บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ความตายไม่น่ากลัวเท่าความโง่เขลา ep 2

บทที่ 2 ความตายไม่น่ากลัวเท่าความโง่เขลา ep 2

โลกทั้งใบของเธอเงียบลงอีกครั้ง

"พี่รักมิน"

เขาหันไปมองหญิงสาวข้างกาย ก่อนยกมือขึ้นโอบไหล่หล่อนเอาไว้

"คนที่พี่อยากอยู่ด้วยคือมิน ไม่ใช่เธอ"

อลิสาจ้องภาพตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย ประโยคนั้นช่างเรียบง่ายเหลือเกิน

ไม่มีคำอธิบายยืดยาว…

ไม่มีคำขอโทษ…

ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ต่อช่วงเวลาหลายปีที่เคยอยู่ด้วยกัน…มีเพียงคำว่า ไม่รักแล้ว…และคำคำเดียวกันนั้นกลับสามารถทำลายทุกสิ่งที่เธอเคยเชื่อมั่นลงได้อย่างง่ายดาย

"ถ้าพี่ไม่รัก..."

อลิสากลืนเลือดและน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

"ทำไม...ไม่บอกไอ..."

เตชินท์ขมวดคิ้ว

"อะไรนะ?"

"ทำไมไม่บอกกันดี ๆ..."

เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบขาดหาย

"ไอ...ปล่อยพี่ไปก็ได้..."

น้ำตาหยดใหญ่ไหลลงมาตามหางตา ผสมกับหยดฝนที่สาดผ่านหน้าต่างรถเข้ามา

"พี่ไม่รัก...ไอก็ไม่บังคับ..."

เธอสะอื้นจนเจ็บแปลบไปทั้งทรวงอก

"แต่ทำไม...ต้องปล่อยให้ไอตายด้วย..."

คำถามนั้นทำให้เตชินท์นิ่งไป มินตราเองก็ชะงักหญิงสาวในชุดเดรสสีอ่อนก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนขยับเข้าไปซบแผงอกของเตชินท์อีกครั้ง

"พี่เตคะ... มินกลัว..."

เตชินท์มองหญิงสาวในอ้อมกอด แล้วหันไปมองรถที่กำลังถูกเปลวไฟลุกลามเขากำมือแน่นอยู่ข้างลำตัว

"ถ้าเธอรอด..."

เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อลิสาหนาวเยือกไปทั้งร่าง

"เรื่องทุกอย่างก็ไม่มีวันจบ"

อลิสาเบิกตากว้างเธอเข้าใจแล้ว! ในที่สุดเธอก็เข้าใจ! เขาไม่ได้ไม่ช่วยเพราะกลัวไฟ ไม่ได้ไม่ช่วยเพราะโกรธจนขาดสติ แต่เขากำลังตัดสินใจปล่อยให้เธอตาย เพราะความตายของเธอจะทำให้ปัญหาทั้งหมดของเขาสิ้นสุดลง! เธอไม่ใช่คนรักไม่ใช่คู่หมั้น ไม่ใช่ผู้หญิงที่เคยผ่านช่วงเวลาสุขทุกข์ร่วมกับเขามาหลายปี

เธอเป็นเพียงปัญหาชิ้นหนึ่งที่เขาอยากกำจัดทิ้ง!

"พี่เต..."

เสียงเรียกครั้งนี้ไม่เหลือความอ้อนวอนเหมือนก่อนหน้า มีเพียงความเจ็บปวดที่ลึกจนแทบไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

"ไอเคยรักพี่มากนะ..."

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก

"รู้ไหม..."

อลิสาพยายามยิ้มทั้งน้ำตา

"ไอเคยคิดว่า...ถ้าวันหนึ่งต้องเลือกระหว่างชีวิตตัวเองกับพี่..."

ลมหายใจของเธอสะดุด

"ไอจะเลือกพี่..."

เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นบริเวณฝากระโปรงรถ มินตราสะดุ้ง รีบกระชากแขนชายหนุ่ม

"พี่เต! ไปเถอะค่ะ!"

เตชินท์มองอลิสาเป็นครั้งสุดท้าย ในดวงตาคู่นั้นมีบางอย่างไหววูบ บางทีอาจเป็นความรู้สึกผิด หรืออาจเป็นเพียงความกลัวว่าตัวเองจะเดือดร้อน แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เขาก็ไม่ได้เดินกลับมา

"ไปกันเถอะมิน"

เขาหันหลังและเดินจากไป ทั้งที่ยังได้ยินเสียงอลิสาเรียกชื่อเขาอยู่เบื้องหลัง!

อลิสาจ้องมองแผ่นหลังคุ้นเคยที่ค่อย ๆ ห่างออกไปท่ามกลางสายฝน

ภาพตรงหน้าพร่ามัวลงทุกขณะ

เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้เพราะความเจ็บปวด หรือเพราะเพิ่งตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่น่าอดสูเหลือเกิน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอวิ่งตามผู้ชายคนหนึ่งราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปจากชีวิต

เธอจำได้หมดว่าเขาชอบกินอะไร ไม่ชอบอาหารชนิดไหน แพ้ยาอะไร วันไหนเขามีประชุมสำคัญ หรือแม้แต่กาแฟหนึ่งแก้วที่เขาดื่มเป็นประจำควรใส่น้ำตาลกี่ช้อน

เธอจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ แต่กลับจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ตัวเองมีความสุขโดยไม่ต้องคอยกังวลว่าเขาจะไปหาผู้หญิงอื่นคือเมื่อไหร่

เธอจำได้ว่าเคยยกเลิกวันเกิดของตัวเองเพราะเตชินท์บอกว่าติดธุระ

จำได้ว่าเคยทิ้งมื้ออาหารกับครอบครัว เพียงเพราะเขาส่งข้อความมาว่าอยากให้เธอไปหา

จำได้ว่าเคยทะเลาะกับบิดาอย่างรุนแรง เพราะท่านไม่เห็นด้วยที่เธอจะให้เตชินท์เข้ามามีอำนาจในโครงการของบริษัทมากเกินไป

ตอนนั้นเธอโกรธพ่อมากโกรธจนไม่ยอมกลับบ้านหลายวัน

'พ่อไม่เข้าใจหรอกค่ะว่าไอรักพี่เตมากแค่ไหน!'

เธอเคยพูดประโยคนั้นใส่หน้าบิดา จำได้ว่าท่านยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ

'พ่อเข้าใจว่าลูกรักเขา แต่พ่ออยากให้ลูกจำไว้อย่างหนึ่งนะไอริส'

'อะไรอีกล่ะคะพ่อ!'

'อย่ารักใครจนลืมว่าตัวเองก็มีค่า'

ตอนนั้นเธอไม่ฟัง เธอคิดว่าพ่อหัวโบราณ คิดว่าท่านไม่เข้าใจความรักของคนหนุ่มสาว เธอยังจำได้ด้วยซ้ำว่าเดินกระแทกเท้าหนีออกจากบ้าน ก่อนปิดประตูเสียงดังจนบิดาสะดุ้ง

แต่ในเวลานี้...

ตอนที่ร่างกายกำลังถูกความตายคืบคลานเข้ามาครอบงำอย่างช้า ๆเธอกลับคิดถึงคำพูดของท่านขึ้นมาอย่างชัดเจน

พ่อคะ...

ไอผิดไปแล้ว...

หยาดน้ำตารินไหลลงมาตามหางตา

ไอน่าจะเชื่อพ่อ...

ไอน่าจะกลับบ้าน...เธอนึกถึงบ้านหลังใหญ่ที่มีแสงไฟเปิดรออยู่ทุกคืน นึกถึงเสียงมารดาที่มักบ่นว่าเธอทำงานหรือเที่ยวดึกเกินไป และนึกถึงบิดาที่ชอบถามแม่บ้านว่าเธอกลับมาหรือยัง ทั้งที่โทรศัพท์ถามเธอเองก็ได้

เธอเคยรำคาญคำถามเหล่านั้น เคยบ่นว่าพ่อกับแม่ทำเหมือนเธอเป็นเด็กเล็ก ๆ

แต่ตอนนี้...สิ่งที่เธออยากได้มากที่สุดกลับเป็นโอกาสที่จะได้ยินเสียงบ่นเหล่านั้นอีกสักครั้ง

เพียงสักครั้งเดียวก็ยังดี!เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

ครืด... ครืด...

อลิสากลอกตาไปตามเสียง โทรศัพท์ของเธอตกอยู่บนเบาะข้างคนขับ หน้าจอที่มีรอยร้าวสว่างขึ้นท่ามกลางความมืด ตัวอักษรสองพยางค์บนหน้าจอทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น

พ่อ

อลิสาเบิกตากว้าง

"พ่อ..."

มือข้างที่ยังพอขยับได้ค่อย ๆ ยื่นออกไป ปลายนิ้วของเธออยู่ห่างจากโทรศัพท์เพียงคืบเดียว

อีกนิด...

อีกนิดเดียว!

เธออยากรับสาย…

อยากได้ยินเสียงพ่อ…

อยากบอกว่าตัวเองขอโทษ…

อยากบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเตชินท์อีกแล้ว เพราะลูกสาวคนโง่คนนี้ไม่รักเขาอีกต่อไปแล้ว เธออยากบอกว่าถ้าคืนนี้รอดกลับไปได้ จะนั่งกินข้าวกับพ่อและแม่ทุกวัน จะไม่ทำให้ท่านต้องเสียน้ำตาเพราะเธออีก

และที่สำคัญที่สุด...เธออยากบอกว่าตัวเองรักพ่อกับแม่มากแค่ไหน! ปลายนิ้วของอลิสาแตะขอบโทรศัพท์ได้แล้วแต่ก่อนที่เธอจะลากมันเข้ามาใกล้ เสียงเรียกเข้าก็หยุดลง

หน้าจอดับวูบความหวังสุดท้ายในดวงตาของเธอสั่นไหว

"พ่อ..."

เธอพยายามร้องเรียกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงใดหลุดออกมามีเพียงลมหายใจแผ่วเบาและหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างเงียบงัน

โทรศัพท์เครื่องนั้นยังคงอยู่ตรงหน้าใกล้เสียจนมองเห็นรอยนิ้วมือของตัวเองบนกระจกแต่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึงอีกแล้ว

พ่อคะ...

คืนนี้ไม่ต้องรอไอแล้วนะ...

ความคิดนั้นทำให้หัวใจของอลิสาเจ็บเสียยิ่งกว่าบาดแผลทั้งหมดบนร่างกาย เพราะเธอรู้ดีว่าพ่อคงรอต่อให้ดึกแค่ไหน ท่านก็ยังรอ และเมื่อพรุ่งนี้เช้ามาถึง คนที่รักเธอที่สุดสองคนจะได้รับข่าวร้ายที่ไม่มีวันเตรียมใจรับไหวลูกสาวที่พวกท่านเลี้ยงดูทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็ก...กำลังจะไม่มีโอกาสกลับบ้านอีกแล้ว!

อลิสาสะอื้นอย่างไร้เสียงตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอวิ่งตามคนที่ไม่เคยหันกลับมามอง จนลืมไปว่ามีคนสองคนยืนรอเธออยู่ที่เดิมเสมอและกว่าจะรู้ตัว...

ทุกอย่างก็สายเกินไป!

เสียงฝีเท้าและเสียงประตูรถปิดดังแว่วมาจากระยะไกลอลิสาพยายามหันศีรษะไปมองผ่านม่านฝนที่พร่ามัว เธอเห็นรถยนต์สีดำของเตชินท์กำลังเคลื่อนตัวออกไป

มินตรานั่งอยู่ข้างเขา

หญิงสาวคนนั้นไม่ได้ร้องไห้อีกแล้วก่อนขึ้นรถ หล่อนยังหันกลับมามองซากรถของอลิสาอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นริมฝีปากบางก็ยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็นแต่กลับชัดเจนอย่างน่ากลัวในความทรงจำของคนกำลังจะตาย

อลิสาจ้องรอยยิ้มนั้น แล้วจู่ ๆ บางสิ่งที่เคยหนักอึ้งอยู่ในหัวใจก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยน

ไม่ใช่เพราะเธอหยุดเจ็บ

แต่เพราะในที่สุดเธอก็เลิกหลอกตัวเองความรักอย่างนั้นเหรอ?พวกแกเรียกสิ่งที่ทำกับฉันว่าความรักอย่างนั้นเหรอ?เธอเคยยอมเป็นคนผิดเพื่อให้เตชินท์ดูเป็นคนดี ยอมให้ใครต่อใครเรียกเธอว่านางร้าย เพื่อรักษาชื่อเสียงของผู้ชายที่ตัวเองรัก เคยเชื่อด้วยซ้ำว่าหากวันหนึ่งเธออดทนมากพอ เขาอาจกลับมาเป็นเตชินท์คนเดิม

แต่ความจริงที่น่าเจ็บปวดที่สุดก็คือ...เขาไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นมานานแล้ว มีเพียงเธอที่ยังยืนรออยู่ในความทรงจำเก่า ๆ ไม่ยอมเดินออกมาเสียที

อลิสาค่อย ๆ หลับตาลง ภาพวันหมั้นหมายแล่นผ่านเข้ามาในหัว

วันนั้นเตชินท์คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ท่ามกลางดอกกุหลาบสีขาวนับพันดอก เขาสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนางของเธอ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หญิงสาวน้ำตาไหลด้วยความสุข

'ต่อจากนี้พี่จะดูแลไอเอง'

เธอยังจำได้ว่าตัวเองตอบอะไร

'สัญญานะคะ?'

'สัญญาสิ'

ตอนนั้นเธอเชื่อจริง ๆเชื่อจนคิดว่าต่อให้วันหนึ่งทั้งโลกหันหลังให้ ผู้ชายคนนี้ก็จะยังยืนอยู่ข้างเธอ แต่คืนนี้... คนที่หันหลังให้เธอเป็นคนแรกกลับเป็นเขา! เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นอีกครั้ง ความร้อนเริ่มแผดเผาเข้ามาภายในห้องโดยสาร

อลิสากลับไม่กรีดร้องอีกแล้วเธอเพียงมองแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายแหวนที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เธอมีความสุขจนร้องไห้แหวนที่เธอเฝ้าทะนุถนอม ไม่ยอมถอดแม้แต่ในวันที่ทะเลาะกันรุนแรงที่สุด

ตอนนี้มันเปรอะเปื้อนเลือด อลิสาพยายามขยับนิ้วอยากถอดมันออก อยากโยนมันทิ้งไปให้ไกลที่สุดแต่ร่างกายกลับไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย

"พอกันที..."

เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากหยาดน้ำตาสุดท้ายไหลลงมาตามหางตา

เตชินท์...

ฉันจะไม่รักแกอีกแล้ว...ต่อให้ต้องตายอีกกี่ครั้ง ฉันก็จะไม่ยอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับความรักของแกอีก!ใบหน้าของพ่อกับแม่ปรากฏขึ้นมาในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย หัวใจเธอบีบรัดด้วยความเสียใจที่ไม่มีวันแก้ไขได้

ถ้าสวรรค์ยังมีเมตตา...

ขอโอกาสให้ฉันสักครั้งได้ไหม...

ขอให้ฉันได้กลับไปกอดพ่อกับแม่อีกครั้ง...

ขอให้ฉันได้บอกพวกท่านว่าขอโทษ...

และถ้าต้องกลับไปเจอคนสองคนนั้นอีก...

ดวงตาของอลิสาค่อย ๆ เปิดขึ้น ความรักที่เคยมีอยู่ในนั้นเลือนหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความแค้นที่ฝังลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ ฉันจะให้พวกแกได้รู้ว่า การถูกคนที่ตัวเองไว้ใจหักหลังมันเจ็บปวดแค่ไหน!

เสียงบางอย่างปะทุขึ้นจากด้านหน้ารถ ประกายไฟวาบผ่านม่านควัน อลิสาหลับตาลงช้า ๆในวินาทีสุดท้ายก่อนทุกอย่างดับวูบ เธอไม่ได้เรียกชื่อเตชินท์อีกแล้วเธอเรียกเพียงคำเดียว

"พ่อ..."

ตูม!!!

*****

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel