บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 19 แย่งกระดิ่งทองแดง

ในเวลายามสอง แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นและมีลมพัดอ่อนๆ สักเพียงใด หลายคนก็นอนไม่หลับหลังจากค้นหากระดิ่งทองแดงไม่พบ ดรุณีน้อยจางลู่ได้พยายามทุกวิธีทุกทางแต่สมองของนางยังคงว่างเปล่า คิดแล้วคิดเล่า มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งนักจนนางรู้สึกสับสนราวเวทมนตร์สะกดนาง ชาวป่าชาวเขาถือคบเพลิงมาดูศพที่ถูกสังหารเมื่อไม่นานมานี้ จนเด็กหญิงตัวน้อยร่ำไห้อย่างน่าสงสารทำให้ดรุณีน้อยอย่างจางลู่อดร้องไห้ตามเขาไม่ได้ จางลู่ได้ค้นพบแล้วว่า คนที่ถูกสังหารนั้น คือ แม่บ้านประจำของท่านพี่เฉาหลิง จึงได้เอ่ยขึ้นขณะที่นางมองศพนั้นอยู่ โดยชายหนุ่มเฉาหลิงยืนอยู่ข้างขวานาง

"ท่านพี่ แม่บ้านคนนี้มีฝาแฝดหรือไม่เจ้าค่ะ? "

เฉาหลิงตอบได้อย่างรวดเร็วและอย่างมั่นใจ หลังนางถามจบประโยค "ไม่มี"

จางลู่กับเฉาหลิงหันมามองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียงโดยยังไม่กล่าวคำใด ทั้งสองคนก็รู้ดีว่ามันคืออะไร? หลังจากนั้นจึงมองหาแม่บ้านตัวปลอม หน้าตาคล้ายกันมาก ไม่มีที่ติ และไม่เห็นความแตกต่างสักนิดเดียว ที่แตกต่างกันคือเครื่องแต่งกาย ทั้งคู่ก็เห็นแม่บ้านตัวปลอมนั้นวิ่งออกไป ก่อนจะเข้าสู่ป่านอกหมู่บ้านเสียแล้ว เมื่อแม่นางตัวปลอมถึงข้างนอกหมู่บ้านชาวป่าชาวเขาจนร่างผู้สงสัยได้หายวับในความมืดราวใช้เวทมนตร์ ไม่รอช้าจึงใช้เท้าทั้งสองข้างของแต่ละฝีเท้านั้น ก้าวไปอย่างรวดเร็วตามเงาสีดำกับความมืดในยามค่ำนั้น

เฉาหลิงมีความชำนาญและความคุ้นเคยเกี่ยวกับทางนั้นดีจึงแยกตัวจากสาวน้อยจางลู่ไปคนละทิศทาง ดรุณีน้อยจางลู่วิ่งตามหลังแม่บ้านตัวปลอม ส่วนเฉาหลิงไม่มีอาวุธใดๆ ก็วิ่งตามด้วยทางลัด สักพักหนึ่งแม่บ้านตัวปลอมก็หยุดวิ่งเมื่อนางรู้ว่ามีคนกำลังตามหลังมา และจางลู่ก็หยุดวิ่งตาม

"นางฆาตกร เจ้ายอมแพ้แล้ว ใช่หรือไม่? สารภาพความจริงออกมา" จางลู่ชักดาบขึ้น ประกายดาบสาดส่องด้วยแสงจันทร์ นางเห็นแต่ด้านหลังของแม่บ้านตัวปลอมและหันกลับมาหาจางลู่อย่างช้าๆ จนดูคล้ายใครสักคนที่คุ้นหน้าขึ้นเรื่อย ๆ

"แม่นางฟางฟ่าง เจ้ามาทำอะไรที่นี่? " หลังจากที่จางลู่ขมวดคิ้ว สีหน้าของนางก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นความยินดีเมื่อพบบุคคลที่คุ้นเคย

แม่บ้านตัวปลอมแสยะยิ้ม ก่อนจะกล่าว "ข้าปวดเบาอ่า ข้ามาปวดเบาที่นี่ ข้ากลัวจะมีคนเห็นข้า ข้าอับอายยิ่งนัก"

ดรุณีน้อยจางลู่หัวเราะขึ้นเบาๆ "ทำไมเจ้าไม่บอกข้าดีๆ เล่า มาที่นี่คนเดียวมันอันตรายนัก"

เสียงคนหนึ่งดังแว่วมาจากข้างหลังเป็นเสียงที่คุ้นหูดีนัก แตกต่างจากเสียงคนข้างหน้าที่พบไม่กี่วินาที

"คุณหนูเจ้าค่ะ คุณหนูไม่เรียกข้าสักคำ คุณหนูจะไปที่ใดเจ้าคะ? " เสียงของแม่นางฟางฟ่างตัวจริงกล่าวอย่างแหบแห้งและได้เอ่ยขึ้นขณะวิ่งมาหาสาวน้อยจางลู่

แม่นางฟางฟ่างเห็นคนที่หน้าคล้ายตัวเองจนน่าตกใจ นางจึงได้อุทานขึ้นมาอย่างฉุนเฉียว

"นั่นผู้ใดกัน? ช่างกล้ามาเลียนแบบข้า คนนี้ใช่หรือไม่? ที่ขโมยกระดิ่งทองแดงคุณชายเฉาหลิง เจ้าตัวปลอม" แม่นางฟางฟ่างกล่าวอย่างขุ่นเคือง พร้อมกับจ้องตาอย่างแข็งกระด้าง

ฟางฟ่างตัวปลอมเลียนเสียงตัวจริง "เจ้าพูดอันใด? ข้าไม่เข้าใจ เจ้านั่นแหละตัวปลอม อย่าไปฟังมันเจ้าค่ะ คุณหนู"

แม่นางฟางฟ่างตัวจริงเกรี้ยวกราดอย่างทวีคูณ "โกหก! เจ้านั่นแหละโกหก พูดปดมดเท็จ" จากนั้นแม่นางฟางฟ่างตัวจริงวิ่งพรวดพราดพร้อมกับใบมือลอยกลางอากาศจนอยากจะระบายความรู้สึกออกมา

ฟางฟ่างตัวปลอมแสดงความหวาดกลัวและแล้วแก้มซ้ายก็ถูกฟาดไปหนึ่งครั้งด้วยความขุ่นเคืองของแม่นางฟางฟ่างตัวจริงจนแกล้งเซล้มลงบนพื้นดิน อาภรณ์เปื้อนฝุ่น และอาภรณ์ดูยับเยิน นางก็ได้เสแสร้งทำเป็นอ่อนแอ ไม่มีทางสู้ น้ำตาไหลออกมาอย่างน่าเห็นใจ แต่ภายในใจก็คือนางต้องการที่จะทำร้ายฟางฟ่างตัวจริงเช่นเดียวกัน

"คุณหนู ช่วยข้าด้วย ข้ากลัว ข้ากลัวแล้วเจ้าค่ะ" นางตัวปลอมแสยะยิ้มขณะได้เอ่ยทั้งน้ำตา ลำตัวสั่นเทาคล้ายป่วยไข้

แม่นางฟางฟ่างตัวจริงจึงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งจนเสียสติทำให้เส้นผมของนางฟางฟ่างตัวปลอมดูยุ่งเหยิง ใบหน้าเปื้อนดินเหมือนถูกคลุกฝุ่น

ฟางฟ่างตัวปลอมแสดงละครได้อย่างแนบเนียนจนดรุณีน้อยจางลู่รู้สึกสงสารราวแม่นางคนดียิ่งนัก ก้าวเท้าอย่างรีบเร่งเพื่อห้ามทั้งสองคนทำร้ายกัน จางลู่จึงคว้ามือแม่นางฟางฟ่างตัวจริงหลังจากแม่นางฟางฟ่างตัวจริงได้ตบหน้าตัวปลอมไปหลายคราหลายครั้ง พอแม่นางฟางฟ่างตัวจริงถูกฝ่ามืออันอ่อนนุ่มของจางลู่กระแทกที่ใบหน้าอย่างจัง ฟางฟ่างตัวจริงจึงได้หยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับมือของนางแตะที่ใบหน้าที่มีรอยแดงรูปฝ่ามือสามนิ้ว

ฟางฟ่างตัวปลอมก็ได้เอ่ยขึ้น "คุณหนูเจ้าค่ะ มันแสร้งทำเป็นร้องไห้ อย่าไปเชื่อมันเจ้าค่ะ" และนางแสยะยิ้มอีกครั้ง

ฟางฟ่างตัวจริงไม่กล่าวคำใดๆ นางทำได้เพียงขับน้ำตาออกมาอย่างช้าๆ และยืนนิ่งๆ ตรงนั้น ทันใดนั้นนางจึงคว้ามีดสั้นจากใต้อาภรณ์แล้วพุ่งขึ้นสู่อากาศ ก่อนจะเล็งไปที่ข้างคอของจางลู่จนไม่ทันสังเกต ฟางฟ่างตัวจริงก็เริ่มเร่งฝีเท้าเพื่อไปหยุดมีดสั้นเล่มนั้น ระหว่างวิ่งนั้นจึงได้เอ่ยขึ้นเสียงดังก้อง "คุณหนูระวัง! " แต่แล้วนางรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าดั่งมีหนาวทิ่มแทงจนร่างของนางนอนคว่ำบนพื้นพสุธา สายตาของจางลู่จ้องมองไปที่แม่นางฟางฟ่างตัวจริงขณะที่นางกำลังล้มลง

พอสาวน้อยจางลู่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นจึงหันหลังขวับทันใด มีดเล่มน้อยพุ่งเข้ามาดั่งสายฟ้าแลบ

กล้ามเนื้อแขนทั้งสองข้างของจางลู่ตอบสนองอย่างอัตโนมัติเมื่อมีดอยู่ในสายตาอันใสดั่งกระจก และนางไขว้แขนเป็นรูปกากบาทเพื่อป้องกันปลายมีดสั้นอยู่ตรงกลางระหว่างแขน จนกระทั่งปลายมีดทิ่มที่แก้มซ้ายอันนวลละอ่อน มีหยดเลือดออกมาราวกับปลายเข็มเจาะแก้มนาง นางดันแขนของฟางฟ่างตัวปลอมแล้วบิดแขนจนนางรู้สึกเจ็บปวด มีดสั้นจึงได้หลุดมือแม่นางฟางฟ่างตัวปลอมทันใด

"เจ้าเป็นผู้ใด? " สาวน้อยจางลู่ใช้ปลายมีดชี้ไปที่ฟางฟ่างตัวปลอม

"เจ้ารู้แล้วหรือว่าข้าคือตัวปลอม? นางโง่เขลา" ฟางฟ่างตัวปลอมก็ได้หัวเราะออกมาอย่างยียวน

ใบหน้าของฟางฟ่างตัวปลอมได้เปลี่ยนแปลงดั่งใส่หน้ากาก ปรากฏรูปร่างเป็นคนอื่น นางยิ้มเยาะพลาง

"จำชื่อข้าให้ดีก็แล้วกัน ข้ามีนามว่าหวั่นหวั่น" นางกล่าวชื่อตัวเองอย่างช้าๆ พร้อมกับส่งสายตาอันหยามเหยียดและเบิกกว้างจนน่าหมั่นไส้นัก

จางลู่แนบมีดสั้นไว้ด้านข้างและหยิบดาบประจำกายจากพื้น"ก็ดี ข้าจะจำชื่อเจ้าไว้ กระดิ่งทองแดงอยู่ที่ใด? "

สักครู่หนึ่งมีเสียงก้องและเสียงเท้าย่ำดินจากข้างหลังหวั่นหวั่นและปรากฏกายของท่านพี่เฉาหลิงกับถูกล่ามด้วยเชือกไขว้ข้างหลังและมีเชือกอยู่รอบตัวเขา เขามากับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง น่าจะเป็นนักฆ่ามืออาชีพที่ได้จับตัวประกันอย่างเฉาหลิงไว้ ส่วนหวั่นหวั่นจึงได้เอ่ยขึ้นอย่างสะใจเมื่อมั่นใจว่าจางลู่จะไม่มีทางสู้

"กระดิ่งทองแดงจะต้องแลกกับผู้ชายของเจ้า"

แม่นางฟางฟ่างตัวจริงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นไปอีกจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ ดรุณีน้อยจางลู่ที่ข้างหลัง พลางแตะแขนคุณหนูเบาๆ

"เจ้าทำงานให้ผู้ใด? ผู้ใดเป็นนายของเจ้า? บอกข้ามาเดี๋ยวนี้" จางลู่ใช้ปลายดาบที่อยู่ในฝักชี้หน้าด้วยความเดือดดาล

หวั่นหวั่นยิ้มเยาะ "หึหึ เจ้าไม่มีวันรู้หรอก"

จางลู่ปล่อยอาวุธทั้งหมดทิ้งลงพื้นพสุธาอันราบเรียบ จากนั้นใช้มืออันว่างเปล่าสอดไว้ใต้เสื้อระดับเอวแล้วปล่อยมือไว้ข้างหลัง ก่อนจะเปิดกล่องเล็กๆ ออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ

"ข้ายอมแพ้แล้ว หวั่นหวั่น ปล่อยท่านพี่ของข้าเถิด"

แม่นางหวั่นหวั่นหัวเราะเยาะเย้ย และรู้สึกพอใจยิ่งขึ้น "นางขี้ขลาดตาขาว จิตใจเจ้าช่างอ่อนแอยิ่งนัก เห็นคนใกล้ตายก็ไม่ได้ ก็ยอมแพ้ได้ง่ายนัก ข้าชอบ"

จางลู่หัวเราะดังขึ้นกว่านางหวั่นหวั่นอีก สีหน้าหวั่นหวั่นก็แปรเปลี่ยนและรู้สึกงุนงงทันใด

"เจ้าหัวเราะอันใด? นางบ้า"

ดรุณีน้อยจางลู่ยิ้มอ่อน และกะพริบตาถี่ยิบ "ข้าไม่ได้โง่ นางหวั่นหวั่น"

สายตาของแม่นางหวั่นหวั่นเริ่มพร่ามัวเหมือนมีควันรอบตัวนาง และดูคล้ายหน้ามืดจนเห็นภาพเบื้องหน้าไม่ชัดเจนเท่าใดนัก มีหมอกสีขาวอันหนาทึบปิดบังสายตาจนกระทั่งหนังตาทั้งสองข้างของนางนั้นถูกปิดลงดั่งไฟดับ ร่างของนางฟุบลงอย่างไร้สติและนอนราบบนพื้นดิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel