บทที่ 3 พ่อคะ!ฉันคิดถึงพ่อค่ะ
บทที่ 3 พ่อคะ!ฉันคิดถึงพ่อค่ะ
แรงระเบิดสะเทือนกึกก้องไปทั่วถนนสายเปลี่ยว เปลวเพลิงสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นท่ามกลางสายฝน กลืนกินรถสปอร์ตที่บิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
พร้อมกับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยโง่งมเพราะความรัก ผู้หญิงที่เพิ่งเข้าใจในวินาทีสุดท้ายว่า...ความตายไม่ได้น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือการใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อคนที่ไม่เคยเห็นค่ามันเลย!
"เฮือก!"
อลิสาสะดุ้งสุดตัว!
ร่างระหงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างรุนแรง จนขวดน้ำหอมคริสตัลที่วางอยู่ใกล้ ๆ ล้มกระทบพื้นโต๊ะเสียงดัง
"ไม่! อย่า!"
เธอยกแขนทั้งสองขึ้นป้องใบหน้าโดยสัญชาตญาณ ร่างกายสั่นสะท้านราวกับกำลังถูกเปลวไฟแผดเผา
"ช่วยด้วย!"
เสียงกรีดร้องหลุดออกจากลำคอแต่เมื่อไม่มีความร้อนหรือแรงกระแทกตามมา อลิสาก็ค่อย ๆ ลดแขนลงอย่างหวาดระแวง ภาพเบื้องหน้าทำให้เธอนิ่งงัน
ไม่ใช่ซากรถที่กำลังลุกไหม้…
ไม่ใช่ถนนเปียกชุ่มด้วยสายฝน…
และไม่ใช่ความมืดมิดที่เธอคิดว่าจะต้องเผชิญไปชั่วนิรันดร์…แต่เป็นห้องแต่งตัวหรูหราที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีทองอบอุ่น! กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเพลิง ผมยาวดัดลอนถูกจัดแต่งอย่างประณีต ลำคอระหงประดับสร้อยเพชรน้ำงาม ส่วนใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง
อลิสากะพริบตาถี่ ๆ
"นี่มัน..."
เธอยกมือขึ้นแตะใบหน้าตัวเอง
ผิวเนียนเรียบ…
ไม่มีเลือด…
ไม่มีบาดแผล…
ไม่มีความเจ็บปวดจากกระดูกที่หักหรือไฟที่ลุกไหม้เธอรีบก้มลงมองหน้าอก ก่อนใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างคลำไปทั่วร่างกายอย่างร้อนรน…ยังอยู่ทุกอย่างยังอยู่ครบ!หัวใจยังเต้น!เธอยังหายใจได้!
"เป็นไปไม่ได้..."
ริมฝีปากบางสั่นระริก
"ฉัน...ตายไปแล้วนี่..."
ความทรงจำก่อนสิ้นใจแล่นกลับเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง เสียงระเบิด เปลวไฟ ใบหน้าของเตชินท์และคำพูดเย็นชาที่เขาทิ้งเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป
'พี่ไม่ได้รักเธอแล้ว อลิสา'
หญิงสาวสะดุ้งเฮือก เธอยกมือขึ้นปิดปาก พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะหลุดออกมาไม่ใช่เพราะคิดถึงเขาแต่เพราะความหวาดกลัวในวินาทีสุดท้ายก่อนตายยังคงฝังแน่นอยู่ในร่างกาย
เธอจำได้หมด!
จำได้กระทั่งความร้อนที่แผดเผาใบหน้าจำได้ว่าในวินาทีสุดท้ายตัวเองอยากกลับบ้านมากแค่ไหนและจำได้...ว่าผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดเลือกปล่อยให้เธอตายต่อหน้าต่อตา!
อลิสาค่อย ๆ หันกลับไปมองกระจก ภาพหญิงสาวในนั้นทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ
ชุดราตรีสีแดงเพลิง...
สร้อยเพชรชุดนี้...
ทรงผมแบบนี้...
เธอจำได้!
จำได้อย่างแม่นยำ!
"ไม่จริง..."
อลิสารีบคว้ากระเป๋าถือบนโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาได้สำเร็จ มือทั้งสองข้างสั่นจนแทบกดหน้าจอไม่ถูกแต่เมื่อเห็นวันที่ปรากฏอยู่ตรงมุมบน...
โลกทั้งใบก็หยุดหมุน
ปี 2023
สามปีก่อนวันที่เธอตาย! อลิสาจ้องหน้าจออยู่นานนานจนดวงตาคู่สวยเริ่มแดงก่ำ
ปี 2023...
นี่คือปีที่เธอยังไม่สูญเสียทุกอย่าง! เป็นปีที่บริษัทของครอบครัวยังรุ่งเรืองเป็นปีที่พ่อกับแม่ยังมีความสุขและเป็นปีที่เธอยังเป็นคุณหนูไอริสผู้โง่เขลา เอาแต่ตามหึงหวงคู่หมั้นจนกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนทั้งโลก! หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองกระจกอีกครั้ง
คืนนี้...
คืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์การกุศลและงานฉลองครบรอบของบริษัทตระกูลอัครเดชา!
งานที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความพินาศในชีวิตเธอ! ในอดีต คืนนี้เธอจับได้ว่าเตชินท์แอบพามินตราไปจูบกันที่บริเวณทางหนีไฟฝั่งทิศตะวันตกของโรงแรม ภาพที่เห็นทำให้เธอเสียสติ เธอกรีดร้อง พุ่งเข้าไปตบหน้ามินตรา
จากนั้นก็ทะเลาะกับเตชินท์จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวกลางงาน
เธอยังจำภาพมินตราร้องไห้ซบอกเขาได้ดี จำสายตารังเกียจของบรรดาแขกเหรื่อ และจำเสียงนักข่าวที่ตะโกนถามว่าเธอทำร้ายผู้หญิงคนอื่นเพราะความหึงหวงจริงหรือไม่
วันรุ่งขึ้น ภาพของเธอถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ ทุกคนเรียกเธอว่านางร้ายเรียกเธอว่าผู้หญิงบ้าบางคนถึงขั้นบอกว่าเตชินท์น่าสงสารที่ต้องมีคู่หมั้นอย่างเธอ!
แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่คำด่าจากคนแปลกหน้าเป็นการที่เตชินท์ยืนอยู่ข้างมินตรา ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอเป็นฝ่ายผิด และเมื่อเธอร้องไห้ขอให้เขาอธิบายความจริง...
เขากลับบอกเพียงว่า
'ถ้าเธอเลิกทำตัวน่ารำคาญไม่ได้ เราก็ถอนหมั้นกันเถอะ!'
ตอนนั้นอลิสาทำอย่างไร? เธอคุกเข่าลงตรงหน้าเขา! กอดขาชายหนุ่มเอาไว้แน่นร้องไห้อ้อนวอนขอร้องไม่ให้เขาทิ้งไป เธอยอมรับว่าตัวเองผิดทุกอย่าง ทั้งที่คนทรยศไม่ใช่เธอ! เพียงเพราะกลัวจะสูญเสียผู้ชายคนหนึ่ง เธอจึงยอมทำลายศักดิ์ศรีของตัวเองต่อหน้าคนทั้งโลก!
"คนโง่..."
เสียงกระซิบหลุดออกจากริมฝีปากอลิสาจ้องเงาตัวเองในกระจก
"เธอมันโง่จริง ๆ ไอริส..."
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้ม แต่คราวนี้เธอไม่ได้รีบเช็ดมันออกเธอปล่อยให้มันไหล ปล่อยให้ตัวเองได้มองเห็นความเจ็บปวดที่เคยพยายามปกปิดมาโดยตลอด ผู้หญิงในกระจกยังสาว ยังสวย ยังมีทุกอย่างพร้อมแต่ในดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความทรงจำของคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง!
อลิสาหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ปนเปกับเสียงสะอื้น
"ฉันเคยคิดว่าถ้าไม่มีเขา ฉันคงอยู่ไม่ได้..."
เธอยกมือขึ้นแตะกระจกเย็นเฉียบ
"แต่สุดท้าย...ฉันกลับต้องตายเพราะเขาจริง ๆ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแต่งตัว ก่อนโทรศัพท์ในมือจะสั่นขึ้นอีกครั้ง
ครืด... ครืด...
อลิสาก้มมองหน้าจอ หัวใจพลันกระตุกวูบ!
พ่อ…
ชื่อเดียวกับที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนเธอจะตาย! หญิงสาวเบิกตากว้าง ภาพโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนเบาะรถแล่นกลับเข้ามาในหัว ภาพมือเปื้อนเลือดที่พยายามเอื้อมไปหา ภาพหน้าจอที่ดับลงก่อนเธอจะได้ยินเสียงบิดาเป็นครั้งสุดท้าย
"พ่อ..."
ครั้งนี้ไม่มีอะไรขวางกั้นเธออีกแล้ว อลิสารีบกดรับสายทันที
"พ่อคะ!"
"อ้าว ไอริส?"
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังมาจากปลายสาย
"เป็นอะไรลูก ทำไมเสียงสั่นแบบนั้น?"
เพียงได้ยินเสียงของบิดา น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ทะลักออกมาทันที
"พ่อ..."
"หืม?"
"พ่อจริง ๆ ด้วย..."
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะอ่อนโยนจะดังขึ้น
"ก็พ่อน่ะสิลูก หรือวันนี้คุณหนูไอริสจำเสียงพ่อไม่ได้แล้ว?"
คำพูดนั้นทำให้อลิสายกมือขึ้นปิดปาก เธออยากหัวเราะ อยากร้องไห้ อยากตะโกนให้ดังที่สุดว่าตัวเองดีใจแค่ไหนที่ได้ยินเสียงนี้อีกครั้งแต่สิ่งที่หลุดออกมากลับมีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบา
"ฮึก..."
"ไอริส?"
น้ำเสียงของบิดาเปลี่ยนไปทันที
"ลูกเป็นอะไร? ร้องไห้ทำไม? ใครทำอะไรลูก บอกพ่อมาเดี๋ยวนี้!"
อลิสารีบส่ายหน้า ทั้งที่รู้ว่าคนปลายสายมองไม่เห็น
"ไม่มีค่ะพ่อ..."
"แล้วทำไมร้องไห้?"
"ไอแค่..."
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามพูดให้ชัดที่สุด
"ไอคิดถึงพ่อค่ะ"
ปลายสายเงียบไปสองวินาที ก่อนเสียงหัวเราะอบอุ่นจะดังขึ้นอีกครั้ง
"เด็กโง่ เมื่อเช้าก็เพิ่งเจอกันเอง"
คำว่าเด็กโง่ทำให้อลิสาหลุดสะอื้นหนักกว่าเดิม ใช่ค่ะพ่อ... ลูกโง่มากจริง ๆ โง่จนเกือบไม่มีโอกาสได้ยินเสียงพ่ออีกแล้ว!
"พ่อคะ..."
"ว่าไงลูก?"
"ถ้า...ถ้าวันหนึ่งไอทำอะไรผิดพลาดมาก ๆ ทำให้พ่อผิดหวัง หรือทำให้บริษัทของเราเดือดร้อน..."
เธอเม้มริมฝีปากแน่น
"พ่อจะเกลียดไอไหมคะ?"
คราวนี้ปลายสายเงียบไปนานกว่าเดิม ก่อนเสียงของธนินทร์จะดังขึ้นอย่างจริงจัง
"ไอริส ฟังพ่อนะ"
"ค่ะ..."
"พ่ออาจโกรธถ้าลูกทำผิด พ่ออาจดุลูกถ้าลูกทำอะไรไม่คิด และพ่ออาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจบางอย่างของลูก"
อลิสากลั้นหายใจ
"แต่ไม่มีวันไหนที่พ่อจะเลิกรักลูก"
หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงบนหลังมือ
"ต่อให้ลูกทำผิดมากแค่ไหน ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่อกับแม่อยู่ดี เข้าใจไหม?"
"ฮึก..."
"แล้วจำไว้อีกอย่าง"
"อะไรคะพ่อ..."
"ถ้าวันไหนเหนื่อย ถ้าวันไหนเจอเรื่องไม่ดี หรือถ้ามีใครทำให้ลูกเสียใจ..."
น้ำเสียงของท่านอ่อนโยนลง
"ก็กลับบ้านนะลูก ไม่ต้องฝืนทำเป็นเข้มแข็งอยู่คนเดียว"
อลิสาหลับตาแน่น
"พ่อจะรอ"
ประโยคสุดท้ายนั้นทำให้เธอร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เธอเคยคิดว่าคำว่ารักต้องมาพร้อมดอกไม้ราคาแพง แหวนเพชรเม็ดโต หรือคำสัญญาหวานหู
แต่ตอนนี้...
เธอเพิ่งเข้าใจว่าความรักที่แท้จริงอาจเป็นเพียงคำพูดธรรมดาของผู้ชายคนหนึ่งผู้ชายที่ไม่เคยขอให้เธอเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คู่ควรกับความรักของเขา
ไม่เคยบอกว่าเธอน่ารำคาญ ไม่เคยทำให้เธอต้องคุกเข่าอ้อนวอน และไม่เคยทิ้งเธอไปไหน พ่อคะ...ครั้งนี้ลูกจะกลับบ้านค่ะ...และจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจเพราะผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว!
"พ่อ..."
อลิสาเอ่ยขึ้นหลังพยายามควบคุมเสียงสะอื้นอยู่ครู่หนึ่ง
"วันนี้ไอมีเรื่องสำคัญต้องทำค่ะ"
"เรื่องอะไรลูก?"
เธอมองแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายแหวนวงเดิมกับที่เคยเปรอะเปื้อนเลือดในวินาทีสุดท้ายของชีวิต
"เรื่องที่ไอควรทำมานานแล้ว"
"ไอริส?"
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก
"พ่อคะ ถ้าวันนี้ไอทำอะไรที่ทำให้พ่อไม่พอใจ ไอขอให้พ่อฟังเหตุผลของไอก่อนนะคะ"
ธนินทร์ถอนหายใจ
"ลูกกำลังจะทำอะไรอีกล่ะ?"
"ไอสัญญาค่ะว่าไม่ได้ทำเพื่อเอาแต่ใจ"
เธอยิ้มทั้งน้ำตา
"แต่ไอกำลังจะทำเพื่อตัวเอง...และเพื่อครอบครัวของเรา"
บิดาเงียบไปครู่หนึ่ง
"ตกลง พ่อจะฟัง"
อลิสาหลับตาลงอย่างโล่งใจ
"ขอบคุณค่ะพ่อ"
ก่อนวางสาย เธอพูดอีกประโยคด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยพูดกับท่านมา
"ไอรักพ่อนะคะ"
ปลายสายเงียบไป ก่อนธนินทร์จะหัวเราะเบา ๆ
"พ่อก็รักลูก"
เมื่อสายถูกตัดไป อลิสายังคงถือโทรศัพท์แนบอกอยู่นาน น้ำตาไหลลงมาอีกหลายหยด แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความสิ้นหวัง เป็นน้ำตาของคนที่เพิ่งได้รับสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตกลับคืนมา!
ก๊อก! ก๊อก!
"คุณไอริสคะ!"
เสียงพนักงานจัดงานดังมาจากหน้าประตู
"อีกประมาณยี่สิบนาทีงานจะเริ่มแล้วนะคะ คุณเตชินท์ฝากให้มาตามค่ะ"
อลิสาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
เตชินท์...
เพียงได้ยินชื่อ หัวใจที่เพิ่งอบอุ่นก็เย็นลงทันที เธอก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง มีข้อความใหม่ปรากฏอยู่
พี่เต: อยู่ไหน? รีบออกมาได้แล้ว คืนนี้อย่าทำตัวมีปัญหาให้พี่ขายหน้าอีก เข้าใจไหม?
อลิสาอ่านข้อความนั้นจนจบก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ครั้งก่อนเธอจำได้ว่าตัวเองอ่านมันแล้วร้องไห้
เธอกังวลว่าเขาจะโกรธ
กลัวว่าเขาจะไม่พอใจ
และสุดท้ายก็รีบแต่งหน้าใหม่เพียงเพราะอยากให้เขาชมว่าสวย
แต่ตอนนี้...เมื่อมองข้อความเดียวกันอีกครั้ง เธอกลับรู้สึกเพียงสมเพชตัวเองในอดีต ทำไมถึงยอมให้คนคนหนึ่งมีอำนาจเหนือชีวิตได้มากขนาดนั้นนะ?
หญิงสาววางโทรศัพท์ลง ก่อนค่อย ๆ ถอดแหวนหมั้นออกจากนิ้วนางข้างซ้ายแหวนเพชรเม็ดงามส่องประกายอยู่บนฝ่ามือ
เธอมองมันอยู่ครู่หนึ่งนึกถึงวันที่เตชินท์เคยสวมให้ด้วยรอยยิ้มนึกถึงวันที่เธอเคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก แล้วภาพแหวนเปื้อนเลือดในซากรถก็ค่อย ๆ ซ้อนทับขึ้นมารอยยิ้มบนใบหน้าของอลิสาเลือนหาย
"ครั้งก่อนฉันตายทั้งที่ยังสวมแหวนของพี่อยู่เลย..."
เธอพึมพำก่อนค่อย ๆ วางมันลงในกล่องกำมะหยี่ใบเล็ก
"แต่ครั้งนี้..."
ฝากล่องถูกปิดลงเบา ๆ
"ฉันจะเป็นคนคืนมันให้พี่เอง"
อลิสาลุกขึ้นยืน เธอเดินไปหยุดหน้ากระจกเงาบานใหญ่ หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับคราบน้ำตาอย่างระมัดระวัง ก่อนเติมเครื่องสำอางบริเวณใต้ตาที่เลอะเลือนให้กลับมาเรียบร้อย
จากนั้นจึงหยิบลิปสติกสีแดงเลือดนกแท่งโปรดขึ้นมา บรรจงทาลงบนริมฝีปากอย่างช้า ๆ หญิงสาวในกระจกยังคงมีใบหน้าเดิม
ดวงตาคู่เดิม เรือนร่างงดงามเหมือนเดิมทุกประการ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแววตามันไม่ใช่สายตาของผู้หญิงที่กำลังหวาดกลัวว่าจะถูกคนรักทอดทิ้งอีกแล้ว
เพราะเธอรู้แล้วว่า...การสูญเสียผู้ชายคนหนึ่งไม่ได้ทำให้ชีวิตสิ้นสุดลงแต่การสูญเสียตัวเองต่างหาก ที่เกือบทำลายชีวิตเธอจนไม่เหลืออะไร!
"เตชินท์..."
อลิสาเอ่ยชื่ออดีตคนรักช้า ๆ ริมฝีปากสีแดงสดยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา
"ชาติที่แล้วฉันรักพี่มากจริง ๆ นะ"
เธอยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกใบหน้า
"รักจนยอมเสียทุกอย่าง"
ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น
"แต่ชาตินี้..."
เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นในลำคอ
"พี่ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะตามหึงหวงอีกแล้วค่ะ"
เธอหยิบกล่องแหวนใส่กระเป๋าถือ ก่อนตรวจดูโทรศัพท์อีกครั้งในความทรงจำของชีวิตก่อน อีกไม่นานเตชินท์กับมินตราจะลอบไปพบกันที่ทางหนีไฟฝั่งทิศตะวันตกและครั้งนั้น เธอทำผิดพลาดอย่างมหันต์เพราะปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
แต่คืนนี้... เธอจะไม่พุ่งเข้าไปตบหน้าใครจะไม่กรีดร้องและจะไม่เปิดโอกาสให้คนทรยศสองคนนั้นร่วมมือกันแสดงละครว่าตัวเองเป็นเหยื่ออีก!
อลิสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตรวจสอบกล้องถ่ายภาพและพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ก่อนเก็บมันลงในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง สิ่งแรกที่เธอต้องการไม่ใช่คำขอโทษ
แต่เป็นหลักฐาน!
หลักฐานที่จะทำให้เตชินท์ไม่มีโอกาสบิดเบือนความจริง แล้วโยนความผิดทุกอย่างกลับมาให้เธอเหมือนชาติที่แล้ว
"คุณไอริสคะ?" เสียงพนักงานดังขึ้นอีกครั้ง
"ให้ดิฉันพาไปที่ห้องจัดเลี้ยงเลยไหมคะ?"
อลิสาหันไปมองประตูก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม
"ยังค่ะ"
"เอ๊ะ?"
"ฉันมีที่หนึ่งต้องแวะก่อน"
เธอหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาคล้องแขน แล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องแต่งตัวรองเท้าส้นสูงสีดำขลับกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะชัดเจน
ตึก... ตึก... ตึก...
ทุกย่างก้าวมั่นคง ไม่มีความลังเล ไม่มีความหวาดกลัวและไม่มีความปรารถนาจะได้รับความรักจากผู้ชายที่เคยทำให้เธอตายอีกแล้ว
เมื่อถึงหน้าประตู อลิสาหยุดเดินชั่วครู่ เธอหันกลับไปมองกระจกเงาเป็นครั้งสุดท้ายรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
"ครั้งก่อนฉันเดินเข้าไปหาพวกพี่ด้วยความรัก..."
หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว
"แล้วต้องเดินออกมาพร้อมความอับอาย"
มือเรียวเอื้อมไปจับลูกบิดประตู
"แต่ครั้งนี้..."
เธอเปิดประตูออกกว้าง
"ฉันจะเดินเข้าไปพร้อมหลักฐาน แล้วให้พวกพี่เป็นคนอับอายเสียเอง!"
อลิสาก้าวออกจากห้องแต่งตัวอย่างสง่างาม จุดหมายแรกของเธอไม่ใช่ห้องจัดเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ แต่เป็นทางเดินหนีไฟฝั่งทิศตะวันตกสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ชีวิตเธอพังพินาศ! และคืนนี้...
มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกอย่างที่เคยสูญเสียไป
***
?? นิยายเรื่องใหม่แต่งจบแล้วจ้า! อ่านยาว ๆ ฟินรวดเดียว ไม่มีค้างคา ไม่ต้องรออัป! ?
? ร้ายหวนรัก ❤️?
? ชาติก่อนรักเขาจนยอมตาย แต่เขากลับเลือกผู้หญิงอีกคน!
? ชาตินี้เธอกลับมาแล้ว! ใครเคยทรยศ เตรียมรับผลกรรม ส่วนหัวใจดวงนี้...มีมหาเศรษฐีสุดหล่อจอมคลั่งรักจองแล้วค่ะ! ?
เรื่องนี้จัดเต็มทั้ง ดราม่าบีบหัวใจ แก้แค้นสุดสะใจ พระเอกสายเปย์ คลั่งรัก หวงหนัก และความหวานที่ทำเอาหมอนขาด! ?
? ข่าวดีสำหรับคุณรีดที่รัก!
✅ แต่งจบครบทุกตอนแล้ว
✅ มีบทส่งท้ายและตอนพิเศษ
✅ อ่านรวดเดียวจนจบ ไม่ต้องรอรายตอน
✅ ไม่มีเทกลางทาง ไม่มีปล่อยให้ค้างคาแน่นอน!
? ใครชอบนิยายแนว นางเอกกลับมาทวงคืนชีวิต ตบหน้าคนทรยศ และได้สามีใหม่ที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งรักทั้งหวง เรื่องนี้อยากชวนให้ลองอ่านค่ะ!
? เตรียมหมอน เตรียมทิชชู แล้วมาอ่านกันยาว ๆ ได้เลย!
เพราะเรื่องนี้...คนทรยศต้องได้รับบทเรียน ส่วนนางเอกต้องได้รับความรักที่คู่ควร! ❤️?
https://www.mebmarket.com/ebook-478525-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9A
