บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 44 เฉาหลิงวัยเด็ก

สายน้ำตกหลั่งไหลอย่างต่อเนื่อง น้ำที่รวมกันอยู่ในแอ่งหินกลายเป็นสีเขียวดั่งน้ำตกมรกตตั้งบนทิวเขาที่โอบล้อมไปด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ราวกับว่าป่าแห่งนี้ได้รับการปกปักรักษาจากเทพยดาจากสรวงสวรรค์ สายน้ำบนแอ่งหินมีความใสดั่งคริสทัลเป็นภาพสวยงามดูไม่ต่างจากน้ำใสสะอาดเท่าน้ำดื่ม

"ตื่น ตื่น ตื่นได้แล้วขอรับ" เสียงเด็กน้อยไร้เดียงสานามเฉาหลิงกำลังปลุกองครักษ์หนุ่มรูปร่างสันทัด ริมฝีปากซีดเผือดเหมือนสูญเสียเลือดมามาก

"องค์ชาย ต่อไปนี้ องค์ชายควรดูแลตัวเองให้ดีพ่ะย่ะค่ะ" น้ำเสียงองครักษ์หมดเรี่ยวแรงจึงเปล่งเสียงได้อย่างลำบาก

"ตื่นได้แล้วขอรับ อย่าไปไหน? อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว ข้ากลัว" เฉาหลิงร้องไห้โฮแต่ก็ไม่รู้จะทำอันใดดี

เสียงเด็กน้อยร้องไห้สะอื้นดังลั่นทั่วกลางป่าใกล้ๆ น้ำตกมรกต ทั้งเฉาหลิงและองครักษ์มีลำตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ พอดีเด็กน้อยคนนั้นได้เรียนการว่ายน้ำตั้งแต่เด็กจึงมีปรีชาสามารถอันหลากหลาย ทั้งการเขียนอ่านตัวอักษรจีน ดนตรี ขี่ม้า และภาษาต่างถิ่นบางคำ

"เจ้าหนู เขาจะไม่เป็นอันใด ข้าจะช่วยเขาเอง" ชายวัยกลางคนนามว่าเหลาจ้านกำลังเก็บสมุนไพรรักษาโรคในป่าก็ได้พบกับเฉาหลิงและองครักษ์ เขาตามเสียงเด็กน้อยร้องไห้นั้นไป ในที่สุดก็หาต้นเสียงเจอ

ชายวัยกลางคนนามเหลาจ้านพลิกลำตัวองครักษ์เพื่อตรวจสอบร่างกายคนป่วยไข้ให้ละเอียด พบว่าเขาถูกลูกธนูที่หักแล้วจนสั้นลง ลูกธนูนั้นปักที่หลังตำแหน่งปอดข้างขวา วินาทีนั้นเององครักษ์ได้กระซิบใกล้ๆ เหลาจ้านด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่

"ฝากดูแลเด็กน้อยคนนี้ เขาเสียมารดาไปแล้วขอรับ" องครักษ์กล่าวอย่างแผ่วเบา หายใจลำบากและเสียงนั้นก็เริ่มหายไปอย่างช้าๆ

"ลูกธนูนี้อาบพิษ แต่ข้าไม่รู้ว่าพิษชนิดไหน? " ชายวัยกลางคนพลางคิดในใจ กล่าวกับตนเอง

"พิษชนิดใด ใช้ยาชนิดใดถึงจะถูก แต่ข้าไม่มีเวลามากแล้ว โปรดอภัยข้าด้วย" ชายวัยกลางคนครุ่นคิดอย่างกังวลใจ

"เจ้าหนู เขาไปอยู่บนสวรรค์แล้ว โปรดปล่อยเขาไปอยู่บนสวรรค์เถิด" ชายที่มีอายุมากกว่ากล่าวปลอบโยน

"แง แง สวรรค์อยู่ที่ใดหรือขอรับ? ข้าอยากไปด้วย เหตุใดร่างเขาจึงได้นอนหลับอยู่ตรงนี้ขอรับ? " เฉาหลิงร้องไห้โฮปนกับความสงสัย

"โถ่ เจ้าหนูผู้น่าสงสาร สวรรค์อยู่บนฟ้าสิลูก วิญญาณที่มองไม่เห็นได้ล่องลอยไปอยู่บนฟ้าแล้ว เจ้าหนู" ชายคนนั้นกอดเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยน พลางใช้นิ้วชี้ไปที่ก้อนเมฆหนาๆ สีขาว

"ข้าอยากเห็นวิญญาณ" เฉาหลิงเอ่ยขึ้นอย่างสอดรู้สอดเห็นด้วยความไร้เดียงสา พลางมองท้องฟ้าสดใส

"เดี๋ยวข้าจะสอนเจ้าให้เห็นวิญญาณ ดีหรือไม่? " ชายวัยกลางคนลูบศีรษะเฉาหลิงช้าๆ

"ขอรับ" น้ำตาเฉาหลิงยังเปื้อนแก้มแถมขี้มูกสีใสโป่งพองเหมือนคนเป็นหวัด

"ดีมาก ข้าจะเป็นพ่อของเจ้า ดีหรือไม่? เจ้าหนู" ชายวัยกลางคนสบตาอย่างจริงใจ

"ขอรับ ท่านพ่อ" เฉาหลิงเข้าไปกอดบิดาบุญธรรมนามเหลาจ้านแต่ความโศกเศร้ายังไม่จางหาย

หมู่บ้านชาวป่าชาวเขา

เด็กชายที่ดูโตกว่าเฉาหลิงห่างกันตั้งหลายปีกำลังฝึกยิงธนูพุ่งสู่เป้าที่ทำด้วยฟางแห้งก่อนที่จะไปล่าสัตว์จริงๆ เด็กน้อยนามเฉาหลิงได้เดินผ่านคนกลุ่มนั้นอย่างสนอกสนใจจึงได้เหลียวมองพลาง เดินพลางโดยมีบิดาบุญธรรมนามเหลาจ้านจูงมือเด็กน้อยอยู่ข้างๆ

"ท่านพ่อ ข้าอยากเล่นยิงธนู ข้าอยากเล่น" เฉาหลิงใช้นิ้วชี้พลาง พลางกระโดดโลดเต้น

"ไม่ได้ ไม่ได้ รอเจ้าโตกว่านี้ก่อน มันอันตราย" บิดาบุญธรรมก็ได้จูงมือเขาต่อ

"ข้าต้องโตเท่าใดถึงจะได้เล่นขอรับ? " เฉาหลิงกล่าวพลาง เงยหน้าพลาง

"เจ้าต้องสูงเท่านี้ถึงจะได้เล่น เจ้าต้องเชื่อฟังข้า ตั้งใจเรียน เจ้าจะได้เล่น" บิดาบุญธรรมหยุดชะงักทันใด ย่อกายลงให้อยู่ในระดับเฉาหลิง ยกมือขึ้นพลางเพื่อแสดงระดับความสูง

"เอาล่ะ งั้นเจ้าไปอาบน้ำ ทานข้าวก่อนเถิด เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเล่นของเล่นชิ้นใหม่" บิดาบุญธรรมอุ้มเขาขี้น ทั้งๆ ที่อาภรณ์เด็กน้อยยังเปียกชื้น

"นายท่านเจ้าค่ะ เด็กน้อยคนนี้ได้มาจากที่ใด? " แม่บ้านเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

"อืม เด็กคนนี้กำพร้าพ่อแม่ ไม่ยอมพูดจาว่ามาจากที่ใด? ข้ารู้เพียงว่ามารดาของเขาอยู่บนสวรรค์แล้ว" บิดาบุญธรรมส่งสายตาโศกเศร้า

"โถ่ เจ้าหนูผู้น่าสงสาร หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน มามะ เจ้าอยากกินให้ใดข้าจะทำให้? " แม่บ้านลูบศีรษะและมองเฉาหลิงอย่างอ่อนโยน

[เหลาจ้าน บิดาบุญธรรมของเฉาหลิงเป็นพ่อหม้ายที่สูญเสียภรรยาและบุตรชายที่อายุยังน้อยเพราะโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เหตุนี้เองชายคนนั้นจึงคิดค้นสูตรลับยารักษาโรค เขาต้องการให้ทั้งคู่ได้หายป่วยอย่างเร็ววัน แต่ไม่ทันการเสียแล้วทั้งภรรยาและบุตรชายได้จากไปอย่างสงบ เมื่อได้ค้นพบยารักษาโรคอย่างสมบูรณ์ช้าไปเพียงหนึ่งวัน จนวันนี้ก็มาพบเฉาหลิงผู้กำพร้ามารดาก็มีความรู้สึกเดียวกันและดูไร้เดียงสาคล้ายบุตรชายแท้ๆ ของตนจึงรับเขามาเลี้ยงดู]

เพลาใกล้พลบค่ำ บิดาบุญธรรมได้พาเฉาหลิงไปเดินเล่นทั่วหมู่บ้านก่อนที่จะออกจากหมู่บ้านเพื่อค้นหาหาสมุนไพรชิ้นใหม่แทนสมุนไพรที่ได้ใช้หมดไปแล้ว ด้วยสถานที่ที่เป็นพื้นโล่งแจ้งช่วยให้เฉาหลิงวิ่งไปมาได้อย่างสะดวก ชายวัยกลางคนได้วางเฉาหลิงไว้บนพื้นก่อนจะปีนหน้าผาเพื่อเก็บพรรณไม้ไว้เป็นยารักษาโรค

"เฉาหลิงอยู่ตรงนี้และอย่าออกไปที่ใดเด็ดขาด เดี๋ยวข้าจะกลับมา เจ้าเข้าใจหรือไม่? " บิดาบุญธรรมก็เดินจากไปและได้สะพายกระเป๋าใส่สมุนไพรหลากหลายชนิด

ผึ้งน้อยหนึ่งตัวบินผ่านหน้าเฉาหลิงคล้ายแมลงวันบินผ่านจนเขาเงยหน้าขึ้นตามตัวผึ้งกำลังบินสู่รัง แลเห็นรังผึ้งรังใหญ่เกาะบนกิ่งไม้หนาๆ บวกกับความหิวโหยหาของหวานแต่ก็เอื้อมไม่ถึงเพราะความสูงของเด็กน้อย ทันใดนั้นเองเฉาหลิงจับกระดิ่งทองแดงที่ห้อยคอจากสร้อยเหมือนสร้อยคล้องคอทั่วไปเพื่อเขย่ากระดิ่งทองแดงนั้นไปเรื่อย ๆ

"โอ้ เจ้าผึ้งน้อย" เฉาหลิงรู้สึกสนุกสนานยิ่งขึ้นไปอีกจนลืมของเล่นชิ้นอื่นไปเลย ฝูงผึ้งบินวนรอบตัวเฉาหลิงคล้ายผ้าม่านโอบล้อมกายราวกับว่ามันคือผู้พิทักษ์

"ข้าอยากกินน้ำผึ้ง เจ้าจะให้ข้ากินได้หรือไม่? " ความไร้เดียงสาของเฉาหลิงก็ได้เอ่ยขึ้นโดยไม่รู้ว่าจะได้รับประทานน้ำผึ้งสักหยดจริงๆ หรือไม่?

สิ้นคำเพียงประโยคหนึ่งจากวาจาของเด็กน้อย เหมือนฝูงผึ้งเข้าใจภาษามนุษย์ก็บินรวมกันไปที่รังใหญ่ของตน และบินกลับมาพร้อมกับรังผึ้งชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือเด็กน้อยที่มีน้ำผึ้งสีเหลืองใสๆ หยดย้อยดั่งน้ำค้างมามอบให้เฉาหลิงเหมือนว่ามนุษย์มอบให้เอง

เฉาหลิงรับอาหารรสหวานจากฝูงผึ้งอย่างไม่ลังเลเหมือนได้ใช้ชีวิตแบบองค์ชายน้อยภายในวังหลวงอีกครั้ง

"ขอบใจมากเพื่อนรัก น้ำผึ้งของเจ้าหวานนัก" เฉาหลิงกัดรังผึ้งที่มีน้ำผึ้งหยดย้อย ฝ่ามือเปื้อนน้ำผึ้งคาวๆ และได้ดูดนิ้วมือเหมือนกินอมยิ้ม คราบน้ำผึ้งติดริมฝีปากและรอบปาก

เฉาหลิงกำลังรับประทานรังผึ้งอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ บิดาบุญธรรมก็มาพบเข้าด้วยสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าบุตรบุญธรรมกำลังอยู่ใกล้รังผึ้งอย่างไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสีน้ำตาลทำจากหนังสัตว์และเร่งฝีเท้า

"โถ่ ลูกพ่อ เจ้าอย่าไปเล่นกับผึ้งเด็ดขาด มันจะกัดเจ้า ถ้าเจ้าอยากกินน้ำผึ้งเจ้าต้องบอกข้า ข้าจะหาให้เจ้าเอง" บิดาบุญธรรมอุ้มเฉาหลิงให้ห่างไกลจากรังผึ้ง

"ผึ้งใจดีจะตาย มันไม่กัดข้า มันเอาน้ำผึ้งหวานๆ มาให้ข้ากินด้วยขอรับ" เฉาหลิงกินรังผึ้งจนหมด เหลือเพียงน้ำผึ้งตามฝ่ามือข้างซ้ายและข้างขวา

"เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่? " ชายวัยกลางคนมองรอบตัวเฉาหลิงแต่ไม่พบบาดแผลที่ถูกผึ้งต่อยสักจุด

"ไม่เจ็บขอรับ ผึ้งเป็นเพื่อนข้า มันไม่กัดข้าขอรับ ข้าจะเล่นกับผึ้ง ข้าอยากกินอีก" เฉาหลิงกระโดดโลดเต้นในอ้อมกอดบิดาบุญธรรม

"เฮ้อ ลูกพ่อ ถ้าเจ้าอยากมีเพื่อนเป็นใครก็ได้ มนุษย์ก็ได้ สุนัขก็ได้ แมวก็ได้ แต่ห้ามเป็นเพื่อนกับสัตว์มีพิษเด็ดขาด เจ้าเข้าใจหรือไม่? " ชายที่กำลังอุ้มเด็กน้อยรู้สึกปวดหัวกับความไร้เดียงสาของเด็ก พลางถอนหายใจยาว

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เฉาหลิงก็ปล่อยลูกสุนัขสองตัวขนนุ่มๆ สีดำตัดกับสีขาววัยน่ารักออกจากอ้อมแขนก่อนวางไว้หน้ากระท่อมและไปเล่นนอกหมู่บ้านเพียงลำพังใกล้รังผึ้งรังเดิมที่เกาะบนกิ่งไม้ใหญ่นั้นแทบทุกวัน เหตุนั้นเอง บิดาบุญธรรมของเฉาหลิงออกตามหาจนรู้สึกเบื่อหน่าย และหลังจากนั้นต้องเลี้ยงผึ้งด้วยตนเองกับบุคคลอื่น ๆ ในหมู่บ้านทำให้มีน้ำผึ้งปริมาณมากและบรรจุใส่ลงไหสีน้ำตาลทำจากดินเหนียวได้หลายใบ เกิดเป็นการค้าขายขึ้นมา รวมทั้งส่งออกสินค้าไปยังต่างเมืองและต่างแคว้น เขาหวังว่าไม่ให้เด็กน้อยคนนั้นไปเดินเล่นสนุกที่ไกลๆ ได้และไม่ต้องตามหาเด็กน้อยให้เหนื่อยหน่ายอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel