บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 21 รับกล่องผึ้งน้อยก่อนออกเดินทาง

ดวงอาทิตย์สีแดงสดค่อยๆ โผล่จากพื้นโลก ปล่อยลำแสงสว่างจนทะลุความมืด ชาวป่าชาวเขาที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบกับกองทัพโจรต้องพักฟื้นและรักษาบาดแผลให้หาย ผู้เสียชีวิตจะมีน้อยกว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ โชคยังดีที่ดรุณีน้อยจางลู่ชิงกระดิ่งทองแดงไว้ทันจนกองทัพโจรต้องยอมหันหลังกลับ

ดรุณีน้อยจางลู่เฝ้ามองนักรบแห่งดาบสองนายด้วยความเป็นห่วง ทั้งคู่ไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงไม้ไผ่ได้ตามปกติ ขณะนั้นก็มีนักรบจอมธนูวั่งฉีแง้มประตูเข้ามา ก่อนจะรายงานข่าวต่อนายหญิงจางลู่

"นายหญิงขอรับ" วั่งฉียืนนิ่ง สายตามองไปที่จางลู่อย่างเป็นกังวล

สาวน้อยจางลู่ก็หันหลังมา นางก็พอรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น "มีเรื่องสำคัญอันใดหรือ? บอกข้ามา"

นักรบจอมธนูวั่งฉีพูดอย่างเย็นเฉียบและเหงื่อซึมบนใบหน้า "ตัว ตัวประกันหายไปแล้วขอรับ"

จางลู่แสดงสีหน้าใจหายเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หายไปได้เยี่ยงไร? เมื่อใด? "

"หลังจากที่พวกเราสู้รบกันเสร็จสิ้น พวกเขาหายไปทั้งหมดขอรับ" นักรบวั่งฉียืนนิ่งชั่วขณะ

จางลู่ถอนหายใจยาวๆ นางครุ่นคิดว่าจะทำอะไรต่อไปกับการเดินทางสู่แคว้นสุโขทัย และแล้วแม่นางฟางฟ่างกับเสี่ยวปาลี่เดินเข้ามาพร้อมกัน ต่างยกถ้วยยาร้อนๆ มีจานรองเพื่อกันร้อน แต่ละคนก็ถือถ้วยยาคนละถ้วยอย่างระมัดระวัง หากหยดน้ำร้อนกระเด็นสู่ผิวหนังคงจะสะดุ้งเป็นแน่

พอสาวน้อยจางจู่ได้กลื่นยาที่ลอยผ่านจมูกและเห็นพวกเขาเดินมาพอดี

"ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้า งั้นเจ้าทั้งสองวางถ้วยยาบนโต๊ะข้างๆ ก่อน"

เมื่อถ้วยยาถูกวางอย่างช้าๆ จากนั้นจางลู่ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ สายตานางมีความโกรธเคืองอยู่เล็กน้อย แม่นางฟางฟ่างเริ่มถามดรุณีน้อยจางลู่ทันใด

"เรื่องอันหรือเจ้าคะ? คุณหนู ข้าอยากรู้แทบใจจะขาดอยู่แล้ว ข่าวดีแน่นอน" แม่นางฟางฟ่างแสดงความตื่นเต้นไม่เบา

จางลู่ถอนหายใจอีกครั้ง "เจ้าแน่ใจได้เยี่ยงไรว่าข่าวดี? ดูสีหน้าข้า สมควรจะเป็นข่าวดีเยี่ยงไรเล่า? "

แม่นางฟางฟ่างรู้สึกหน้าหงายเบาๆ "ขออภัยเจ้าค่ะ" แล้วนางก็หุบยิ้มลง

"พวกเจ้าฟังข้าให้ดี พวกเจ้าต้องระวังตัวให้มาก โดยเฉพาะแม่นางหวั่นหวั่น หญิงคนนั้นมีวิชาและความสามารถ คือว่านางสามารถในการแปลงกายเป็นคนอื่นหรือเรียกว่า ปลอมตัวได้อย่างแนบเนียน ข้าไม่รู้ภัยจะมาเมื่อใด? เผลอๆ อาจจะลอบทำร้ายเราก็ได้หากอยู่ใกล้ตัวเรา นางมีเล่ห์เหลี่ยม นางก็จำหน้าพวกเราได้แล้ว สามารถแปลงร่างเป็นใครสักคนก็ได้ เจ้าต้องรู้จักสังเกตความผิดปกติให้ดี" สาวน้อยจางลู่กล่าวอย่างราบเรียบ พลางนั่งบนเตียงไม้ไผ่

ขณะที่แม่นางฟางฟ่างก็รู้สึกเคียดแค้นไม่เบา "ว่าแล้วเชียว มันปลอมตัวเป็นแม่บ้านมาใส่ร้ายข้า ที่แท้เป็นฝีมือมันนี้เอง ข้าอยากกระชากหน้ากากมันแล้วขัดกับพื้นดินหยาบๆ ให้ถลอกไปสักข้างหนึ่ง คิดแล้วก็อารมณ์เสีย วันนั้นข้ารู้สึกถูกอกถูกใจนักที่ข้าฟาดใบหน้าแม่นางหวั่นหวั่นไปหลายตลบ"

จางลู่เห็นกิริยาท่าทางและสายตาอันเกลียดชัง และกล่าวกับสาวใช้ประจำกายว่า "แม่นางฟางฟ่าง ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นางอาจจะมาแก้แค้นเจ้า"

แม่นางฟางฟ่างตัวสั่นเหมือนเป็นไข้วันแรก "ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ แต่ข้าก็ระวังตัวให้ดีเจ้าค่ะ นางอาจจะใช้วิธีครั้งก่อน ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เจ้าค่ะ"

จางลู่เผยรอยยิ้มออกมา "เป็นความคิดที่ดียิ่งนัก ข้าจะใช้วิธีนี้แบบเจ้า มันคงจะได้ผล ข้าก็จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หากลักษณะท่าทาง การเดิน การนั่ง การพูดเป็นแบบแม่นางหวั่นหวั่นนั่นแหละคือ แม่นางหวั่นหวั่นตัวจริง"

แม่นางฟางฟ่างเปลี่ยนสีหน้าและแสดงรอยยิ้มออกมาด้วยเช่นกันเพราะนางเห็นด้วยกับคำพูดของจางลู่ "ถูกใจข้ายิ่งนักคุณหนู ข้าอยากจะกลั่นแกล้งมันอีกสักครั้งเหมือนมันเคยกลั่นแกล้งข้าเจ้าค่ะ"

เวลาหลังเที่ยง ดรุณีน้อยจางลู่ คนใช้และนักรบของนางรับประทานอาหารจนอิ่มหนำ เนื่องจากชาวป่าชาวเขาเลี้ยงพวกเขาด้วยแรงกายและความจริงใจ ตบท้ายด้วยน้ำผึ้งมะนาวอันสดชื่น กลิ่นหอมหวาน ชื่นอกชื่นใจ และเกวียนม้ามีเสบียงจัดแจงไว้เรียบร้อยแล้ว มีไหน้ำผึ้งขนาดเล็กวางไว้หลังเกวียนม้าเพื่อเป็นของฝาก

ชาวป่าชาวเขาทั้งหลาย หลั่งน้ำตาด้วยความโศกเศร้าเพราะว่าดรุณีน้อยจางลู่กำลังจะออกเดินทางและจากหมู่บ้านชาวป่าชาวเขาแห่งนี้ พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจอันงดงามของนางยิ่งนักที่ได้ช่วยปกป้องพวกเขาจนมีชีวิตอยู่ ร่วมสู้ร่วมรบด้วยกันครั้งแรก จากนั้นพวกเขาได้มอบกล่องน้อยๆ ให้นักรบแม่นธนู แม่นางฟางฟ่างและเสี่ยวปาลี่อย่างมิตรไมตรี

จางลู่จึงหันมามองชายหนุ่มเฉาหลิงและก้าวเท้าออกไปข้างหน้าสามเก้า

"สักวันเราจะได้พบกันอีกครั้งเจ้าค่ะ ข้าจะมาเยี่ยมท่านพี่และพวกเขาอีก ข้าขอขอบน้ำใจท่านพี่ยิ่งนักที่ดูแลพวกข้าอย่างดี ข้าขอฝากท่านดูแลนักรบสองนายของข้าไว้ด้วย เนื่องจากพวกเขาบาดเจ็บและไม่สะดวกกับการเดินทาง พวกเขาก็เหมือนชาวป่าชาวเขาของท่านพี่เช่นเดียวกันเจ้าค่ะ"

เฉาหลิงมองนางกำลังหลั่งน้ำตาด้วยความเอ็นดูและลูบหัวไหล่นางช้าๆ บนอารณ์อันอ่อนนุ่ม "จากนี้ เราก็คือพี่น้องร่วมสายเลือด ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน ข้าสัญญาว่าจะดูแลพวกเขาให้ดี เจ้าต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วย อย่าหักโหมมากนัก เจ้าช่วยคนอื่นมามากพอแล้ว ข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย และรอเจ้ากลับมาเยี่ยมข้าอีกสักครั้ง"

จางลู่โผเข้ากอดเฉาหลิง ความรู้สึกภายในใจของนางราวกับว่าพี่ชายแท้ๆ ของนาง เหมือนได้พบกันมานานหลายปีแล้ว ความรู้สึกอันล้ำลึกเกินบรรยาย นางรู้สึกได้รับความรักความเมตตาจากเฉาหลิงอย่างเต็มอกเต็มทรวง

ส่วนแม่นางฟางฟ่าง หลังจากได้รับกล่องใบเล็ก เมื่อเปิดออกมีผึ้งน้อยอยู่ข้างในหนึ่งตัว มันนอนดิ้นแด่วๆ คล้ายลูกสุนัขกำลังสนุกสนานบนที่นอนผืนใหญ่อันนุ่มนิ่มราวอยู่บนก้อนเมฆสีขาว นางก็หัวเราะเบาๆ กับความน่ารักของมัน พอปิดกล่องจึงเอ่ยขึ้นกับหญิงคนหนึ่งที่เป็นชาวป่าชาวเขายืนอยู่เบื้องหน้า

"ข้าขอบน้ำใจเจ้ายิ่งนัก ของชิ้นนี้มันมากไปสำหรับข้าแล้วเจ้าค่ะ"

หญิงคนนั้นยกฝ่ามือขึ้น ก่อนจะสะบัด "ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเลี้ยงผึ้งไว้หลายตัว ผึ้งตัวนี้ข้าให้เจ้า แม้เราจะต่อสู้กับใครไม่ได้ ผึ้งตัวนี้จะปกป้องและซื่อสัตย์กับเจ้าเอง เก็บมันไว้เถิด"

ทันใดนั้นเอง แม่นางฟางฟ่างกอดเขาอย่างมิตรภาพที่ดี "ข้าขอลาก่อน ข้าจะหาโอกาสมาเยี่ยมพวกเจ้าอีกครั้ง"

เวลาใกล้พลบค่ำ ดรุณีน้อยจางลู่กับเพื่อนร่วมเดินทาง มีม้าหนึ่งตัวกับนักรบแม่นธนูวั่งฉีคนหนึ่งอยู่ข้างๆ เกวียนม้า ส่วนเสี่ยวปาลี่ทำหน้าที่เป็นคนขับยานพาหนะเช่นเดิม ภายในเกวียนก็มีหญิงสาวสองนางกำลังสนทนากัน

"คุณหนูเจ้าค่ะ คุณหนูมีความแตกต่างจากคุณหนูจิ้นเหลียงยิ่งนัก" แม่นางฟางฟ่างฉีกยิ้มเล็กน้อย

"เยี่ยงไรหรือ? " จางลู่จ้องตาสาวใช้อย่างแน่นิ่ง

"ก็คุณหนูกล้าได้กล้าเสีย มีความกล้าหาญ คุณหนูจิ้นเหลียงมักจะอยู่ที่เรือนเจ้าค่ะ ไม่เล่นซุกซน ชอบอ่านตำรับตำรา นั่งคัดตัวอักษรอยู่อย่างเงียบๆ ในห้องนอนเจ้าค่ะ หรือไม่ก็เย็บปักถักร้อยเจ้าค่ะ"

จางลู่ยกมือขึ้นมาหยิกแขนแม่นางฟางฟ่างเบาๆ

"เจ้าจะบอกข้าว่า ข้าโง่นั้นหรือ? "

"ไม่ใช่เยี่ยงนั้นเจ้าค่ะ คุณหนูแต่ละคนมีความเฉลียวฉลาดคนละแบบเจ้าค่ะ แต่มีที่เหมือนกันเจ้าค่ะ คือคุณหนูดีกับข้ายิ่งนักเจ้าค่ะ" และฟแม่นางฟ่างพลางลูบแขนตัวเองที่ถูกหยิก

แม่นางฟางฟ่างนั่งครุ่นคิดบนเตียงและเปล่งวาจาออกมา "ข้าว่ามาเล่นอะไรแก้เบื่อดีหรือไม่เจ้าคะ?

สาวน้อยจางลู่รู้สึกงุนงง "เล่นอันใดหรือ? เกวียนอันคับแคบเยี่ยงนี้จะเล่นอะไรกันเล่า? ข้าว่าค่อยอยู่ข้างนอกค่อยมาเล่นทีหลังดีกว่า"

แม่นางฟางฟ่างส่งสายตาหยอกเย้า "มายากลเจ้าค่ะ"

ดรุณีน้อยจางลู่ก็รู้สึกงุนงงอีกครั้ง "ข้าเล่นไม่เป็น ข้าไม่รู้จักมายากลด้วยซ้ำ เจ้าเล่นคนเดียว ข้าไม่เล่น"

แม่นางฟางฟ่างหัวเราะเบาๆ "งั้นก็คุณหนูทายก็แล้วกันว่า ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้จะไปอยู่ที่ใดในร่างกายของข้านี้? "

สาวน้อยจางลู่ก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็นความรื่นเริงและนางเปลี่ยนใจ "อืม ข้าว่า มันน่าสนุกนัก งั้นข้าจะทาย ข้าจะเล่นกับเจ้า"

สีหน้าของแม่นางฟางฟ่างก็รู้สึกสนุกแม้ยังไม่เริ่มเล่นก็ตาม "หลังจากที่เราได้เล่นมายากลกันแล้ว เดี๋ยวข้าจะสอนวิธีการเล่นมายากลให้คุณหนูเจ้าค่ะ"

และเกวียนม้าก็ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปเบื้องหน้า สองข้างทางจะมีต้นไม้ต่างขนาด และตั้งตระหง่านสลับกันไปมา นักเดินทางก็ออกจากหมู่บ้านชาวป่าชาวเขา เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ทิวทัศน์ที่เคยอยู่ก็เริ่มจางหายจนเปลี่ยนเป็นสถานที่แห่งหนึ่งแทน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel