บทที่ 4 ถอนหมั้นกลางงานกาล่า ep 1
บทที่ 4 ถอนหมั้นกลางงานกาล่า ep 1
"อื้อ... พี่เตคะ! เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..."
เสียงหวานกระเส่าดังลอดออกมาจากบริเวณระเบียงทางหนีไฟฝั่งทิศตะวันตกของโรงแรมหรูระดับห้าดาว ใกล้กันนั้นมีเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังแทรกขึ้น ก่อนตามมาด้วยเสียงจูบที่ทำให้คนได้ยินเข้าใจทันทีว่าคนสองคนกำลังทำอะไรอยู่
"กลัวอะไร? ป่านนี้ไอริสคงมัวแต่แต่งหน้าแต่งตัวอยู่"
"แต่คุณไอริสเป็นคู่หมั้นของพี่นะคะ ถ้าเธอรู้เรื่องของเรา..."
"ก็ปล่อยให้รู้ไปสิ!"
เตชินท์ตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญ ก่อนลดเสียงลงอย่างอารมณ์ดี
"อย่างมากก็อาละวาดเหมือนทุกครั้ง เดี๋ยวพี่ทำเป็นโกรธ ไม่พูดด้วยสักสองสามวัน เธอก็กลับมาง้อเองนั่นแหละ"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นทันที
"พี่เตใจร้ายจังเลยค่ะ"
"ใจร้ายตรงไหน?"
"ก็คุณไอริสรักพี่จะตาย"
"แล้วไง?"
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ
"คนรักกับคนที่อยากแต่งงานด้วย บางทีมันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกันหรอกนะมิน"
"แล้วมินล่ะคะ?"
"มินก็เป็นคนที่พี่อยากอยู่ด้วยตอนนี้ไงครับ"
"แหม...ปากหวาน!"
อลิสายืนอยู่หลังผนังหินอ่อนตรงมุมทางเดิน มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ขณะที่อีกข้างกดลงบนหน้าอกเพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีตื้นขึ้นมา
เจ็บ...
แม้จะรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว แม้จะเคยตายเพราะผู้ชายคนนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อได้ยินเขาพูดถึงความรักที่เธอมอบให้อย่างดูแคลน หัวใจก็ยังรู้สึกเหมือนถูกบีบจนหายใจไม่ออก
เธอเคยรักเขามากจริง ๆ
มากจนความสุขของเขาสำคัญกว่าความสุขของตัวเอง มากจนยอมรับผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และมากจนไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งผู้ชายที่เธอรักจะมองความรู้สึกทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญ อลิสาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์
ภาพเคลื่อนไหวของชายหญิงทั้งคู่ปรากฏอยู่ในกรอบอย่างชัดเจน เธอเริ่มบันทึกภาพตั้งแต่ก่อนมินตราจะถูกเตชินท์ดึงเข้าไปกอด เสียงบทสนทนาส่วนสำคัญถูกเก็บเอาไว้ครบถ้วน
ครั้งก่อนเธอเปิดประตูออกไปด้วยความโกรธ ครั้งนี้เธอเลือกยืนอยู่เงียบ ๆ เพราะเธอรู้แล้วว่าเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่งไม่อาจเอาชนะคำโกหกของคนสองคนที่เตรียมใจกันมาอย่างดีได้ แต่หลักฐาน...ย่อมพูดแทนเธอได้!
"พี่เตคะ คืนนี้พี่ต้องขึ้นเวทีด้วยนะ"
"รู้แล้วครับ"
"แล้วเรื่องที่เราคุยกันไว้ล่ะคะ?"
"เรื่องอะไร?"
"ก็เรื่องตำแหน่งของมินไงคะ"
น้ำเสียงของมินตราเปลี่ยนเป็นออดอ้อน
"มินอยู่เป็นแค่ผู้ช่วยเลขานุการมาตั้งนานแล้วนะคะ ถ้าได้เข้าไปช่วยงานโครงการแกรนด์เอสเตทอย่างเป็นทางการ มินจะได้อยู่ใกล้พี่มากขึ้นด้วย"
อลิสาชะงัก
แกรนด์เอสเตท?
โครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทที่ศิริโภคิน กรุ๊ปของบิดาเธอเป็นผู้ลงทุนหลัก และมีอัครเดชา โฮลดิ้งของครอบครัวเตชินท์เข้ามาร่วมลงทุน
ในชีวิตก่อน เธอแทบไม่เคยสนใจรายละเอียดของโครงการนี้ รู้เพียงว่าเตชินท์ขอให้บิดาของเธอแต่งตั้งเขาเป็นหนึ่งในผู้บริหารโครงการ โดยอ้างว่าต้องการพิสูจน์ความสามารถก่อนแต่งงาน เธอจึงช่วยพูดกับพ่ออย่างสุดความสามารถ ถึงขั้นทะเลาะกับท่านอยู่หลายครั้ง เพราะอยากให้เตชินท์รู้ว่าเธอพร้อมสนับสนุนเขาทุกอย่าง! แต่ตอนนี้...ดูเหมือนสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ต้องการจะไม่ได้มีเพียงความรักหรือเงินทองเสียแล้ว
"เรื่องนั้นค่อยคุยกัน" เตชินท์ตอบ
"พี่ต้องให้คนของฝ่ายการเงินจัดการเอกสารบางอย่างก่อน"
"เอกสารอะไรคะ?"
"เรื่องงานน่ะ มินไม่ต้องสนใจหรอก"
"มินแค่อยากช่วยนี่คะ"
"ช่วยพี่แบบเมื่อกี้ก็พอแล้ว"
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนตามมาด้วยเสียงจูบที่ทำให้อลิสารู้สึกขยะแขยงจนต้องเบือนหน้าหนี เธอกดหยุดบันทึกวิดีโอ ตรวจสอบภาพและเสียงอีกครั้ง จากนั้นจึงสำรองไฟล์ไว้ในพื้นที่จัดเก็บส่วนตัวที่มีรหัสผ่าน ทำทุกอย่างเสร็จแล้วจึงค่อยเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า หญิงสาวหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
พอแล้ว...
เธอไม่จำเป็นต้องฟังอะไรอีกความสัมพันธ์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีค่ามากที่สุดในชีวิต บัดนี้เหลือเพียงหลักฐานในโทรศัพท์เครื่องหนึ่งเท่านั้น
เตชินท์...
ชาติก่อนพี่บอกว่าฉันเป็นผู้หญิงขี้หึง ไม่มีเหตุผล ชาตินี้ฉันจะให้พี่อธิบายด้วยตัวเองว่าคนมีเหตุผลอย่างพี่แอบมาจูบผู้หญิงอื่นในงานที่คู่หมั้นของตัวเองเข้าร่วมได้อย่างไร!
อลิสาหมุนตัวเดินออกจากมุมทางเดิน รองเท้าส้นสูงสีดำขลับกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะมั่นคง
ไม่มีการร้องไห้…
ไม่มีการวิ่งเข้าไปตบหน้าคนอื่น…
เพราะคืนนี้เธอไม่ได้มาแย่งผู้ชายคืน…
เธอมาเอาศักดิ์ศรีของตัวเองกลับไปต่างหาก!…
-----------------
แกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาสว่างไสวด้วยแสงไฟสีทอง แชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดใหญ่ห้อยระย้าจากเพดานสูง ดอกไม้สดนำเข้าหลากชนิดถูกจัดวางอย่างประณีตตามมุมต่าง ๆ ของห้องจัดเลี้ยง
เสียงดนตรีจากวงออร์เคสตราบรรเลงคลอเบา ๆ ขณะที่บรรดานักธุรกิจ นักการเมือง และแขกผู้มีเกียรติในชุดราตรีและทักซิโด้ต่างจับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรส
คืนนี้เป็นงานกาล่าการกุศลควบคู่กับงานฉลองครบรอบการก่อตั้งอัครเดชา โฮลดิ้ง หนึ่งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงของประเทศ
นอกจากผู้ร่วมงานหลายร้อยคนแล้ว ยังมีสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจและสังคมได้รับเชิญเข้ามาทำข่าวด้วยทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ
หรูหรา…
สง่างาม…
และเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง กระทั่งประตูห้องจัดเลี้ยงเปิดออกร่างระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงก้าวเข้ามา เสียงสนทนาบางส่วนชะงักลง
อลิสา ศิริโภคิน!
บุตรสาวเพียงคนเดียวของธนินทร์ ศิริโภคิน ประธานกลุ่มศิริโภคิน กรุ๊ป และผู้ถือหุ้นรายสำคัญของศิริโภคิน พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ากิจการมหาศาล
หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีมีใบหน้างดงามสะดุดตา ผิวขาวเนียนละเอียดรับกับริมฝีปากสีแดงสด เส้นผมยาวดัดลอนถูกเกล้าขึ้นบางส่วน เผยให้เห็นลำคอระหงที่ประดับด้วยสร้อยเพชรน้ำงาม
ชุดราตรีเปิดไหล่สีแดงเข้มแนบรับสัดส่วนอย่างพอดี รอยผ่าด้านข้างเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนในจังหวะที่เธอก้าวเดิน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนหันมองซ้ำกลับไม่ใช่ความงามหรือเครื่องประดับราคาแพง
เป็นท่วงท่าของเธอต่างหาก อลิสาไม่ได้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าระแวงเหมือนทุกครั้ง ไม่ได้ชะเง้อมองหาคู่หมั้น ไม่ได้กวาดสายตาตรวจสอบว่ามีผู้หญิงคนไหนยืนใกล้เตชินท์หรือไม่
เธอเพียงเดินผ่านผู้คนด้วยท่าทางสง่างาม รับแก้วเครื่องดื่มจากบริกร ก่อนยิ้มทักทายแขกผู้ใหญ่ที่รู้จักอย่างสุภาพ
"นั่นไอริสใช่ไหม?"
"ใช่สิ ทำไมเหรอ?"
"วันนี้ดูแปลกไปนะ"
"แปลกยังไง?"
"ไม่รู้สิ...ดูนิ่งขึ้น"
หญิงสาววัยกลางคนสองคนกระซิบกระซาบกัน ก่อนหันมองอลิสาที่เดินผ่านไป
เจ้าตัวได้ยินทุกคำ แต่กลับไม่ได้สนใจ ชาติที่แล้วเธอเคยใช้ชีวิตเพื่อสายตาของคนอื่นมากเกินไป วันนี้ขอใช้มันเพื่อตัวเองสักครั้งเถอะ!
"ไอริส!"
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหน้า เตชินท์เดินตรงเข้ามาหาในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลาแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอย่างคนมีความมั่นใจ ด้านหลังเขาคือมินตราในชุดเดรสสีขาวครีมเรียบหรู ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มเจียมเนื้อเจียมตัว
ช่างเป็นภาพที่เหมาะสมกันเสียจริง! อลิสาจิบเครื่องดื่มในมือเล็กน้อย ก่อนวางแก้วลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมา
"สวัสดีค่ะพี่เต"
เตชินท์ขมวดคิ้ว
"ไปไหนมาซะนาน? พี่ส่งข้อความไปตั้งหลายครั้งทำไมไม่ตอบ?"
"ไอมีธุระค่ะ"
"ธุระอะไรสำคัญกว่างานคืนนี้?"
"สำคัญมากค่ะ"
อลิสาตอบด้วยรอยยิ้ม
"สำคัญถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตไอได้เลยทีเดียว"
เตชินท์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนทำหน้าหงุดหงิด
"พูดอะไรของเธออีก?"
"เดี๋ยวพี่ก็รู้ค่ะ"
มินตราที่เฝ้ามองอยู่รีบก้าวเข้ามา
"คุณไอริสคะ..."
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มือทั้งสองข้างประสานกันอย่างเรียบร้อย
"มินขอโทษนะคะที่วันนี้ต้องอยู่ช่วยคุณเตต้อนรับแขก พอดีคุณเตเรียกให้มินมาช่วยงานจริง ๆ ค่ะ มินไม่ได้คิดจะทำให้คุณเข้าใจผิดเลย"
อลิสาหันไปมองอีกฝ่าย เธอจำบทสนทนานี้ได้! ในชีวิตก่อนมินตราก็พูดประโยคคล้าย ๆ กัน และเธอก็โง่พอจะพุ่งเข้าไปหาเรื่องทันที แต่คราวนี้...
"ฉันยังไม่ได้ถามอะไรเลยค่ะคุณมิน"
มินตราชะงัก
"คะ?"
"ทำไมถึงรีบอธิบายล่ะคะ?"
อลิสายิ้มบาง
"หรือมีเรื่องอะไรที่คุณมินกลัวว่าฉันจะเข้าใจถูก?"
มินตราหน้าเปลี่ยนสี
"ม...ไม่ใช่นะคะ!"
"งั้นก็ดีค่ะ"
อลิสาพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
"เพราะวันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าการสนใจว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหน"
เตชินท์ขมวดคิ้วทันที
"ไอริส! พูดกับมินให้มันดี ๆ หน่อย"
อลิสาหันกลับมามองเขา
"ไอพูดไม่ดีตรงไหนคะ?"
"เธอก็รู้ว่าตัวเองหมายความว่ายังไง!"
"แล้วพี่รู้ได้ยังไงคะ?"
"อะไรนะ?"
อลิสาเอียงศีรษะเล็กน้อย
"ไอถามว่าพี่รู้ได้ยังไงว่าคุณมินกำลังคิดอะไรอยู่ ทั้งที่ไอเป็นคนพูด?"
เตชินท์ชะงัก มินตรารีบก้มหน้าลง
"คุณไอริสคะ อย่าทะเลาะกับคุณเตเพราะมินเลยนะคะ..."
"ฉันไม่ได้ทะเลาะค่ะ"
อลิสาตอบอย่างใจเย็น
"แต่ถ้าคุณมินอยากพูดอะไรกับฉันจริง ๆ ก็เชิญพูดตรง ๆ ได้เลย ไม่ต้องอ้อมค้อม"
หญิงสาวในชุดขาวเม้มริมฝีปาก เมื่อเห็นแขกบางคนเริ่มหันมามอง หล่อนก็ยกมือขึ้นซับหางตาอย่างรวดเร็ว
"มินแค่ไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด..."
อลิสาพยักหน้า
"เรื่องที่คุณกับพี่เตแอบไปจูบกันตรงระเบียงทางหนีไฟเมื่อครู่หรือคะ?"
ความเงียบพลันเข้าปกคลุม เตชินท์ตัวแข็งทื่อ! ส่วนมินตราถึงกับเงยหน้าขึ้นทันที
"ค...คุณไอริส!"
เสียงอุทานนั้นดังพอให้แขกโต๊ะใกล้เคียงได้ยิน อลิสายังคงยิ้ม
"ทำไมตกใจล่ะคะ?"
"คุณ...คุณพูดอะไร!"
เตชินท์รีบขัดขึ้น
"ไอริส อย่ามาหาเรื่องกลางงาน!"
"ไอหาเรื่องตรงไหนคะ?"
"เธอกำลังกล่าวหาพี่!"
"อย่างนั้นเหรอคะ?"
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าถือ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองอดีตคนรักด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
"ถ้างั้นเรามาดูกันดีไหมคะว่าคนที่กำลังพูดโกหกเป็นใคร?"
สีหน้าของเตชินท์เปลี่ยนไปทันที
"ไอริส!"
แต่หญิงสาวกลับไม่สนใจ เธอกดเปิดคลิปวิดีโอ แล้วหันหน้าจอให้ชายหนุ่มดู เสียงคุ้นเคยดังขึ้นเบา ๆ
'คนรักกับคนที่อยากแต่งงานด้วย บางทีมันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกันหรอกนะมิน'
รอยยิ้มบนใบหน้าเตชินท์หายวับ! มินตราหน้าซีดเผือด
"นี่มัน..."
อลิสากดหยุดคลิป
"จำเสียงตัวเองได้ไหมคะพี่เต?"
"เธอแอบถ่ายพี่?"
ชายหนุ่มถามเสียงต่ำ อลิสาหัวเราะเบา ๆ
"ประเด็นสำคัญคือพี่กำลังนอกใจคู่หมั้น ไม่ใช่ว่าไอรู้เรื่องนี้ได้ยังไงค่ะ"
เตชินท์กำหมัดแน่น เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนกดเสียงลง
"เก็บโทรศัพท์เดี๋ยวนี้! เรามีเรื่องต้องคุยกัน!"
"คุยเรื่องอะไรคะ?"
"เรื่องของเรา!"
"ได้ค่ะ"
อลิสาพยักหน้า ก่อนขยับถอยหลังหนึ่งก้าว
"แต่ไอคิดว่าเรื่องนี้ควรคุยกันให้จบตรงนี้เลย"
เธอไม่ได้ยกโทรศัพท์ขึ้นประจานต่อหน้าจอขนาดใหญ่ ไม่ได้เดินแจกคลิปให้แขกทั่วงาน เพียงหันไปทางนักข่าวสายสังคมคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ และกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน
"ขอโทษนะคะ ดิฉันขอแจ้งเรื่องหนึ่งต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนี้ค่ะ"
เตชินท์รีบกระซิบ
"ไอริส! อย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่!"
อลิสาหันกลับมามองเขา
"พี่กลัวอะไรคะ?"
เขาไม่ตอบ
"กลัวคนอื่นรู้ว่าพี่นอกใจไอ หรือกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าที่ผ่านมาไอไม่ได้บ้าอย่างที่พี่ชอบพูด?"
"เธอ!"
"ตอบสิคะพี่เต"
น้ำเสียงของอลิสาเริ่มสั่นเล็กน้อย
"เพราะไออยากรู้จริง ๆ"
ชายหนุ่มนิ่งไป
"ไออยากรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เวลาพี่มองไอร้องไห้เพราะผู้หญิงคนนี้ พี่เคยรู้สึกผิดบ้างไหม?"
****
