ตอนที่ 18 กระดิ่งทองแดง
กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำชาผสมน้ำผึ้งอันหอมหวานยามเช้าทำให้จางลู่ตื่นขึ้น และใช้มือสองข้างแหวกผ้าม่านไม้ไผ่ออกเพื่อสูดกลิ่นอันหอมหวานจากอากาศด้วยความสดชื่น นางสัมผัสได้ว่ารสชาติต้องเป็นเลิศแน่ นางคงฝันไปเองว่าที่นี่คือบ้านของนาง แท้จริงแล้วนางจากบ้านเรือนมาหลายวันแล้ว แม่นางหลิวอี้เคยต้มน้ำชาให้นางแทบทุกวันจนสาวน้อยจางลู่จำได้
แม่นางฟางฟ่างกำลังนอนหลับบนเตียงไม้ไผ่ นางยังไม่ตื่นขึ้นมาเนื่องจากถูกฤทธิ์ของผึ้งน้อยหนึ่งตัวจนหลับสนิทไปหนึ่งวัน หากพ้นหนึ่งวันแล้วคงจะตื่นขึ้น
จางลู่นั่งอยู่บนก้อนหินหน้ากระท่อมกับชายหนุ่มเฉาหลิง พร้อมกับจิบน้ำชาผสมน้ำผึ้งร้อนๆ หลังจากตื่นนอนและยังมีปลาย่างกับข้าวต้มอยู่เบื้องหน้าซึ่งวางอยู่บนก้อนหิน และนางจิบไปสักพักหนึ่ง เอียงใบหน้าไปที่เฉาหลิง
"ท่านพี่เจ้าค่ะ แม่นางฟางฟ่างนั้น นางสลบเพราะพิษผึ้ง เรามียาแก้พิษหรือไม่? "
เฉาหลิงวางจอกชาบนโต๊ะหิน "ข้าว่าไม่มีแน่นอน หลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาแล้ว ต้องดื่มน้ำผสมน้ำผึ้ง นางจะได้มีเรี่ยวแรงขึ้นเรื่อย ๆ และร่างกายจะได้ฟื้นฟูในไม่ช้า เพราะพิษผึ้งจะถูกทำลายด้วยน้ำผึ้ง"
จางลู่ผงกศีรษะเหมือนว่านางเข้าใจแจ่มแจ้ง "ประเสริฐแท้ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก"
เฉาหลิงเล็งไปที่จอกน้ำชา "ถ้าเจ้าต้องการน้ำผึ้ง ข้าก็จะมอบให้เจ้า"
และจางลู่อึ้งไปชั่วขณะ "ข้าไม่ได้ขอเจ้าค่ะ ท่านพี่"
"ไม่ต้องเกรงใจข้าดอก นี่คือของที่ระลึกชั้นพิเศษ รับไปเถิด ไม่งั้นเจ้าจะเสียใจเป็นแน่" เฉาหลิงพยักหน้าถี่ๆ
นางกะพริบตาแล้วสูดดมน้ำชาอย่างช้าๆ "ก็ถูกของท่านพี่ ข้าจะรับไว้ ขอบน้ำใจท่านพี่เจ้าค่ะ"
สักพักเฉาหลิงถามคำถามที่ค้างคา "แล้วเจ้าเดินทางมาไกล เจ้ามาทำอันใดหรือ? เจ้าจะไปที่ใด? "
"ข้ามาตามหายามารักษาน้องสาวของข้าที่ดินแดนสุโขทัยเจ้าค่ะ" และนางก็วางจอกน้ำชาอุ่นๆ ลงโต๊ะหิน
สายตาอันเศร้าของเฉาหลิงก็แสดงออกมาเหมือนรู้สึกสงสารนาง "ข้าก็อยากช่วยเจ้า ข้าไม่รู้ว่าจะช่วยเจ้าเยี่ยงไร? " เฉาหลิงลูบหลังมือของตัวเอง พลางครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวอย่างแผ่วเบา
"ข้าก็หวังเช่นนั้น" จากนั้นเฉาหลิงก็มองรอบกาย ชาวป่าชาวเขาต่างกำลังทำอาหารเช้า บางก็มีเหล่าเด็กน้อยวิ่งผ่านเพราะพวกเขากำลังหยอกล้อกัน บ้างก็พบสุนัขตัวเมียกำลังให้นมลูกสุนัขพร้อมกับหลับตาพริ้มอย่างชื่นบาน
เมื่อเวลาค่ำมาถึง คบไฟถูกจัดเรียงกระจัดกระจาย หากมองไกลๆ ก็เปรียบดั่งดวงดาวหลายดวงบนพื้นดิน ความสว่างไสวได้กระจายเป็นวงกลมท่ามกลางความมืดมิด เสียงจิ้งหรีดรอบๆ ตัวนั้นทำให้เราอยากจะหยุดมันให้เงียบสนิทแต่ก็คือเพื่อนคลายเหงาอยู่บ้าง ในเวลานี้คือปลายฤดูหนาว ต้นฤดูร้อน คงจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงของแคว้นลิ่วเฉียน ขณะที่จางลู่หวีผมหน้ากระจกบานหนึ่งที่พกมาจากบ้านเกิดของนางอยู่ และมีแม่นางฟางฟ่างเตรียมจัดที่นอนให้ ใครสักคนหนึ่งโผล่เข้ามาที่กระท่อมหลังเล็กที่นางได้อาศัยอยู่นั้น มือนางพลิ้วไหวจนอยากจะชักดาบออกมาเพราะเขาเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว
"ท่านพี่เจ้าค่ะ น่าจะเรียกข้าดีๆ ข้าตกใจยิ่งนัก นึกว่ามีผู้ใดจะมาบุกห้องของข้าเสียแล้ว" และจางลู่ก็วางดาบลงบนโต๊ะ
ท่าทางของเฉาหลิงเหมือนร้อนรน เหงื่อบนหน้าผากติดอยู่ตรงนั้น ก่อนจะกล่าวอย่างยากเย็น"กระดิ่งทองแดงของข้าหายไป"
ดรุณีน้อยจางลู่สะดุ้งไปพักหนึ่ง อยากจะกล่าวออกมาว่า มีโจรขโมยไปแน่ๆ แต่นางคิดรอบคอบและใจเย็นไว้ก่อน "ท่านพี่เจ้าค่ะ อาจจะลืมไว้ที่ใดก็ได้? ลองค้นหาในที่ที่ท่านพี่เคยวางมันไว้เจ้าค่ะ"
ชายหนุ่มเฉาหลิงกำมือแน่น พลางครุ่นคิด "ข้าพกติดตัวไว้ตลอด ข้าเก็บไว้ที่อกเสื้อของข้าตลอด ยามข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออาบน้ำข้าจะเก็บไว้ที่....? " และเฉาหลิงก็กัดเล็บบนนิ้วชี้ตัวเอง
"ที่....กล่องใต้เตียงของข้า"
นางวางหวีไม้ลง พร้อมกับมองตัวเองที่หน้ากระจก "แล้วท่านพี่ เจอมันหรือไม่? "
เฉาหลิงก็เขย่าศีรษะซ้ายขวาเป็นคำตอบ และแล้วนางก็เปล่งวาจาดังขึ้น "วั่งฉี วั่งฉี"
สักพัก นักรบแม่นธนูวั่งฉี เร่งฝีเท้าเข้ามารับคำบัญชาของผู้เป็นนาย
ในมือของเขาได้กำคันธนูไว้เนื่องจากเฝ้ายามที่หน้ากระท่อมของนาง "ขอรับ นายหญิงมีเรื่องอันใดให้ข้าช่วย? "
ดรุณีน้อยจางลู่ยืนขึ้นอย่างสง่างาม เส้นผมดูเหยียดตรงหลังจากหวีเสร็จสักพัก นางสวมชุดนอนสีขาวคลุมด้วยผ้าบางๆ สีฟ้าอ่อนๆ นางครองดาบอยู่ในมือทั้งสองข้าง ก่อนจะใช้สายตาเล็งไปสู่ประตูกระท่อมที่มีวั่งฉียืนอยู่นั้น
"เจ้าช่วยท่านพี่เฉาหลิงตามหากระดิ่งทองแดงได้หรือไม่? เจ้าติดตามท่านพี่เฉาหลิงไป และค้นหาให้ครบในกระท่อมทุกหลัง อาจจะมีผู้ใดสักคนปลอมตัวเป็นชาวป่าชาวเขาก็ได้"
นักรบวั่งฉียืนนิ่งเป็นเส้นตรง พยักหน้ารับคำบัญชาอย่างหนักแน่น
"ขอรับ นายหญิง"
เมื่อทุกคนในหมู่ชาวป่าชาวเขากำลังค้นหากระดิ่งทองแดง รวมทั้งคนติดตามของดรุณีน้อยจางลู่ได้ค้นหาจนละเอียด ก็พบกระดิ่งทองแดงใต้เตียงนอนของชายหนุ่มเฉาหลิงเหมือนเดิม จนเฉาหลิงรู้สึกโล่งอกและสีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงทันใด มีรอยยิ้มออกมาดั่งพระอาทิตย์ยามเช้า จางลู่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเฉาหลิงก็ยินดีกับเขาไปด้วย
"เป็นเยี่ยงนี้นี่เองท่านพี่น่าจะลืมไว้ตรงนั้น" สายตานางเพ่งเล็งที่กระดิ่งทองแดงด้วยความโล่งอกเช่นกัน
เฉาหลิงครุ่นคิดและเริ่มสงสัย "ตอนนั้น ข้าก็หาที่กล่องใส่กระดิ่งทองแดงใต้เตียงก็ไม่พบ แต่ไฉนถึงมาอยู่ตรงนี้ได้? "
ดรุณีน้อยจางลู่ได้ถอนหายใจเบาๆ "ท่านพี่อาจจะตาฝาดก็เป็นได้ มองแวบเดียวคงไม่เห็นได้ชัดเจนนัก"
และแล้วเฉาหลิงก็เขย่ากระดิ่งทองแดงเรียกฝูงผึ้งสักครั้ง ส่วนจางลู่รู้สึกตะลึงลานไปชั่วขณะ คงจะห้ามปรามเขาในเพลานี้ไม่ทันการณ์เสียแล้วหากฝูงผึ้งเข้ามาในกระท่อมจะเป็นอย่างไร? ทันใดนั้นเฉาหลิงจึงได้เรียกแม่บ้านประจำกระท่อมเข้ามาหา
เขาลดกระดิ่งทองแดงนั้นลงจนระดับต่ำกว่าเอวจนกระดิ่งทองแดงแนบกาย "เจ้าเห็นผู้ใดสักคนเข้ามาที่ห้องของข้าหรือไม่? "
แม่บ้านก้มหน้าและนึกคิด "ไม่เห็นเจ้าค่ะ คนแปลกหน้าสักคนเข้ามาทีนี้สักคนก็ไม่มีเจ้าค่ะ ข้าเห็นแต่สาวใช้ของคุณหนูที่อยู่ข้างๆ นายท่านเจ้าค่ะ"
จางลู่รู้สึกตะลึงและร้อนผ่าว แทบไม่เชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้
"เจ้า เจ้าว่าเยี่ยงไร? แม่นางฟางฟ่างหรือ? คนใช้ของข้าไม่เคยเข้ามาที่ห้องนี้เด็ดขาด"
มือแม่บ้านสั่นเบาๆ "ข้า ข้าเห็นเต็มสองตาเจ้าค่ะ แต่ชุดที่สวมใส่นั้น ไม่เหมือนกับที่แม่นางฟางฟ่างใส่เจ้าค่ะ"
แม่นางฟางฟ่างรับรู้เรื่องราวนั้นและนางยืนอยู่ข้างหลังดรุณีน้อยจางลู่ "เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน? ข้างงไปหมดแล้ว ข้าเข้ามาที่นี่เมื่อไรกัน" นางกล่าวด้วยความขุ่นเคืองเหมือนถูกใส่ความ
"ข้าอภัยเจ้าค่ะ ข้ามั่นใจว่าเห็นเจ้าจริงๆ " แม่บ้านเงยหน้าและกำมืออย่างหนักแน่น
แม่นางฟางฟ่างตวาดเสียง "บังอาจ เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า เยี่ยงนั้นหรือ? ข้าบอกแล้วว่า ข้าไม่ได้ทำ"
ดรุณีน้อยจางลู่ห้ามปรามทั้งคู่ไว้เหมือนหญิงทั้งสองจะทะเลาะกัน และปลอบโยนแม่นางฟางฟ่างให้สงบอารมณ์สักครู่
"เดี๋ยวข้าจะจัดการสืบค้นหาความจริงให้ละเอียด เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ทำ เจ้าไม่ได้เปลี่ยนกระดิ่งทองแดงปลอม ใช่หรือไม่? "
แม่นางฟางฟ่างจับมือดรุณีน้อยจางลู่อย่างอ่อนโยน "จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าไม่สามารถทำกระดิ่งทองแดงปลอมและขโมยกระดิ่งทองแดงจริงไปได้"
สาวน้อยจางลู่สบตาแม่นางฟางฟ่างอย่างเชื่อมั่นและเขย่ามือนางถี่ยิบ "ข้าก็เชื่อเยี่ยงนั้น ข้าเชื่อเจ้า"
เรื่องราวอันร้อนรนดั่งถูกไฟเผา ไม่เพียงแต่กระดิ่งทองแดงจริงหายไป ใครสักคนเปลี่ยนกระดิ่งทองแดงปลอมมาไว้แทนที่ เฉาหลิงสังเกตเห็นความผิดปกติและไม่สามารถใช้งานได้ เขารู้จักกระดิ่งทองแดงมากกว่าใคร ส่วนวั่งฉีนั้นได้ตรวจตราและค้นหากระดิ่งทองแดงทั่วหมู่บ้าน ทว่าสิ่งที่เขาพบนั้นไม่ใช่กระดิ่งทองแดงจริง วั่งฉีได้ก้าวเข้ามาจนสัมผัสได้ว่ามีเรื่องที่ไม่คาดคิดเช่นกันจึงได้มารายงานเจ้านาย
"นายหญิงขอรับ ข้าพบศพ มีคนถูกฆ่าตายขอรับ" อาการเหนื่อยหอบและมีเหงื่อชโลมบนใบหน้าของนักรบแม่นธนูวั่งฉีหลังจากใช้กำลังกายออกตามหาสิ่งที่เจ้านายต้องการพบ
