บทที่ 9 ข้อตกลงกับมัจจุราช ep 2
บทที่ 9 ข้อตกลงกับมัจจุราช ep 2
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ยอมง่ายขนาดนี้เลยหรือ? แต่ก่อนเธอจะทันรู้สึกโล่งใจ ชายหนุ่มกลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลงอีกเล็กน้อย
"งั้นผมคงต้องหาวิธีทำให้คุณอยากอนุญาต"
อลิสาเบิกตากว้างทันที!
"คุณคินทร์!"
ภาคินทร์หัวเราะ ครั้งนี้เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีจริง ๆ อลิสาจ้องชายหนุ่มอย่างคาดโทษ ก่อนหันหน้าหนีไปทางหน้าต่าง แต่แก้มที่ร้อนผ่าวกลับทรยศเจ้าตัวอย่างไม่อาจปิดบัง
คนบ้า!
มัจจุราชอะไรกัน ทำไมชอบทำให้คนอื่นหัวใจเต้นแรงอยู่เรื่อย! ภาคินทร์มองใบหน้าด้านข้างของเธอด้วยแววตาอ่อนลง เขาไม่ได้คิดว่าการถอนหมั้นของอลิสาเป็นช่องว่างที่ตัวเองควรรีบฉวยโอกาส
ตรงกันข้าม เขารู้ว่าเธอเพิ่งผ่านความเจ็บปวดมามาก และคนอย่างภาคินทร์ไม่ชอบแย่งชัยชนะจากคนที่ยังไม่มีโอกาสตั้งหลัก แต่เรื่องหนึ่งเขามั่นใจแล้ว ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาสนใจอย่างจริงจัง!
ไม่ได้สนใจเพียงหน้าตา
ไม่ได้สนใจเพียงฐานะของตระกูล
หากสนใจแววตาของผู้หญิงที่กำลังยืนหยัดเพื่อตัวเอง ทั้งที่ยังมีบาดแผลจากอดีตเต็มหัวใจ เขาอยากรู้ว่าเมื่อเธอเลิกหวาดกลัวแล้ว จะสามารถเปล่งประกายได้มากเพียงใด และความคิดนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที รถมายบัคก็เคลื่อนเข้าสู่ถนนสายที่มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ศิริโภคิน อลิสาก้มมองนาฬิกา ก่อนหันมาหาภาคินทร์อีกครั้ง
"ฉันขอข้อมูลเอกสารชุดนี้ไปให้พ่อดูได้ไหมคะ?"
ชายหนุ่มพยักหน้า
"ได้ แต่ผมจะให้ธามจัดเตรียมเฉพาะส่วนที่เปิดเผยได้และเกี่ยวข้องกับบริษัทของคุณโดยตรง"
หญิงสาวขมวดคิ้ว
"ทำไมต้องแยก?"
"เพราะในชุดเอกสารมีข้อมูลของคู่ค้าบางรายที่ผมไม่มีสิทธิ์เปิดเผยทั้งหมด"
ภาคินทร์อธิบายอย่างใจเย็น
"ส่วนที่เกี่ยวข้องกับศิริโภคิน ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายประสานกับฝ่ายของคุณอย่างถูกต้อง"
อลิสานิ่งคิด ก่อนพยักหน้า
"ตกลงค่ะ"
เธอหยุดเล็กน้อย "แต่ฉันมีเรื่องอยากขอเพิ่มอีกอย่าง"
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
"อะไร?"
"อย่าเพิ่งติดต่อพ่อฉันโดยตรงได้ไหมคะ?"
ภาคินทร์มองเธอ "เหตุผล?"
อลิสาสูดลมหายใจเข้าลึก "ฉันอยากเป็นคนเล่าให้พ่อฟังเองก่อนค่ะ"
เธอหยุดเล็กน้อย
"เรื่องคืนนี้คงทำให้พ่อกับแม่ตกใจมากแล้ว ฉันไม่อยากให้ท่านได้รับโทรศัพท์จากผู้ชายที่เพิ่งพาลูกสาวออกจากงานกาล่า แล้วเปิดประเด็นเรื่องหนี้สองพันสี่ร้อยล้านต่อทันที"
ภาคินทร์หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
"มีเหตุผล"
อลิสายิ้มบาง "คุณตกลงไหม?"
ชายหนุ่มพยักหน้า
"ตกลง"
หญิงสาวยกนิ้วขึ้นอีกครั้ง "แล้วก็ห้ามเอาเรื่องนี้ไปใช้เป็นข้ออ้างว่าฉันติดหนี้บุญคุณคุณนะคะ"
ภาคินทร์ชะงัก ก่อนหัวเราะเสียงทุ้ม
"คุณคิดว่าผมจะทำแบบนั้น?"
อลิสายิ้มหวาน "ฉันกำลังประเมินความเสี่ยงค่ะ"
ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าอย่างขบขัน
"คุณนี่ร้ายกว่าที่คิด"
อลิสาเชิดหน้าขึ้นทันที "ถือเป็นคำชมได้ไหมคะ?"
ภาคินทร์ยิ้ม
"ได้สิ"
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก "ผมชอบคนที่รู้จักปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง"
หญิงสาวหลุดยิ้ม
"แล้วถ้าวันหนึ่งฉันต้องปกป้องผลประโยชน์จากคุณล่ะคะ?"
ภาคินทร์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่อ่านยากขึ้น
"ก็ดี"
อลิสาเลิกคิ้ว
"ดี?"
"เพราะถ้าวันนั้นมาถึง ผมคงต้องระวังตัวมากขึ้น"
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะ "คู่เจรจาที่ผมชอบที่สุด ไม่ใช่คนที่ยอมผมทุกเรื่อง"
อลิสายิ้มมุมปาก "แล้วเป็นคนแบบไหน?"
ดวงตาคมเข้มของภาคินทร์จับจ้องเธออย่างแน่วแน่
"คนที่ทำให้ผมประมาทไม่ได้"
หัวใจหญิงสาวสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าควรตีความสายตานั้นอย่างไร
แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่ใจ ภาคินทร์ วรเศรษฐ์ ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา! เขาอันตรายกว่าที่เห็น ฉลาดกว่าที่พูดและดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่มากกว่าที่เธอคิดหลายเท่า!
"ถึงแล้วครับคุณคินทร์" เสียงธามดังขึ้นจากด้านหน้า
อลิสาหันมองนอกหน้าต่าง ประตูเหล็กสีดำของคฤหาสน์ศิริโภคินปรากฏอยู่ตรงหน้า แสงไฟจากสวนขนาดใหญ่ส่องสว่างเป็นแนวยาวไปจนถึงตัวบ้าน
หัวใจหญิงสาวพลันอุ่นวาบ
บ้าน!
ฉันได้กลับบ้านอีกแล้วจริง ๆ! ในชีวิตก่อน คฤหาสน์หลังนี้เคยถูกนำไปเกี่ยวข้องกับหนี้สินจนท้ายที่สุดครอบครัวต้องย้ายออก เธอจำได้ว่าดารณีพยายามฝืนยิ้มให้บิดาในวันเก็บข้าวของ ทั้งที่ดวงตาของท่านแดงก่ำจากการร้องไห้มาทั้งคืน
ส่วนธนินทร์กลับเงียบผิดปกติ ผู้ชายที่เคยเป็นเสาหลักของครอบครัวนั่งมองบ้านที่สร้างมาด้วยมือตัวเองอยู่เนิ่นนาน ก่อนก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ภาพนั้นทำให้อลิสาเจ็บปวดมากกว่าวันที่เตชินท์เลิกรักเสียอีก! เธอเคยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างพังทลาย แต่ครั้งนี้จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกแล้ว! อลิสาหันกลับมาหาภาคินทร์
"ขอบคุณที่มาส่งนะคะ"
ชายหนุ่มพยักหน้า
"ยินดีครับ"
เธอก้มมองแท็บเล็ตที่วางอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนเม้มริมฝีปาก มีบางอย่างในเอกสารที่ยังค้างคาใจ โดยเฉพาะเรื่องหลักประกันเพิ่มเติม
"คุณคินทร์คะ"
"ครับ?"
"ฉันขอดูหน้ารายการผู้ให้ความยินยอมอีกครั้งได้ไหม?"
ภาคินทร์มองเธออย่างพิจารณาก่อนหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิด
"ได้สิ"
เขาเลื่อนลงไปยังส่วนท้ายของชุดเอกสาร อลิสาขยับเข้ามาใกล้ หน้าจอปรากฏรายการบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการให้ความยินยอมทางธุรกรรมบางอย่าง เธอไล่อ่านอย่างตั้งใจ จนกระทั่งสายตาหยุดอยู่ตรงชื่อบริษัทหนึ่ง
บริษัท ศิริโภคิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
ใต้ชื่อบริษัทมีหัวข้อเกี่ยวกับหนังสือมอบฉันทะสำหรับการออกเสียงของผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง
อลิสาขมวดคิ้ว
"นี่มันอะไรคะ?"
ภาคินทร์มองตาม
"เอกสารที่ถูกแนบมาเพื่อแสดงว่าผู้ถือหุ้นบางรายเห็นชอบให้ตัวแทนไปดำเนินการตามรายการที่ระบุ"
หญิงสาวเลื่อนหน้าจอขึ้นเล็กน้อย ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง! ชื่อที่ปรากฏตรงช่องผู้มอบฉันทะทำให้เลือดทั่วร่างแทบหยุดไหล
นางสาวอลิสา ศิริโภคิน
ผู้ถือหุ้นส่วนตัวในบริษัทศิริโภคิน พร็อพเพอร์ตี้ จำนวน 12%
อลิสาตัวแข็งทื่อ
ชื่อฉัน?
ทำไมถึงมีชื่อฉันอยู่ตรงนี้! เธอรีบเลื่อนลงไปยังส่วนล่างของเอกสาร ภาคินทร์สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที
"ไอริส?"
หญิงสาวไม่ได้ตอบ สายตาของเธอจับจ้องช่องลงลายมือชื่ออย่างไม่กะพริบ เพราะตรงนั้นมีลายเซ็นหนึ่งปรากฏอยู่ลายเซ็นที่เขียนด้วยเส้นโค้งเฉพาะตัวตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เธอใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้แต่หางตัวอักษรสุดท้ายก็ยังคล้ายกันอย่างน่าตกใจ!
Alice Siriphokhin
อลิสารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เธอรีบยกมือขึ้นแตะหน้าจอ ก่อนอ่านรายละเอียดซ้ำอีกครั้ง
ชื่อถูกต้อง
จำนวนหุ้นถูกต้อง
ลายเซ็นก็เหมือนกับของเธอแทบทุกเส้น!
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผิดอย่างมหันต์ เธอไม่เคยเซ็นเอกสารฉบับนี้! ภาคินทร์มองใบหน้าที่ซีดลงของหญิงสาว ก่อนน้ำเสียงจะเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที
"ไอริส คุณรู้จักเอกสารนี้ไหม?"
อลิสาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ริมฝีปากของเธอแห้งผาก
"ไม่ค่ะ"
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
"แน่ใจ?"
"แน่ใจค่ะ!"
น้ำเสียงของอลิสาสั่นเล็กน้อย แต่ดวงตากลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ฉันไม่เคยลงชื่อในหนังสือมอบฉันทะฉบับนี้"
ภาคินทร์นิ่งไป รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายหายวับ เขาหยิบแท็บเล็ตกลับไปตรวจรายละเอียด พร้อมเลื่อนดูวันที่และสถานะของเอกสารอีกครั้ง
"นี่เป็นสำเนาในชุดร่างที่ถูกนำเสนอให้วีเค ยังต้องตรวจสอบต้นฉบับและที่มาของลายเซ็น"
เขาหันมามองหญิงสาว
"แต่ถ้าคุณไม่เคยลงชื่อจริง ก็มีคนกำลังพยายามใช้ชื่อคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต"
อลิสารู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นราดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความทรงจำในชีวิตก่อนพลันย้อนกลับมาอย่างรุนแรง เตชินท์เคยขอให้เธอเซ็นเอกสารเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินบางอย่าง
บางครั้งเป็นเพียงแบบฟอร์มทั่วไป บางครั้งเป็นเอกสารที่เขาอ้างว่าฝ่ายกฎหมายจัดเตรียมไว้แล้ว เธอเคยเชื่อเขาทุกคำ! แต่ครั้งนี้เธอยังไม่ได้เซ็นอะไรเลย
แล้วลายเซ็นนั่นมาได้อย่างไร? อลิสาค่อย ๆ กำมือแน่นก่อนเสียงของภาคินทร์จะดังขึ้นอย่างเยือกเย็น
"คุณไอริส"
เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มสบตาเธอนิ่ง
"ผมคิดว่าคุณควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด"
อลิสาพยักหน้า แต่ภาคินทร์ยังพูดต่อ
"และจนกว่าจะรู้ว่าใครเป็นคนทำ ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งให้คนที่อาจเกี่ยวข้องเข้าถึงเอกสารต้นฉบับ"
หญิงสาวมองชื่อของตัวเองบนหน้าจออีกครั้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบเจ็บ! เพียงคืนแรกที่เธอตัดสินใจถอนหมั้น ก็มีเอกสารที่ใช้ชื่อเธอปรากฏอยู่ในธุรกรรมสำคัญของครอบครัวเสียแล้ว หากไม่มีภาคินทร์นำมาให้ดู เธอจะรู้เรื่องนี้เมื่อไรกัน? ตอนที่พ่อถูกบีบให้ลงนาม? ตอนที่ทรัพย์สินถูกนำไปผูกกับหนี้สิน?หรือวันที่ทุกอย่างสายเกินแก้เหมือนชีวิตก่อน!
อลิสาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเงยหน้ามองภาคินทร์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"คุณคินทร์คะ"
"ครับ?"
"ฉันขอให้คุณช่วยเรื่องหนึ่งได้ไหม?"
ชายหนุ่มมองเธออย่างตั้งใจ
"ว่ามา"
หญิงสาวยกนิ้วขึ้นชี้ชื่อของตัวเองบนเอกสาร ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
"ช่วยเก็บหลักฐานว่าคุณได้รับเอกสารฉบับนี้จากใคร เมื่อไร และในรูปแบบไหนให้ครบได้ไหมคะ?"
ภาคินทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาคาดว่าเธอจะขอให้ช่วยตามหาคนปลอมลายเซ็นทันที หรือขอให้เขาใช้อำนาจจัดการคนที่เกี่ยวข้อง แต่อลิสากลับขอให้รักษาหลักฐานก่อน! ชายหนุ่มจึงหัวเราะแผ่วเบา
"คุณกำลังทำให้ผมประหลาดใจอีกแล้วนะ"
อลิสายิ้มเย็น
"ทำไมคะ?"
"เพราะคุณยังรู้จักคิดเป็นขั้นตอน ทั้งที่เพิ่งเห็นเรื่องแบบนี้"
หญิงสาวก้มมองเอกสาร ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ครั้งก่อนฉันเคยเสียทุกอย่างเพราะเชื่อใจคนผิด"
ภาคินทร์ชะงักเล็กน้อย
อลิสารีบแก้คำ
"หมายถึงฉันเคยทำผิดพลาดเรื่องความเชื่อใจมามากพอแล้วค่ะ"
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมเสียอะไรอีกโดยไม่รู้แม้แต่ชื่อคนที่ลงมือ"
ภาคินทร์มองหญิงสาวตรงหน้าอยู่นาน แววตาคมเข้มมีประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนชายหนุ่มจะยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเย็นจัด
"ดี"
เขาพูดสั้น ๆ
"ผมเองก็ไม่ชอบคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดพอจะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีใครจับได้"
อลิสาหันมามอง ภาคินทร์ยื่นแท็บเล็ตให้เธอดูอีกครั้ง
"ผมจะให้ธามเก็บข้อมูลต้นทางตามระบบของวีเค และให้ทนายจัดเตรียมส่วนที่เปิดเผยต่อฝ่ายกฎหมายของคุณได้"
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงต่ำลง
"แต่คนที่จะตัดสินใจว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ต้องเป็นคุณกับครอบครัว"
คำพูดนั้นทำให้อลิสานิ่งไป เธอมองผู้ชายที่ถูกขนานนามว่ามัจจุราชแห่งวงการธุรกิจอย่างพิจารณา ภาคินทร์อาจเป็นคนอันตราย อาจมีแผนการมากมายซ่อนอยู่ และอาจไม่ได้ยื่นมือช่วยเธอเพราะความใจดีเพียงอย่างเดียว
แต่ในคืนนี้ เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้เธอเห็นประตูอีกบานหนึ่งก่อนจะเดินเข้าสู่กับดักเดิม!อลิสาจึงค่อย ๆ ยิ้ม
"ขอบคุณค่ะ"
ภาคินทร์สบตาเธอก่อนตอบด้วยรอยยิ้มบาง
"ยินดีครับ"
หญิงสาวหันกลับไปมองคฤหาสน์ของตัวเอง แสงไฟอบอุ่นส่องออกมาจากหน้าต่างห้องรับแขกเธอรู้ว่าพ่อกับแม่คงกำลังรออยู่ด้านใน และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอจะต้องนำความจริงบางอย่างไปบอกให้พวกท่านทราบ
เรื่องถอนหมั้นอาจทำให้พ่อแม่ตกใจ แต่เรื่องเอกสารฉบับนี้อาจทำให้ทุกคนต้องเผชิญวิกฤตที่ใหญ่กว่านั้นมาก!อลิสาค่อย ๆ เปิดประตูรถ ก่อนก้าวลงไปยืนบนพื้นหินหน้าคฤหาสน์ เธอหันกลับมามองภาคินทร์อีกครั้ง
ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่ในรถ โดยมีแสงไฟจากสวนส่องกระทบใบหน้าคมคายเพียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งจมหายอยู่ในเงามืดภาพนั้นทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล
มัจจุราชแห่งวงการธุรกิจสินะ! ฉันยังไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ภาคินทร์ วรเศรษฐ์ แต่ถ้าคุณคิดจะเล่นเกมกับฉันจริง ๆ ก็อย่าหวังว่าฉันจะเป็นหมากที่ยอมให้ใครจับเดินง่าย ๆ อีกแล้ว!
ภาคินทร์มองหญิงสาวที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ฝันดีครับ ไอริส"
อลิสายกมุมปากขึ้น
"ฝันดีค่ะ คุณคินทร์"
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนยิ้มหวานอย่างจงใจ
"แล้วก็ขอบคุณที่เตือนเรื่องความเสี่ยงนะคะ"
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว "เรื่องไหน?"
"ทุกเรื่องค่ะ"
อลิสาหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงซุกซน
"รวมถึงเรื่องผู้ชายอันตรายที่ชอบแกล้งจีบผู้หญิงเพิ่งถอนหมั้นด้วย!"
ภาคินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนหัวเราะออกมาเต็มเสียงเป็นครั้งแรกของคืนนี้
"รับทราบครับ"
หญิงสาวยิ้มกว้าง แล้วหมุนตัวเดินเข้าคฤหาสน์ โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังของเธอ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นที่สุดคนหนึ่งในวงการธุรกิจกำลังมองตามด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ภาคินทร์ วรเศรษฐ์ ไม่ใช่คนตกหลุมรักใครง่าย ๆ เขาเคยพบผู้หญิงสวยมากมาย เคยพบคนฉลาดมากมาย และเคยมีคนพยายามเข้าหาเพราะเงินทองกับอำนาจที่มีอยู่จนนับไม่ถ้วน
แต่อลิสาแตกต่าง! เธอกล้ามองเขาตรง ๆ
กล้าตั้งเงื่อนไข
กล้าปฏิเสธ
และยังมีหน้ามายิ้มเยาะผู้ชายที่คนทั้งวงการหวาดกลัวอีกด้วย! ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นอย่างช้า ๆก่อนหันไปทางผู้ช่วย
"ธาม"
"ครับคุณคินทร์"
"พรุ่งนี้ให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลตามที่คุยกัน"
"รับทราบครับ"
ธามชะงักเล็กน้อย ก่อนถามอย่างระมัดระวัง
"แล้วเรื่องคนที่ส่งเอกสารชุดนี้มาให้เรา คุณคินทร์จะให้ตรวจสอบเพิ่มเติมไหมครับ?"
รอยยิ้มบนใบหน้าภาคินทร์ค่อย ๆ เลือนหาย ดวงตาคมเข้มเปลี่ยนเป็นเย็นจัดในพริบตา
"ตรวจ"
เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันกลับไปมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อลิสาเพิ่งเดินเข้าไป
"ผมอยากรู้ว่าใครกล้าทำเอกสารแบบนี้ขึ้นมา"
ธามพยักหน้าทันที ภาคินทร์เอนหลังพิงเบาะ ก่อนหลับตาลงชั่วครู่
ภาพรอยแดงบนข้อมืออลิสายังติดอยู่ในความทรงจำ รวมถึงลายเซ็นที่เธอยืนยันว่าไม่เคยลงชื่อ
ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ดูเหมือนคืนนี้ผมจะเจอเรื่องน่าสนใจมากกว่าที่คิดเสียแล้ว และใครก็ตามที่กำลังเล่นเกมอยู่เบื้องหลัง คงถึงเวลาต้องรู้แล้วว่าตัวเองกำลังเข้าไปยุ่งกับอะไร!
ในเวลาเดียวกัน
ภายในคฤหาสน์ศิริโภคิน อลิสากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของบิดา มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น ขณะที่ภาพลายเซ็นปลอมยังคงปรากฏชัดอยู่ในความทรงจำ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนยกมือขึ้นเคาะประตู
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"เข้ามาได้"
เสียงของธนินทร์ดังขึ้นจากด้านใน อลิสาค่อย ๆ ผลักประตูเปิด เมื่อเห็นบิดานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน หญิงสาวก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ครั้งนี้เธอไม่คิดจะร้องไห้ เพราะยังมีบางอย่างที่ต้องทำ!
"พ่อคะ"
ธนินทร์เงยหน้าขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นชุดราตรีสีแดงของลูกสาว และรอยแดงบนข้อมือที่ยังไม่จางหาย
"ไอริส! เกิดอะไรขึ้นกับลูก?"
อลิสาปิดประตูห้องเบา ๆ ก่อนเดินตรงเข้าไปหาบิดาด้วยสีหน้าจริงจัง
"พ่อคะ ไอมีเรื่องสำคัญต้องบอก"
ธนินทร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนพูดประโยคที่ทำให้ผู้เป็นบิดานิ่งค้าง
"มีคนกำลังพยายามใช้ชื่อกับลายเซ็นของไอทำเรื่องที่ไอไม่เคยอนุญาตค่ะ!"
*****
