ตอนที่ 3 : ผู้ร่วมทางบนเส้นทางเดียวกัน 
เส้นทางออกจากหมู่บ้านชางอวิ๋นทอดยาวผ่านป่าเขาสลับซับซ้อน หมอกยามเช้ายังไม่ทันจาง ละอองน้ำเกาะตามใบไม้และพื้นดิน หลินเทียนอวี่เดินตามหลังชายหนุ่มในชุดสำนักสีครามอย่างเงียบงัน ทุกย่างก้าวที่ก้าวออกไป ทำให้ความรู้สึกบางอย่างในใจเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังทิ้งอดีตทั้งชีวิตไว้เบื้องหลัง
มู่เฉินอวิ๋นเดินนำหน้า ท่าทางสงบนิ่ง ไม่เร่งรีบ แต่ทุกก้าวมั่นคงราวกับคุ้นเคยกับเส้นทางยุทธภพมาเนิ่นนาน เขาไม่หันกลับมามอง ไม่ซักถามใด ๆ ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมระหว่างกัน หลินเทียนอวี่เองก็ไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรดี คำถามมากมายวนเวียนในหัว แต่กลับไม่กล้าเอื้อนเอ่ย
จนกระทั่งพวกเขาหยุดพักริมลำธารสายเล็ก มู่เฉินอวิ๋นจึงเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก
“เจ้าชื่ออะไร”
“หลิน…หลินเทียนอวี่” เด็กหนุ่มตอบ พลางก้มหน้าเล็กน้อย
มู่เฉินอวิ๋นพยักหน้าเพียงนิด “ตั้งแต่นี้ไป เจ้าต้องเข้าใจอย่างหนึ่ง พลังที่เจ้าครอบครอง ไม่ใช่สิ่งที่ซ่อนอยู่ได้นาน สำนักต่าง ๆ จะตามกลิ่นมันมาไม่หยุด”
หลินเทียนอวี่กำมือแน่น “แล้วข้าควรทำอย่างไร”
“เดินต่อ” คำตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น “จนกว่าเจ้าจะมีพลังพอเลือกเส้นทางเอง”
คำพูดนั้นทำให้หลินเทียนอวี่เงียบไป เขาไม่เคยคิดว่าจะต้อง “เลือกเส้นทาง” ใด ๆ มาก่อน ชีวิตที่ผ่านมา เขาเพียงถูกเลือกโดยความยากจนและโชคชะตา แต่ตอนนี้…แม้แต่ฟ้าดินก็ผลักเขาให้เดินไปข้างหน้า
การเดินทางดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วยาม จนเมื่อเข้าใกล้เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เสียงเอะอะดังมาจากเบื้องหน้า กลิ่นคาวเลือดลอยมากับสายลม มู่เฉินอวิ๋นหยุดฝีเท้า ดวงตาคมกริบขึ้นทันที
“ระวัง”
ทั้งสองแฝงกายเข้าไปใกล้ ก็เห็นกลุ่มโจรสวมชุดหนังหยาบกำลังรุมล้อมรถม้าคันหนึ่ง หญิงสาวในชุดเรียบง่ายยืนถือไม้สั้นปกป้องตนเองอยู่หน้าเกวียน แม้ท่าทางจะดูไม่ชำนาญ แต่แววตากลับไม่หวาดกลัว มีเพียงความดื้อดึงและมุ่งมั่น
“ส่งของมา แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป” หัวหน้าโจรหัวเราะเยาะ
“ฝันไปเถอะ!” หญิงสาวตวาดกลับ เสียงใสแต่แข็งกร้าว
หลินเทียนอวี่เห็นภาพนั้น หัวใจกระตุกโดยไม่รู้ตัว เขาหันไปมองมู่เฉินอวิ๋นอย่างลังเล
“ถ้าเจ้าเข้าไป ต้องพร้อมรับผล” มู่เฉินอวิ๋นกล่าวเรียบ ๆ ไม่ห้าม แต่ไม่สนับสนุน
หลินเทียนอวี่สูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวออกจากเงาไม้ พลังฟ้าดินในร่างตอบสนองทันที ลมอ่อน ๆ หมุนวนรอบตัวเขา โจรหลายคนหันขวับมามอง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นตกใจ
“หยุดเดี๋ยวนี้” หลินเทียนอวี่เอ่ย เสียงสั่นเล็กน้อย แต่แฝงแรงกดดันโดยไม่ตั้งใจ
โจรหัวเราะเสียงดัง “เด็กเมื่อวานซืน กล้าดียังไง—”
คำพูดยังไม่ทันจบ ลมกระแทกก็ซัดร่างโจรผู้นั้นกระเด็นล้มลง ฝุ่นตลบ หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบตั้งสติ
“เจ้า…เจ้าเป็นใครกัน”
“ข้าแค่ผ่านมา” หลินเทียนอวี่ตอบอย่างซื่อ ๆ
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อมู่เฉินอวิ๋นก้าวออกมา พลังของเขาทำให้โจรที่เหลือหนีแตกกระเจิง หญิงสาวถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างจริงใจ
“ขอบคุณมากนะ ข้าชื่อถังเสวี่ยหลิง ถ้าไม่ได้พวกเจ้า ข้าคงแย่แน่”
รอยยิ้มนั้นทำให้บรรยากาศตึงเครียดคลายลง หลินเทียนอวี่รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน เขาไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีนี้ เส้นทางของพวกเขาจะเริ่มผูกเข้าด้วยกัน
ในขณะเดียวกัน บนยอดเขาสูงของสำนักหลิงเทียน เซียวเยว่หลันยืนอยู่ในห้องโถงเงียบสงัด ผู้อาวุโสเบื้องหน้ามองนางด้วยสายตาเคร่งขรึม
“พลังชะตาฟ้าเคลื่อนไหวแล้ว” เสียงนั้นกล่าวช้า ๆ “ถึงเวลาที่เจ้าต้องลงจากเขา”
เยว่หลันกำมือแน่นในแขนเสื้อ ดวงตานิ่งสงบ แต่หัวใจกลับสั่นไหว นี่คือคำสั่ง ไม่ใช่ทางเลือก
“ข้าจะทำตาม” นางตอบเสียงเรียบ แม้ในใจจะรู้ว่า การก้าวลงเขาครั้งนี้ จะพานางไปพบกับสิ่งที่ไม่อาจหวนกลับ
เส้นทางของทั้งสี่
เริ่มทับซ้อนกันมากขึ้นทุกขณะ
และยุทธภพ…กำลังรอการเปลี่ยนแปลง
