บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 20 กระดิ่งทองแดงอยู่ที่ใด?

เวลายามสาม ร่างหลายร่างของนักฆ่ามืออาชีพจำนวนห้าคนถูกมัดด้วยเชือกอย่างแน่น ทุกคนก็ถูกปิดปากด้วยผ้าอันเก่าคร่ำคร่าและนั่งกองบนพื้นดินอันแห้งกร้านและมีพื้นที่คล้ายๆ ทรายละเอียด มีหญิงคนหนึ่งอายุราวสามสิบ นางนอนหลับแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ชาวป่าชาวเขาจ้องมองคนกลุ่มนั้นด้วยความโทสะและอารมณ์ฉุนเฉียวหลังจากได้ค้นหากระดิ่งทองแดงจากตัวของทุกคนแต่ก็ไม่พบ

"จางลู่ เจ้าเก่งกล้าสามารถยิ่งนัก มีวาจาอันเฉียบคมดั่งคมดาบ" เฉาหลิงยิ้มและดวงตาเป็นประกายกล่าวด้วยความชื่นชม

ดรุณีน้อยจางลู่ก็ยิ้มขวยเขินพลาง พลางกล่าวอย่างอ่อนหวาน "ที่แท้ข้าก็หลอกพวกเขาให้หวาดกลัวเจ้าค่ะ ท่านพี่? "

"เยี่ยงไรหรือ? เจ้าทำเยี่ยงไร? " เฉาหลิงหุบยิ้มลงช้าๆ เพราะความอยากรู้อยากเห็น

"ข้าก็บอกเขาไปว่า ถ้าเจ้าขยับตัวเมื่อใด? เจ้าจะต้องถูกมนต์ของข้าให้เจ้าหลับใหล เจ้าเห็นหญิงคนนั้นสลบหรือไม่? ข้าพูดเยี่ยงนั้นเองเจ้าค่ะ" สาวน้อยจางลู่กล่าวราบเรียบ

เฉาหลิงหัวเราะเสียงดังลั่น "ข้าเกือบลืมเสียสนิท ตอนนั้นข้าสะลึมสะลือ คล้ายๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น เพราะพวกเขารุมทำร้ายข้าจนเกือบหมดแรง"

จางลู่หยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมา พลางกล่าว "ข้าก็ขอบน้ำใจท่านพี่ที่มอบผึ้งน้อยตัวนี้ให้ข้า มันช่างเชื่องจริงๆ ถ้าไม่มีผึ้งตัวนี้ท่านพี่จะมีชีวิตรอดหรือไม่? ข้าก็ไม่แน่ชัด"

จู่ๆ เสียงของสวนดอกไม้กำลังถูกแผดเผา ความสว่างของไฟก็เพิ่มขึ้น ควันไฟลอยพุ่งขึ้นสู่อากาศเป็นกองใหญ่ทำให้ชาวป่าชาวเขาเกิดอาการแตกตื่น ต่างวิ่งกันว้าวุ่นจนต้องหยิบถังน้ำมาสาดลงกองไฟให้ดับลง ไม่ทราบว่ามหันตภัยนั้นเกิดจากสาเหตุใด

สักพักหนึ่งก็มีลูกธนูลอยมาจากกลางอากาศประมาณสิบลูก หนึ่งในสิบลูกนั้นจางลู่เห็นมันกำลังพุ่งเข้ามาที่หลังชายหนุ่มเฉาหลิง ด้วยสัญชาตญาณแห่งนักสู้รบนั้นทำให้ดรุณีน้อยต้องกระชากกลางอกเสื้อของเฉาหลิงอย่างสุดแรงทันใด และได้มองเห็นลูกธนูนั้นปกลงตรงพื้นดินและตั้งตระหง่านเป็นแนวเฉียง

และแล้วกลุ่มชาวป่าชาวที่ไม่ถูกฝนธนูนั้นก็สวนกลับด้วยหอกไม้ปลายแหลมและธนูซึ่งเป็นอาวุธสำหรับล่าสัตว์ พุ่งและลอยไปฝั่งตรงข้ามฝ่าความมืดและมีแสงสว่างจากภายนอกแทรกเข้ามาเล็กน้อย พวกเขาตะลุยและโจมตีโดยไม่ต้องรอคำสั่งๆ จากหัวหน้าเฉาหลิง และที่น่าแปลกประหลาดกว่านั้นคือแม้ไม่มีกระดิ่งทองแดงไว้สังหาร แต่พวกเขาได้ยกกล่องไม้เล็กๆ ขึ้นมาคนละกล่องจนผึ้งรวมกันเป็นฝูงลอยพุ่งเหมือนลูกกระสุนอย่างดุเดือดหลังจากที่กล่องนั้นเปิดออกมาแล้ว

เวลานั้นเองก็เริ่มมีเสียงเขย่ากระดิ่งทองแดง ซึ่งไม่ใช่ใครที่จับกระดิ่งทองแดงนั้นอยู่ มันเป็นเสียงจากฝั่งตรงข้าม และมีชายคนหนึ่งรูปร่างสันทัด ดูแข็งแรงด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดเหมือนมีพลังมหาศาล

ส่วนสาวน้อยจางลู่เขย่าแขนเสื้อของเฉาหลิง "ท่านพี่เจ้าค่ะ ดูตรงนั้นที มันคือกระดิ่งทองแดงของท่านพี่หรือไม่? "

เฉาหลิงเหลียวมองกระดิ่งทองแดงให้แน่ชัด หรี่ตาเบาๆ "มันดูคล้ายๆ ของข้านัก ข้าว่ามันต้องเป็นของข้าอย่างแน่นอน"

จางลู่ขมวดคิ้ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด "เขาคือผู้ใด? "

เฉาหลิงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว "หัวหน้าโจรมืออาชีพของหญิงแปลงกายคนนั้น นามว่า เหลียวปอปอ หมัดของเขามีพลังมหาศาลซึ่งเป็นอาวุธประจำกาย แม้แต่ดาบธรรมดาก็ยังถูกหัก เหมือนนางโจรมีการแปลงกายเป็นคนอื่นไว้ป้องกันตัว"

"ข้าว่า เราหนีกันดีหรือไม่เจ้าคะ? ท่านพี่" สาวน้อยจางลู่ถูหลังมืออย่างช้าๆ พลางครุ่นคิด

"อย่าเพิ่ง เรายังไม่ได้กระดิ่งทองแดงนั้นกลับมา ตราบใดที่เรายังไม่ได้กระดิ่งทองแดงนั้น ข้าจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด มีแต่เจ้ากับข้าเท่าที่แย่งชิงมันได้" ชายหนุ่มเฉาหลิงกล่าวอย่างเชื่อมั่น

ฝูงผึ้งต่อยกันกลางอากาศเหมือนมหาสงครามรบที่ไม่ต่างจากมนุษย์สู้รบกันเอง ใครมีกระดิ่งทองแดงนั้นย่อมมีอานุภาพร้ายแรงกว่า

แม่นางฟางฟ่างเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ๆ ดรุณีน้อยจางลู่อย่างร้อนรน "คุณหนูเจ้าค่ะ ข้าว่าหนีไปกันเถิด ข้าอยากกลับบ้าน ข้ากลัวสงครามยิ่งนัก"

และจางลู่ใช้มือแตะฝากล่องเพื่อจะเปิดมันออกมา แต่แล้วเฉาหลิงห้ามปรามไว้ก่อน เกรงว่าจะเสียผึ้งอีกตัว

"ในเวลานี้ เจ้าอย่าเปิดมันเป็นอันขาด เราจะไม่มีผึ้งเหลือมากอยู่แล้ว เจ้าควรเก็บมันไว้ดีกว่า ข้ามีวิธีของข้า ข้าจะให้เจ้าไปแย่งกระดิ่งทองแดงนั้นมาให้ข้ากับนักรบสามนายของเจ้า เพราะเจ้าคือกำบังวิเศษของพวกเขา ส่วนข้าจะยึดกระดิ่งทองแดงนั้นอีกแรงด้วยวิธีการของข้าเอง และข้าจะไปปกป้องชาวป่าชาวเขาของข้า เราไม่มีเวลามากแล้ว หากปล่อยนานเข้าฝูงผึ้งของเราจะตายกันหมด"

จากลู่ชักดาบออกมาอย่างไม่รอช้า "เจ้าค่ะ ท่านพี่ ข้าต้องทำได้" และนางเร่งฝีเท้า ตามด้วยนักรบสามนาย

ผึ้งน้อยแต่ละตัวหล่นจากท้องฟ้าหลังจากสู้รบกลางอากาศอย่างดุเดือด ทีละสองตัว ห้าตัว เหมือนเพดานบ้านค่อยๆ ผุพังและดูคล้ายบ้านจะถล่มด้วยแรงทุบของฝีมือมนุษย์

จางลู่กับนักรบสามนายทลายกำแพงของหัวหน้าโจรด้วยกำลังกล้าแกร่ง ส่วนแม่นางฟางฟ่างกับเสี่ยวปาลี่หลบหนีและซ่อนตัวที่ห่างจากสนามรบประมาณสิบสามเก้า มองดูชาวป่าชาวเขาสู้รบกับกลุ่มโจรอย่างอกสั่นขวัญหาย

เมื่อดรุณีน้อยจางลู่ได้เข้าใกล้เหลียวปอปอ หัวหน้าโจรที่ถือกระดิ่งทองแดงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

"เจ้า มอบกระดิ่งทองแดงมาให้ข้า ไม่งั้น แม่นางหวั่นหวั่นของเจ้ากลายเป็นศพไม่เหลือซากแน่"

สายตาหัวหน้าโจรเพ่งมองนางด้วยความดุร้าย และเตรียมกำหมัดแน่นพร้อมจะต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม

"เจ้าช่างกล้านัก กล้าข่มขู่ข้าเยี่ยงนั้นหรือ? เจ้ามีอะไรมาสู้กับข้าได้ แม่สาวน้อย" เหนียนปอปอกล่าวอย่างยียวน

มือหนึ่งแบออกมาข้างหน้า อีกมือหนึ่งประคองดาบประจำกาย

"มอบให้ข้าดีๆ ข้าไม่ชอบใช้กำลังกับเจ้า"

หัวหน้าโจรหัวเราะอย่างคนโรคจิต "เจ้าก็แค่แม่หญิงตัวน้อย หรือจะต่อกรกับคนมีกำลังมากอย่างข้า แม้แต่กระดิ่งทองแดงของข้านี้ เจ้าอย่าหวัง"

และแล้วนักรบสองนายกำดาบแน่น กระชากดาบออกมาจากฝัก ชี้ปลายแหลมลอยผ่านอากาศ คนหนึ่งกระโดดขึ้นเหนือพื้นพสุธาหลังจากเหยียบฝ่ามือคู่หูของเขาที่ใช้ดาบเช่นเดียวกัน อีกคนใช้ฝีเท้าเหยียบย่ำพื้นพสุธาและสลับฝีเท้าอย่างว่องไว่ปานสายลม

กระดิ่งทองแดงปลิวว่อนหลุดออกจากฝ่ามือของหัวหน้าโจรนั้นขณะที่ชายทั้งสามปะทะกันอยู่ เขาใช้ฝ่ามือด้วยพลังมหาศาลผลักร่างของนักรบแห่งดาบลอยละล่องไปคนละทิศละทางจนมีรอยฝ่ามือสีม่วงคล้ำภายใต้อาภรณ์ อาภรณ์แผ่นบางนั้นก็ถูกกดเป็นภาพวาดฝ่ามือดั่งหินศิลา จนอวัยวะภายในนั้นสั่นสะเทือนด้วยแรงดันจากภายนอก

จางลู่ดีดร่างกายตัวเองอย่างลูกสปริงพร้อมกับชี้ปลายดาบเป็นแนวเอียงและใช้ดาบนั้นเขี่ยกระดิ่งทองแดงเหมือนกับว่าสอยลูกมะม่วงบนต้นไม้สูง

หัวหน้าโจรเหลียวปอปอแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะของตนเองจนต้องอุทานด้วยความใจหาย คิดจะหยิบกระดิ่งทองแดงจากท้องฟ้าเช่นเดียวกัน

"ไม่นะ กระดิ่งทองแดงของข้า ไม่มีใครมาแย่งชิงกระดิ่งทองแดงของข้าไปได้ กระดิ่งทองทองแดงต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียวในโลกนี้เท่านั้น"

ดรุณีน้อยจางลู่มีกระดิ่งทองแดงอยู่ในใบมือของนางแล้ว ร่างของนางดิ่งลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ก่อนจะถึงพื้นโลกใบนั้น นางได้หมุนร่างตัวเองและกางมือราวปีกนกนางนวล แขนเสื้อพลิ้วไหวตามแรงลม เพื่อลดแรงโน้มถ่วงให้เบาบางลง เท้าของนางข้างหนึ่งแตะพื้นก่อนและเท้าอีกข้างวางบนพื้นพสุธาตามมา

"เจ้าเห็นหรือไม่? แม่หญิงอย่างข้า ทำอะไรได้มากกว่าที่เจ้าจินตนาการเองเสียอีก ฉะนั้นเจ้าอย่าดูถูกความสามารถของข้า เจ้าควรรู้ไว้ ณ บัดนี้ ข้าคือ จางลู่" สายตานางเป็นประกายอย่างรื่นเริง ยิ้มเย้ยหัวหน้าโจรอย่างมั่นใจ

หัวหน้าโจรกล่าวด้วยความขุ่นเคือง พร้อมกำหมัดแน่น

"ข้าจะล้างผลาญเจ้าให้จงได้ เจ้าคอยดูข้าก็แล้วกัน ข้าคือจอมหมัดเทวดา แม้แต่ยังโลกยังสั่นสะท้าน"

สาวน้อยจางลู่เก็บดาบเข้าฝัก นางใช้หลังมือเช็ดหน้าผาก พลางกล่าว

"ข้าจะคอยดูเจ้าว่า เจ้าจะทำอันใดข้า? "

จู่ๆ หัวหน้าโจรลั่นเสียงจนดังก้อง "ถอยทัพ ถอยทัพ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel