญหา และหาวิธีแก้ทีละอย่าง หากเธอเริ่มต้นจากใหญ่ พอเจอปัญหาแล้วอาจจะตั้งรับไม่ไหว ซึ่งเธอก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จึงว่าจ้างพนักงานในบริษัท ประมาณ 12 คน มีฝ่ายออกแบบ ประสานงานลูกค้า การตลาด ฝ่ายบัญชี

พอเปิดบริษัทได้ยังไม่ถึง 1 เดือน ก็มีลูกค้าติดต่อเข้ามาจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะว่าจ้างให้เธอช่วยออกแบบตกแต่งบ้าน คอนโด ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง แต่เธอยังไม่เคยรับงานใหญ่ๆ เพราะบริษัทของเธอยังไม่มีชื่อเสียงเพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าที่มีทุนมั่นใจผลงานขนาดนั้น แม้ว่าเธอจะผ่านการทำงานที่บริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่ประเทศอังกฤษ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย และจบปริญญาโทจาก Cambridge ก็ตาม

หญิงสาววัย 24 ปี เปิดประตูรถมินิคูเปอร์ลงมา เธอไม่รู้ว่าการมาของเธอนั้นอยู่ในสายตาของชายหนุ่มที่สนใจเธอมาก เขามองเธอผ่านวีดิโอของกล้องวงจรปิด จอมพลประเมินหญิงสาว ดูเหมือนว่าเธอจะมีฐานะการเงินพอสมควร เห็นจากบ้านที่เธออยู่ รถที่เธอขับ และการแต่งตัว ดูมีความรู้และภูมิฐาน จอมพลนั่งไขว่ห้าง เอามือประสานกันที่ท้ายทอยอย่างสบายๆ มองดูเธอเดินเข้ามาในตึกแล้วก็ผิวปากไปมา

“วันนี้เจ้านายดูอารมณ์ดีกว่าปกติ” ตรัยแซวเจ้านายหนุ่ม จอมพลยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“นิดหน่อย”

“เท่าที่ผมได้คุยกับคุณคาเซียเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว เธอไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น” กนธีบอกกับเจ้านาย จอมพลเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“ทำไม”

“ผมสัมผัสได้ว่าเธอมีความคิดเป็นของตัวเองและไม่ง้อใคร พอผมบอกว่าเจ้านายต้องการเจอหน้าเธอในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า เธอรีบปฏิเสธงานที่เราจะมอบให้ทันที จนกระทั่งผมใช้เงินค่าจ้างเป็นแรงจูงใจถึง 3 เท่า”

กนธีตั้งข้อสังเกตตามประสาอดีตนายตำรวจยศพันตำรวจตรีที่ผันตัวเองมาเป็นบอดี้การ์ดและกุนซือด้านกฎหมายของเมืองไทยให้กับจอมพล แม้ว่าจอมพลจะเรียนจบปริญญาตรีกฎหมายที่ประเทศอังกฤษ แต่การตีความกฎหมายของประเทศไทยทำให้คนที่เฉลียวฉลาดอย่างจอมพลถึงกับเขวไปพอสมควร

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเลิกทำงานที่มีเกียรติและมีศักดิ์อย่างอาชีพตำรวจ เพราะเบื่อหน่ายกับความโสโครกของระบบราชการ และเงินเดือนที่ได้ไม่พอที่จะรักษาลูกชายที่เป็นโรคหัวใจรั่วตั้งแต่เกิด หากอยากจะได้เงิน ก็ต้องเอื้อประโยชน์ให้กับพวกทำผิดกฎหมาย เขาคงทำใจใส่ชุดตำรวจแล้วแบมือขอเงินคนเหล่านั้นไม่ได้ ประกอบกับตัวเองได้เจอกับจอมพล เขารับฟังปัญหาและยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แม้ว่าธุรกิจของจอมพลจะเป็นสีเทาๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นผิดกฎหมาย และที่สำคัญ เขาไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรีของตำรวจมาค้ำคออีกต่อไป

“ฉันอยากจะรู้แล้วสิว่าเธอจะเป็นคนแบบไหนกัน” เขาพึมพำแล้วก็มองไปที่กล้องวงจรปิด คาเซียเดินมาถึงหน้าห้องเขาแล้ว ลูกน้องทั้งสองคนจึงเคลียร์พื้นที่และรีบปิดภาพจากกล้องวงจรปิดออก เธอเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาอย่างเร่งรีบ

“สวัสดีค่ะ!” คาเซียเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเลิกลั่ก เส้นผมของเธอพันกันยุ่งไปหมด คาเซียมองตรัยและกนธีสลับกันไปมา เธอรู้สึกคุ้นหน้าตาคนทั้งคู่เหลือเกิน แล้วก็หยุดสายตาที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ที่หันหลังให้กับเธอ

“สวัสดีครับ มาทันเวลาพอดีเลย เจ้านายผมกำลังรอคุณอยู่พอดี” ตรัยบอก คาเซียจับจ้องไปที่เก้าอี้ทำงานตัวนั้น จอมพลค่อยๆ หมุนเก้าอี้มาหาเธอช้าๆ

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หุ่นล่ำบึก สวมเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงสแล็คสีดำ รองเท้าหนัง นั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งลูบปลายคางที่มีหนวดเคราขึ้นดำครึ้มไปหมด ใบหน้าของเขาดูน่าเกรงขาม

สายตาคมกวาดมองเรือนร่างบางที่มาในชุดเดรสทำงานสีครีมกับรองเท้าส้นสูง คาเซียมองสบตาของเขาแล้วก็อ้าปากค้าง เธอคิดว่าเขาจะเป็นชายสูงวัยอายุสัก 60 ที่แสนเอาแต่ใจ แต่คนตรงหน้าดูแล้วมีอายุไม่น่าจะถึง 40 ปีด้วยซ้ำ เธอมองหน้าเขาแล้วก็รู้สึกคุ้นตามากกว่าเดิม

“คุณคือคุณจอมพล...?” คาเซียถาม เขาพยักหน้า

“ใช่... สวัสดีครับคุณคาเซีย”

“เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าคะ” คาเซียถามแล้วก็หันไปมองหน้าตรัยกับกนธี ทั้งคู่ไม่ตอบได้แต่อมยิ้ม

“สนามบินสุวรรณภูมิ คนที่คุณเอาหัวมาชนขาผมไง” จอมพลเฉลย

คาเซียอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเดียวกับที่เจอในสนามบินวันนั้น มิน่า... เธอถึงรู้สึกคุ้นตาเหลือเกิน ทำไมโลกมันช่างกลมอะไรขนาดนี้

“บังเอิญจังเลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอบอกแล้วก็ยกมือไหว้เขา จอมพลรับไหว้ เขารู้สึกว่าเธอนั้นไหว้สวยเสียยิ่งกว่าผู้หญิงไทยแท้ๆ เสียอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel