บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 45 เตรียมตัวเข้าวัง

ก้อนเมฆสีดำหนาทึบครอบคลุมท้องนภา ลมพัดแรงขึ้นทำให้พืชพรรณแมกไม้น้อยใหญ่เอนไหวตามแรงลม ใบไม้แห้งลอยจากพื้นดินพร้อมกับฝุ่นทรายจากดินจนดูคล้ายหมอกหนาๆ สีขาว บ่งบอกได้ว่าเม็ดน้ำเล็กๆ ได้ตกลงจากท้องฟ้าสู่พื้นโลกจนกลายเป็นน้ำฝน กิจกรรมกลางแจ้งไม่สามารถดำเนินการได้สะดวกมากนัก ผู้คนต่างอยู่ในเรือนหรือที่ใดที่หนึ่งใต้หลังคาเพื่อหลบฝนและกันเปียก แต่สิ่งมีชีวิตที่ชอบน้ำฝนมากที่สุดกลับมีความร่าเริงสดใสได้กระโดดโลดเต้นอย่างเป็นดีอกดีใจเหมือนรอน้ำฝนมาหลายวัน เช่น กบและเขียด

"ห้ะ! เจ้าไปสมัครนางกำนัลมาแล้วหรือ? ตั้งแต่เมื่อใด? " จางลู่นั่งอยู่บนเตียงนอนหลังจากได้ฟังเรื่องราวจากแม่นางฟางฟ่าง

"เจ้าค่ะ คุณหนู ข้าไปกับคุณหนูจางลิ่วเจ้าค่ะ อีกไม่กี่วันก็จะปิดรับสมัครแล้วเจ้าค่ะ" แม่นางฟางฟ่างยืนนิ่งในท่าทางสงบเสงี่ยม

"ข้าจะไปสมัครด้วย" จางลู่ลุกขึ้นทันใด

"ไม่ได้เจ้าค่ะ ช่วงนี้ฝนตก เกรงว่าคุณหนูจะไม่สบาย และอีกอย่าง หากมีคนรู้ว่าเป็นองค์หญิง แล้วเราจะทำเยี่ยงไรเจ้าคะ? " แม่นางฟางฟ่างแสดงสีหน้ากังวล พลางจับแขนจางลู่ไว้

"นั้นสิ หากเปิดเผยตัวตนตอนนี้ เราจะไม่ปลอดภัยเป็นแน่? " เฉาหลิงเดินเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม ไม่ทราบว่าเขาแอบฟังทั้งคู่ตอนไหน

"ข้าจะไปชำระความแค้นให้ท่านแม่" จางลู่กล่าวอย่างเจ็บปวด กำมือแน่นราวบังเกิดโทสะ

"การเข้าวังหลวงไม่ง่ายดายขนาดนั้นดอก จางลู่ ทหารคุ้มกันแน่นหนา หากเจ้าเข้าไปโดยพลการก็คงไม่ดีต่อตัวเจ้าเป็นแน่" เฉาหลิงยืนขวาง กล่าวด้วยความห่วงใย

"แล้วท่านพี่จะทำเยี่ยงไรเจ้าคะ" จางลู่ถามด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเฉาหลิงคิดอะไรอยู่

"ข้าก็มีความรู้สึกแบบเดียวกับเจ้า หากเจ้าลงมือตอนนี้ ข้าจะเหลือใครหากไม่มีเจ้า? คิดให้รอบคอบเถิด อย่าให้ความโกรธแค้นได้ปิดบังจิตใจของเจ้า ข้าก็อยากเข้าวังหลวงเช่นเดียวกันเจ้า ข้าจะเป็นหมอหลวง" เฉาหลิงกอดอก สบตาจางลู่อย่างอ่อนโยน

"ก็ดีสิท่านพี่ ท่านพี่จะไปสมัครเป็นหมอหลวงวันนี้หรือเจ้าคะ? " จางลู่เปลี่ยนสีหน้า เผยรอยยิ้มแสดงความเห็นด้วย

"ใช่แล้ว ฝนตกก็ตก เราควรกางร่มไปดีกว่า ก่อนสอบจะต้องอ่านตำราแพทย์ ตำรายารักษาโรคด้วย" เฉาหลิงเริ่มเคร่งเครียดเพราะรู้ว่าการสอบเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย

"แล้วนางกำนัลจะต้องอ่านหนังสือด้วยหรือไม่? " จางลู่ถามด้วยความกังวลปนกับความตื่นเต้น

"มีสิ แต่ไม่ได้มากเท่ากับการสอบหมอหลวงนัก เรื่องที่จะสอบก็เป็นกฎระเบียบในราชสำนัก หากผ่านภาคทฤษฎีก็จะได้สอบภาคปฏิบัติ หากเจ้าสอบได้คะแนนสูงสุดก็จะได้มีโอกาสใกล้ชิดฮองเฮาเป็นแน่? " เฉาหลิงกล่าวอย่างมีความหวัง

"คุณพระ คุณเจ้า! ขนาดนั้นเชียวหรือ? " แม่นางฟางฟ่างอุทานด้วยตกใจ มีสีหน้าเคร่งเครียด

ตำหนักฮองเฮาหวั่นฉิน

พระนางหวั่นฉินเดินออกไปอยู่หลังตำหนักของตนจนถึงประตูเล็กๆ ของกำแพงใหญ่ในยามฝนตก นางกำนัลนางหนึ่งถือร่มอยู่ข้างๆ และนางกำนัลอีกคนหนึ่งถือโคมไฟกับร่มอยู่ข้างหน้า เลี้ยวขวาเพียงไม่กี่ก้าวก็พบศาลาหลังเล็กที่มีหลังคาเพื่อหลบฝน ต้นไม้ใหญ่ปิดบังทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น เหลียวซ้ายเหลียวขวาหากมีผู้พบเห็น เมื่อแน่ใจแล้วก็ก้าวเข้าไปในที่นั้นอย่างเงียบ

"คารวะฮองเฮาพะยะค่ะ" เหนียนปอปอคำนับ

"ยืนขึ้นได้แล้ว เจ้ามีเรื่องเดือดร้อนอันใด? ข้าพร้อมจะช่วยเหลือเจ้า เหตุใดเจ้าถึงได้มาผู้เดียว" น้ำเสียงฮองเฮาอ่อนโยนดั่งมีความเมตตา

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ พวกของข้าถูกกำจัดไปเสียแล้ว แม่นางหวั่นหวั่นได้ถูกสังหารไปแล้วขอรับ" เหนียนปอปอกล่าวเสียงสั่น ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยแผลเป็น

"บังอาจ ผู้ใดถึงได้กล้าเพียงนี้? บอกข้ามา ข้าจะจัดการให้ ส่วนเรื่องเงินทอง เจ้าไม่ต้องกังวล" ฮองเฮายกมือขึ้นสะบัดเพื่อบอกให้นางกำนัลที่ยืนอยู่ข้างขวายกถุงใส่เงินสีเขียวอ่อนให้

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ หากมีอันใดรับใช้ กระหม่อมยินดีเสมอพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่างองค์ชายที่ประสูติจากพระสนมเอกยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ ยังไม่สิ้นพระชนม์พ่ะย่ะค่ะ" เหนียนปอปอเก็บถุงใส่เงินสีเขียวอ่อนไว้ในอกเสื้อสีน้ำเงิน ก่อนจะกล่าว

"เจ้ารู้ได้เยี่ยงไร? " ฮองเฮากริ้ว ดวงเนตรเต็มไปด้วยเปลวเพลิง

"มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้เพียงว่าพระสนมเอกทรงมีกระดิ่งทองแดงเป็นอาวุธประจำกาย ข้าแน่ใจว่าชายคนนั้นต้องเป็นพระโอรสพ่ะย่ะค่ะ" เหนียนปอปอมือสั่น สัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตของฮองเฮา

"งั้นก็ดี เจ้าต้องไปสืบมาว่า เจ้าเด็กนั้นอยู่ที่ใด? กำจัดมันให้สิ้นซาก" พระนางหวั่นฉินกล่าวด้วยความไม่พอพระทัย

"มันไม่ง่ายขนาดที่พระองค์คาดการณ์ไว้พ่ะย่ะค่ะ เขามีลูกสมุนที่มีพลังมากเท่าๆ กับกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ พลังนั้นเรียกว่า สมดุลหยินหยางพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจำได้ว่าเคยต่อสู้กับอาเฟยหง องครักษ์ของพระสนมรอง ข้ารู้สึกว่านางต้องเป็นบุตรีคนหนึ่งของอาเฟยหงพ่ะย่ะค่ะ" ชายร่างใหญ่กล่าวเตือนด้วยความกังวล

"งั้นข้าจะเพิ่มกำลังคนให้พวกเจ้า ข้าจะหานักฆ่ามืออาชีพที่ดีที่สุดในแคว้นลิ่วเฉียน ข้าจะให้นางกำนัลของข้าจัดหาด้วยอีกคน คงจะพอสังหารพวกมันได้แน่? " ฮองเฮากำหมัดแน่น ก่อนจะสะบัดมือเรียกนางกำนัลทางซ้ายมือหยิบถุงใส่เงินอีกถุงมอบให้ชายร่างใหญ่ บ่งบอกว่าต้องมีการลงทุนให้มาก

ภายในวังหลวง ณ ท้องพระโรง

ต่างคนต่างจากทั่วสารทิศของแคว้นได้เดินทางมาสมัครเป็นขุนนาง นางกำนัล ทหารและหมอหลวง เพราะทั้งองค์ชายและองค์หญิงจากฮองเฮาและพระสนมต่างได้เติบโตเป็นหนุ่มสาวแล้ว เหตุนี้เองจึงต้องการกำลังคนเพื่อช่วยเหลือภารกิจที่มีทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน แม้กระทั่งงานพืธีต่างๆ เพื่อให้งานนั้นได้เสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วตามกำหนด

"โห เหตุใดถึงมีคนมากมายเยี่ยงนี้? ขนาดฝนตกก็ไม่เป็นปัญหาของพวกเขา" แม่นางฟางฟ่างตะลึงลาน

"เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะช่วยเจ้าเอง" จางลู่กล่าวพลาง ก้าวเท้าพลาง

"โกงสอบหรือเจ้าคะ? หากทำเยี่ยงนี้ ทหารคุมสอบจะลากพวกเราไปทิ้งหน้าวังหลวงเป็นแน่เจ้าค่ะ" แม่นางฟางฟ่างมีสีหน้าตกใจ อกสั่นขวัญหาย พลางจินตนาการว่าตัวเองถูกทหารจับไปทิ้งและเฆี่ยนตี

"เหตุใดเจ้าถึงคิดเยี่ยงนี้? เรื่องโกงสอบนั้นข้าจะไม่ทำเป็นแน่" สาวน้อยจางลู่หยุดเดินก่อนจะกล่าว สีหน้าแน่นิ่ง

"มิบังอาจเจ้าค่ะ" คนใช้ประจำตัวสาวน้อยจางลู่เกาศีรษะ ยิ้มแห้งๆ เอนกายไปข้างหน้า

"ข้าจะช่วยเจ้าอ่านหนังสือ เราจะได้ปรึกษากันและช่วยเหลือกัน" จางลู่กล่าวอย่างมีความหวัง

"ท่านพี่ ข้าถึงที่รับสมัครนางกำนัลแล้ว เมื่อเสร็จแล้ว ข้าจะรอท่านพี่หน้าท้องพระโรงเจ้าค่ะ? " จางลู่เลี้ยวขวา แลเห็นแม่หญิงทั้งหลายเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ

"ทางนี้เจ้าค่ะ คุณหนู แถวนี้มีผู้คนไม่มากเจ้าค่ะ" แม่นางฟางฟ่างจูงมือจางลู่อย่างตื่นเต้น ราวกับว่าเจ้านายจะได้มียศสูงศักดิ์แล้วและนึกถึงค่าแรงที่เพิ่มขึ้น

"หากข้าสมัครทหารหญิง ข้าคงจะไม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดฮองเฮาเป็นแน่" จางลู่กล่าวในใจ เดินตามแม่นางฟางฟ่างอย่างไม่ลังเล

"คุณหนูเจ้าค่ะ หากข้าไม่ได้เข้าวังหลวงและไม่ได้เป็นนางกำนัล คุณหนูอย่าเสียใจเจ้าค่ะ" คนใช้ของจางลู่ตีหน้าเศร้า

"เจ้าอย่าคิดมาก ไม่ว่าเยี่ยงไรข้าจะพยายามช่วยเจ้าให้มีโอกาสเป็นนางกำนัลให้ได้ เจ้าต้องมาเป็นนางกำนัลเป็นเพื่อนข้า ข้าจะได้ไม่เหงา" จางลู่กล่าวปลอบใจ ส่งรอยยิ้มให้นาง หยิกแก้มนางเบาๆ พลาง

"ดูสิ พวกนางทั้งหลายต่างเป็นบุตรของผู้มีฐานะเจ้าค่ะ" แม่นางฟางฟ่างมองไปรอบๆ ท้องพระโรง

"หากพวกเขาทำได้ เจ้าก็ต้องทำได้" จางลู่มองไปรอบๆ เช่นกัน ก่อนจะกล่าว

"ป่านนี้ถ้าเสี่ยวปาลี่ยังมีชีวิตอยู่ ชายคนนั้นจะได้เป็นขันทีในวังหลวงแห่งนี้เป็นแน่ ชีวิตของเขาคงจะดีขึ้น" จางลู่ได้คิดในใจ เมื่อคิดถึงใครสักคนหลังจากเห็นคนหนุ่มเข้าแถวอีกจุดหนึ่ง นั้นคือ รับสมัครขันที

ใช้เวลาเพียงไม่นานแม่นางฟางฟ่างได้พาจางลู่สมัครนางกำนัลเรียบร้อยแล้ว ระหว่างทางเดินในท้องพระโรงและกำลังสนทนากับคนใช้ประจำกายอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น จางลู่ได้ก้าวถอยหลังอย่างไม่ทันระวังตัวทำให้ร่างบางๆ ต้องมาชนกับบุรุษหนุ่มที่เพิ่งสมัครในจุดรับสมัครทหาร และจางลู่ก็อุทานด้วยความประหลาดใจ

"ท่านพี่หลงหู! "

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel