ตอนที่ 4 : เส้นทางที่เริ่มผูกพัน
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงเมื่อทั้งสามออกจากเขตเมืองเล็ก เส้นทางเบื้องหน้ากลายเป็นถนนดินทอดยาวผ่านทุ่งหญ้าแห้งและป่าโปร่ง ลมเย็นพัดเอากลิ่นดินและหญ้าเข้ามา หลินเทียนอวี่เดินอยู่ตรงกลาง ระหว่างมู่เฉินอวิ๋นที่ก้าวมั่นคงด้านหน้า และถังเสวี่ยหลิงที่เดินไปพูดไปอยู่ด้านหลัง บรรยากาศแตกต่างจากเมื่อเช้าอย่างเห็นได้ชัด
“พวกเจ้าจะไปทางไหนกันต่อ” ถังเสวี่ยหลิงเอ่ยถาม พลางปรับสายสะพายถุงผ้า
มู่เฉินอวิ๋นตอบเสียงเรียบ “ไปเมืองอวิ๋นโจว ที่นั่นมีตลาดยุทธภพ คนพลุกพล่าน เหมาะจะหาข่าว”
หลินเทียนอวี่พยักหน้า แม้จะไม่รู้ว่า “ตลาดยุทธภพ” คืออะไร แต่เขาเลือกเชื่อใจคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจ ราวกับตั้งแต่ก้าวออกจากหมู่บ้าน โลกของเขากำลังขยายออกอย่างรวดเร็วเกินจะตามทัน
การเดินทางในวันนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นเกินคาด จนกระทั่งยามค่ำ เมื่อทั้งสามตั้งแคมป์พักแรมใกล้ป่าหิน เสียงสัตว์ป่าดังแว่วอยู่ไกล ๆ กองไฟเล็ก ๆ ถูกก่อขึ้นตรงกลาง แสงไฟส่องให้เห็นสีหน้าของแต่ละคนชัดเจน
ถังเสวี่ยหลิงนั่งยอง ๆ ข้างกองไฟ ยื่นไม้เสียบเนื้อย่างให้หลินเทียนอวี่ “กินหน่อยสิ ตั้งแต่เช้าเจ้ายังแทบไม่ได้กินอะไรเลย”
หลินเทียนอวี่รับมาอย่างเก้อเขิน “ขอบคุณ”
มู่เฉินอวิ๋นมองภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ แววตาฉายแววครุ่นคิด เขาเห็นชัดว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนที่เหมาะกับยุทธภพอันโหดร้ายนี้ แต่ชะตากลับไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
“ตั้งแต่นี้ไป เจ้าอย่าใช้พลังพร่ำเพรื่อ” เขากล่าวขึ้น “พลังของเจ้าดึงดูดสายตาคนมากเกินไป”
หลินเทียนอวี่พยักหน้า “ข้าจะพยายาม”
คืนนั้น ทุกคนผลัดกันพักผ่อน หลินเทียนอวี่นอนมองท้องฟ้า ดาวระยิบระยับเต็มฟากฟ้า ความรู้สึกอ้างว้างค่อย ๆ แทรกซึม แม้จะมีคนอยู่ใกล้ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนเส้นทางที่ไม่มีใครเดินมาก่อน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างสตรีในชุดสีขาวยืนอยู่บนโขดหินสูง เซียวเยว่หลันมองลงมายังแสงไฟเล็ก ๆ ในป่า ดวงตานิ่งสงบ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พลังชะตาฟ้า…อยู่ใกล้กว่าที่คิด
นางรับรู้ได้ชัดเจน แม้ผนึกพลังจะยังคงอยู่ แต่สายเลือดกลับตอบสนองอย่างรุนแรง เยว่หลันหลับตาลง พยายามกดความรู้สึกนั้นตามที่ถูกสั่งสอนมา
“อย่าเข้าไปพัวพัน” นางพึมพำกับตนเอง
คำสั่งของสำนักยังดังก้องอยู่ในหัว หากนางเข้าใกล้เกินไป ผลที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่โทษทัณฑ์ แต่เป็นหายนะต่อคนที่เกี่ยวข้อง นางจึงเลือกถอยห่าง เฝ้ามองจากไกล ๆ เท่านั้น
รุ่งเช้า ทั้งสามออกเดินทางต่อโดยไม่รู้เลยว่า มีสายตาคู่หนึ่งเฝ้าติดตามอยู่ห่าง ๆ ตลอดทาง การเดินทางใกล้เมืองอวิ๋นโจวกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อพวกเขาพบว่าทางผ่านถูกปิดกั้นด้วยกลุ่มคนในชุดสำนักย่อย สีหน้าของแต่ละคนแข็งกร้าว ราวกับกำลังค้นหาใครบางคน
มู่เฉินอวิ๋นหยุดฝีเท้า ดวงตาคมกริบขึ้นทันที “คนของสำนักอื่น…และไม่ใช่มาโดยบังเอิญ”
ถังเสวี่ยหลิงกลืนน้ำลาย “ดูท่าจะยุ่งแล้วนะ”
หลินเทียนอวี่รู้สึกถึงพลังในร่างสั่นไหวอีกครั้ง หัวใจเต้นแรง ความกลัวผสมความมุ่งมั่นก่อตัวขึ้น เขาก้าวไปยืนข้างมู่เฉินอวิ๋นโดยไม่รู้ตัว
“ข้าไม่อยากหนีอีกแล้ว” เขากล่าวเสียงเบา แต่หนักแน่น
มู่เฉินอวิ๋นมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “งั้นก็จำไว้…นี่คือยุทธภพ”
จากที่สูง เซียวเยว่หลันมองฉากนั้นอยู่ไกล ๆ มือในแขนเสื้อกำแน่น นางลังเลเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะหันหลังจากไป
ยังไม่ถึงเวลา
แต่เส้นทางของพวกเขา…ได้เริ่มเชื่อมถึงกันแล้วจริง ๆ
