บทที่ 8 ข้อตกลงกับมัจจุราช ep 1
บทที่ 8 ข้อตกลงกับมัจจุราช ep 1
"สองพันสี่ร้อยล้านบาท!"
อลิสาทวนตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอแท็บเล็ตอย่างไม่อยากเชื่อ แม้ภายในรถมายบัคจะเย็นสบาย แต่แผ่นหลังของเธอกลับมีเหงื่อซึมออกมาบาง ๆ ความทรงจำเกี่ยวกับหายนะของครอบครัวในชีวิตก่อนกำลังแล่นกลับเข้ามาอย่างไม่อาจควบคุม
เธอยังจำวันนั้นได้ดี
วันที่ธนินทร์ต้องเดินออกจากห้องประชุมพร้อมใบหน้าเคร่งเครียด วันที่มารดานั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอน และวันที่เตชินท์บอกว่าเขาพยายามช่วยบริษัทสุดความสามารถแล้ว ก่อนเริ่มหลบหน้าเธอไปทีละน้อย
ตอนนั้นอลิสาไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจมากนัก เธอรู้เพียงว่าพ่อกำลังเดือดร้อน และผู้ชายที่ตัวเองรักบอกให้ช่วยพูดกับท่านเรื่องเอกสารสำคัญบางอย่าง
เธอจึงทำตามอย่างโง่งม! กว่าจะรู้ว่าความไว้ใจของตัวเองถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือ ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว
แต่ครั้งนี้ไม่มีทาง!หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนค่อย ๆ คลายมือที่กำแน่นบนตัก
"คุณคินทร์คะ"
"ครับ?"
"ฉันขอดูรายละเอียดได้ไหม?"
ภาคินทร์มองใบหน้าเธออยู่ครู่หนึ่งเขาคาดว่าอลิสาจะตกใจ แต่ไม่ได้คิดว่าเธอจะรวบรวมสติกลับมาได้รวดเร็วขนาดนี้ หญิงสาวที่เพิ่งผ่านการถอนหมั้นอย่างเจ็บปวด กลับสามารถเปลี่ยนจากคนที่กำลังหวั่นไหวเป็นคนที่พร้อมตรวจสอบเอกสารทางธุรกิจได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
น่าสนใจจริง ๆ!
"ได้สิ"
ชายหนุ่มขยับแท็บเล็ตเข้ามาใกล้ แล้วเปิดหน้าสรุปโครงสร้างการลงทุน
"แกรนด์เอสเตทเป็นบริษัทโครงการร่วมทุนระหว่างสองกลุ่มธุรกิจ"
เขาใช้นิ้วเลื่อนเอกสารอย่างช้า ๆ
"ศิริโภคินถือหุ้นหกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ อัครเดชาถือหุ้นสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ถูกต้องไหม?"
อลิสาพยักหน้า
"ค่ะ"
"โครงการมีต้นทุนก่อสร้างสูงและต้องใช้เงินหมุนเวียนหลายช่วง การขอสินเชื่อเพิ่มเติมไม่ใช่เรื่องผิดปกติเสมอไป"
ชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย
"แต่คำถามคือ ใครเป็นคนอนุมัติให้เอาทรัพย์สินอื่นเข้ามาเพิ่มเป็นหลักประกัน และคนที่มีอำนาจตัดสินใจรับรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง?"
อลิสาขมวดคิ้ว
"คุณหมายความว่าเอกสารชุดนี้อาจไม่ได้ผ่านบอร์ด?"
"ผมยังไม่สรุปแบบนั้น" ภาคินทร์ตอบทันที
"สิ่งที่ผมมีเป็นร่างเอกสารประกอบข้อเสนอทางการเงิน ไม่ใช่หลักฐานว่าทุกอย่างได้รับอนุมัติแล้ว"
เขาเลื่อนหน้าจอลงมาอีกเล็กน้อย
"แต่ในร่างฉบับนี้มีการระบุทรัพย์สินของบริษัทที่ไม่ได้เป็นผู้กู้โดยตรงเอาไว้ด้วย"
หัวใจหญิงสาวกระตุกวูบ
"บริษัทไหนคะ?"
ภาคินทร์แตะตรงชื่อบริษัทแห่งหนึ่ง
บริษัท ศิริโภคิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
อลิสานิ่งงัน
บริษัทนี้ถือครองอสังหาริมทรัพย์สำคัญหลายแห่งของครอบครัว รวมถึงทรัพย์สินที่ธนินทร์รักษาไว้มาตลอดหลายปี
ในชีวิตก่อน เมื่อครอบครัวเริ่มเผชิญปัญหาหนี้สิน ทรัพย์สินบางส่วนของบริษัทนี้ถูกนำไปเกี่ยวข้องกับภาระทางการเงิน จนท้ายที่สุดบิดาต้องสูญเสียสิทธิ์ในการควบคุมหลายอย่าง
เธอจำรายละเอียดทางกฎหมายไม่ได้ทั้งหมด แต่จำใบหน้าของพ่อในวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเรื่องหลักประกันได้แม่นยำ!
"คุณไอริส?"
เสียงเรียกของภาคินทร์ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
หญิงสาวรีบปรับสีหน้า
"ค่ะ"
"เป็นอะไรหรือเปล่า?"
อลิสาส่ายหน้า
"แค่ตกใจค่ะ"
ชายหนุ่มมองเธออย่างพิจารณา เขาสังเกตเห็นตั้งแต่ในงานกาล่าแล้วว่าอลิสามีบางอย่างเปลี่ยนไปจากภาพที่ผู้คนเคยพูดถึง เธอไม่ได้เพียงเลิกตามใจเตชินท์ แต่เหมือนกำลังหวาดกลัวเหตุการณ์บางอย่างที่ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ!
อย่างไรก็ตาม ภาคินทร์ไม่ได้ถาม เขาไม่ชอบการถูกล้วงความลับส่วนตัว และย่อมรู้ดีว่าคนอื่นก็คงไม่ชอบเช่นกัน
"ดูตรงนี้"
ชายหนุ่มเรียกความสนใจกลับมายังเอกสาร อลิสาก้มมอง ใต้หัวข้อหลักประกันเพิ่มเติมมีตัวเลขหนึ่งปรากฏอยู่
780,000,000 บาท เจ็ดร้อยแปดสิบล้านบาท!
"นี่คืออะไรคะ?"
"มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกเสนอให้นำมาพิจารณาเป็นหลักประกันเพิ่มเติม"
ภาคินทร์อธิบาย
"ไม่ใช่ตัวเลขที่บอกว่ามีใครกู้เงินก้อนนี้ไปแล้ว และไม่ได้หมายความว่าธนาคารยึดทรัพย์สินไปแล้วด้วย"
อลิสาพยักหน้าอย่างตั้งใจฟัง
"แต่ถ้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องอนุมัติและทำสัญญาผูกพันจริง ทรัพย์สินเหล่านี้ก็อาจถูกนำไปใช้รับความเสี่ยงของหนี้โครงการ?"
"ถูกต้อง"
ชายหนุ่มมองเธอด้วยประกายพึงพอใจ
"และบริษัทที่จะนำทรัพย์สินไปเป็นหลักประกัน ต้องมีการดำเนินการตามอำนาจและขั้นตอนของตัวเอง ไม่ใช่ให้ใครคนหนึ่งพูดแทนแล้วถือว่าใช้ได้"
อลิสาเริ่มเข้าใจภาพรวมชัดเจนขึ้น ในชีวิตก่อน เธอเคยเห็นเตชินท์ยื่นเอกสารมากมายให้บิดาเซ็น โดยบอกว่าเป็นเพียงขั้นตอนปกติของธุรกิจ
เธอยังจำได้ว่าตัวเองช่วยพูดจนพ่อยอมลดความระมัดระวังลง คราวนี้ไอจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วค่ะพ่อ!อลิสาเงยหน้ามองภาคินทร์
"ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด คนที่เตรียมเอกสารชุดนี้อาจกำลังพยายามทำให้ฝ่ายจัดหาเงินทุนเชื่อว่าศิริโภคิน พร็อพเพอร์ตี้ยินยอมสนับสนุนโครงการ ทั้งที่ยังต้องตรวจสอบว่ามีการอนุมัติจริงหรือไม่"
ภาคินทร์ยิ้ม
"คุณเข้าใจเร็ว"
หญิงสาวหรี่ตาลง
"คุณชมฉันเหรอคะ?"
"ครับ"
"ทำไม?"
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
"เพราะคุณเข้าใจเรื่องที่ผมอธิบาย"
อลิสาหลุดหัวเราะเบา ๆ
"ฉันนึกว่าคุณจะพูดอะไรน่ากลัวกว่านี้เสียอีก"
ภาคินทร์ยกมุมปาก
"อยากฟัง?"
หญิงสาวรีบส่ายหน้า
"ไม่ค่ะ!"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอชายหนุ่ม ความตึงเครียดภายในรถผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่เมื่ออลิสาหันกลับไปมองเอกสารอีกครั้ง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
"แล้วตอนนี้ใครเป็นคนรับผิดชอบการเสนอสินเชื่อชุดนี้คะ?"
"ในเอกสารระบุทีมบริหารโครงการเป็นผู้ประสานงานหลัก มีชื่อผู้รับผิดชอบจากหลายฝ่าย"
"มีชื่อเตชินท์ไหม?"
"มี"
ภาคินทร์ตอบโดยไม่ลังเล
"เขาเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมข้อมูล แต่การมีชื่อไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนคิดทุกอย่าง"
อลิสามองเขาอย่างแปลกใจ
"คุณไม่คิดว่าเขาทำเหรอ?"
ภาคินทร์ยิ้มเย็น
"ผมไม่ชอบใช้ความรู้สึกแทนหลักฐาน"
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
"โดยเฉพาะเวลาที่คนซึ่งผมกำลังตรวจสอบเป็นคนที่ผมไม่ชอบหน้าอยู่แล้ว"
คำตอบนั้นทำให้อลิสาเลิกคิ้ว
"คุณไม่ชอบพี่เต?"
ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย
"ผมจำเป็นต้องชอบเขาด้วยเหรอ?"
หญิงสาวหลุดหัวเราะทันที "ก็ไม่จำเป็นค่ะ!"
ภาคินทร์ยกมุมปาก
"ดี เราเห็นตรงกันแล้วหนึ่งเรื่อง"
อลิสาหัวเราะอีกครั้ง ก่อนส่ายหน้าอย่างจนใจ ผู้ชายคนนี้ช่างมีความสามารถในการเปลี่ยนบรรยากาศเคร่งเครียดให้กลายเป็นเรื่องหยอกล้อเสียจริง!
แต่เธอไม่ได้ลืมคำเตือนของตัวเอง ภาคินทร์อาจดูสุภาพและมีเสน่ห์ ทว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยยอมเสียเปรียบให้ใครง่าย ๆคนแบบนี้ย่อมไม่มีทางยื่นข้อมูลสำคัญให้หญิงสาวที่เพิ่งพบกันโดยไม่หวังอะไรตอบแทน!
"คุณคินทร์คะ"
อลิสาวางแท็บเล็ตลงบนที่พักแขนตรงกลางชายหนุ่มหันมอง
"ครับ?"
"ฉันอยากถามตรง ๆ"
"เชิญ"
หญิงสาวสบตาเขานิ่ง
"คุณต้องการอะไรจากครอบครัวฉันกันแน่?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศภายในรถเปลี่ยนไปทันที ธามซึ่งนั่งขับรถอยู่ด้านหน้าเหลือบมองกระจกหลังเล็กน้อย ก่อนรีบหันกลับไปสนใจถนนตามเดิม
ภาคินทร์กลับไม่ได้มีท่าทางไม่พอใจ ตรงกันข้าม รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาอย่างช้า ๆ
"คำถามดี"
อลิสาเลิกคิ้ว
"ฉันไม่ได้ต้องการคำชมค่ะ"
ชายหนุ่มหัวเราะ
"ผมรู้"
จากนั้นเขาก็ปิดหน้าจอแท็บเล็ต ก่อนหันมาเผชิญหน้าเธอเต็มตัว
"ผมกำลังตรวจสอบธุรกิจของอัครเดชาอยู่ก่อนคืนนี้แล้ว"
อลิสานิ่งฟัง
"มีบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการของพวกเขาอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่วีเคกำลังประเมินเพื่อการลงทุน ผมจึงได้เห็นข้อมูลบางส่วน และพบรายการที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม"
เขาหยุดเล็กน้อย
"ผมไม่ใช่คนทำการกุศล ไอริส ถ้าวีเคลงทุนที่ไหน ผมต้องการผลตอบแทน"
หญิงสาวพยักหน้า "อย่างน้อยคุณก็พูดตรงดี"
ภาคินทร์ยิ้ม "ผมยังพูดไม่จบ"
อลิสาเชิดหน้าขึ้น
"เชิญค่ะ"
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถ้ากลุ่มศิริโภคินต้องการแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมหลังตรวจสอบโครงการ วีเคสามารถพิจารณาเข้าไปเป็นผู้ร่วมลงทุนหรือผู้สนับสนุนทางการเงินได้"
อลิสาขมวดคิ้ว "ภายใต้เงื่อนไขอะไร?"
"ต้องตรวจสอบสถานะทางการเงินและกฎหมายก่อน ดูความเสี่ยงของโครงการ และประเมินว่าผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่"
"แล้วคุณต้องการหุ้นของบริษัทฉัน?"
"ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกรรมที่ทุกฝ่ายยอมรับ"เขาตอบทันที
อลิสานิ่งคิด ภาคินทร์พูดต่อ
"การให้เงินกู้ การร่วมลงทุน หรือการเป็นที่ปรึกษาเป็นคนละเรื่องกัน ผมไม่คิดเอาทุกอย่างมารวมในข้อเสนอฉบับเดียวเพื่อให้คนอื่นสับสน"
หญิงสาวหันมามองทันที คำตอบนั้นต่างจากเตชินท์อย่างสิ้นเชิง อดีตคู่หมั้นของเธอมักบอกเพียงว่าเรื่องธุรกิจซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ
แต่ภาคินทร์กลับแยกทุกอย่างออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้พยายามทำให้เธอรู้สึกโง่!
"ถ้าอย่างนั้นฉันมีเงื่อนไขเหมือนกันค่ะ"
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
"ว่ามา"
อลิสานั่งหลังตรงขึ้นเล็กน้อย
"หนึ่ง ฉันจะไม่ตัดสินใจแทนพ่อหรือคณะกรรมการบริษัท"
ภาคินทร์พยักหน้า
"ถูกต้อง"
"สอง เอกสารทุกฉบับต้องผ่านฝ่ายกฎหมายและผู้ตรวจสอบที่เกี่ยวข้องก่อน"
"ตกลง"
"สาม ฉันจะไม่ยอมให้ใครนำหุ้นหรือทรัพย์สินของครอบครัวไปผูกกับข้อตกลงที่เราไม่เข้าใจ"
ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาพึงพอใจมากขึ้น
"ดี"
อลิสายังไม่หยุด
"สี่ ถ้าคุณมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับอัครเดชาแล้วอาจกระทบครอบครัวฉัน คุณต้องเปิดเผยก่อนทำข้อตกลง"
ภาคินทร์นิ่งไปชั่วขณะ เงื่อนไขสุดท้ายทำให้ดวงตาคมเข้มของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ชายหนุ่มรู้ดีว่าตัวเองกำลังมีเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอดีต กับการลงทุนเมื่อหลายปีก่อน และกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว แต่เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกเหล่านั้นออกมา
"เป็นเงื่อนไขที่เหมาะสม"
เขาตอบในที่สุด อลิสายิ้มบาง "แล้วคุณตกลงไหมคะ?"
ภาคินทร์สบตาเธอ
"ตกลงว่าจะเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการตัดสินใจทำธุรกรรมอย่างถูกต้อง"
ชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย
"แต่เรื่องบางอย่างที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ผมอาจยังสรุปให้คุณไม่ได้จนกว่าจะมีหลักฐานเพียงพอ"
อลิสาพยักหน้าเธอชอบคำตอบที่ไม่พยายามรับปากเกินจริงอย่างน้อยมันก็ดีกว่าคำว่า 'เชื่อพี่สิ' ซึ่งเคยทำให้ครอบครัวเธอเดือดร้อนมาแล้ว!
"ถ้าอย่างนั้นก็พอจะคุยกันได้ค่ะ"
ภาคินทร์ยิ้มบาง
"ยินดีที่ได้เจรจากับคุณ"
อลิสายกมุมปาก
"อย่าเพิ่งดีใจนะคะ"
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
"ทำไม?"
"เพราะตอนนี้ฉันยังไม่ได้ตกลงรับเงินของคุณสักบาท"
ภาคินทร์หัวเราะเสียงต่ำ
"ผมทราบ"
"แล้วก็ไม่ได้สัญญาว่าจะเชื่อใจคุณด้วย"
"ผมก็ไม่ได้ขอ"
หญิงสาวชะงัก ก่อนหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ผู้ชายคนนี้นี่นะ! ทำไมยิ่งคุยยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเล่นหมากรุกกับคนที่อ่านเกมออกทุกตา!
ภาคินทร์มองสีหน้าเธออย่างเงียบ ๆ ก่อนรอยยิ้มตรงมุมปากจะลึกขึ้นอีกเล็กน้อย สำหรับเขา คนที่ยอมทุกอย่างตั้งแต่คำแรกไม่น่าสนใจเท่าคนที่กล้าตั้งเงื่อนไข และอลิสา ศิริโภคิน กำลังทำให้เขาอยากรู้จักเธอมากขึ้นทุกนาที!
รถมายบัคเคลื่อนผ่านถนนใหญ่ที่ยังคงมีแสงไฟส่องสว่าง เม็ดฝนบาง ๆ เริ่มเกาะกระจกข้างรถ อลิสาหันมองอยู่ชั่วครู่ ก่อนค่อย ๆ ดึงสายตากลับมา เสียงฝนทำให้ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาจาง ๆ
กลิ่นควัน…
เสียงโลหะบิดเบี้ยว…
เปลวไฟสีแดงฉาน!…
หญิงสาวเผลอกำมือแน่น ภาคินทร์เหลือบมอง
"หนาวหรือเปล่า?"
อลิสาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบส่ายหน้า
"ไม่ค่ะ"
ชายหนุ่มไม่ได้ซักต่อ เพียงหันไปทางธาม "ลดความเย็นด้านหลังหน่อย"
"ครับ"
อลิสาหันมองทันที "ฉันบอกว่าไม่หนาวไงคะ"
ภาคินทร์ยกมุมปาก
"ผมรู้"
"แล้วคุณลดแอร์ทำไม?"
"เผื่อผมหนาว"
หญิงสาวนิ่งไป ก่อนหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
"คุณคินทร์!"
ชายหนุ่มหัวเราะต่ำ
"ครับ?"
"คุณชอบแกล้งคนอื่นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?"
"ไม่ตลอด" เขาตอบหน้าตาเฉย
"แล้วชอบแกล้งใคร?"
ภาคินทร์หันมาสบตาเธอ ก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ
"คนที่ทำให้ผมสนุก"
อลิสาชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที นี่เขาจงใจหรือเปล่า!ทำไมผู้ชายคนนี้พูดเหมือนกำลังจีบ ทั้งที่เมื่อครู่ยังคุยเรื่องเงินสองพันสี่ร้อยล้านอยู่เลย! หญิงสาวรีบปรับสีหน้า
"คุณคินทร์คะ"
"ครับ?"
"ฉันว่าคุณควรแยกเรื่องธุรกิจกับเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจนนะ"
ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจังเกินเหตุ
"เห็นด้วย"
อลิสาเลิกคิ้ว
"ดีค่ะ"
ภาคินทร์ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เรื่องธุรกิจ ผมคิดผลตอบแทนทุกบาท"
หญิงสาวพยักหน้า
"ค่ะ"
"แต่ถ้าเป็นเรื่องจีบคุณ"
ชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจับจ้องเธออย่างเปิดเผย
"ผมไม่คิดจะเอามารวมในสัญญา"
อลิสาตัวแข็งทื่อ! ธามที่นั่งอยู่ด้านหน้าถึงกับเกือบกระแอมออกมาอีกครั้ง แต่รีบกลั้นไว้ทันเวลา หญิงสาวหันขวับไปมองชายหนุ่ม
"เดี๋ยวนะคะ!"
ภาคินทร์เลิกคิ้ว
"ครับ?"
"ใครบอกว่าฉันอนุญาตให้คุณจีบ?"
ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
"ยังไม่มีใครบอก"
อลิสาเชิดหน้าขึ้น "ดีค่ะ เพราะฉันยังไม่ได้อนุญาต!"
ภาคินทร์พยักหน้าอย่างสงบ
"รับทราบครับ!!"
*****
