บทที่ 1 ความตายไม่น่ากลัวเท่าความโง่เขลา ep 1
บทที่ 1 ความตายไม่น่ากลัวเท่าความโง่เขลา ep 1
"พี่เต... ช่วยไอด้วย..."
เสียงเรียกแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนเลือด ทว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรกลับไม่ขยับเข้ามา แม้แต่ก้าวเดียว อลิสาพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางม่านฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เธอเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างชัดเจน
เตชินท์...
ผู้ชายที่เธอรักมาตลอดหลายปี ผู้ชายที่เคยสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ พร้อมให้คำมั่นว่าจะจับมือกันไปจนแก่เฒ่า และเป็นผู้ชายคนเดียวกันกับที่กำลังยืนมองเธอรอความตายอยู่ในเวลานี้!
กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงผสมกับกลิ่นยางไหม้ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นผ่านทรวงอกทุกครั้งที่พยายามสูดลมหายใจ เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนเบาะหนังราคาแพง ขณะที่ส่วนหน้าของรถสปอร์ตคันหรูยุบเข้ามาจนพวงมาลัยกดทับร่างของเธอเอาไว้
เมื่อครู่รถของเธอเสียหลักพุ่งชนแผงกั้นริมถนนอย่างรุนแรง ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเหยียบเบรกทันหรือไม่ รู้เพียงว่าหลังเสียงกระแทกสนั่น โลกทั้งใบก็พลิกคว่ำ ก่อนความเจ็บปวดแสนสาหัสจะตามมา
สายเข็มขัดนิรภัยรั้งร่างเธอเอาไว้ แต่แรงกระแทกทำให้หน้าอกเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก ขาทั้งสองข้างถูกชิ้นส่วนใต้คอนโซลที่บิดเบี้ยวกดทับจนขยับไม่ได้
…เจ็บ...
พี่เต... ไอเจ็บเหลือเกิน...
เปลวไฟเล็ก ๆ เริ่มลุกขึ้นบริเวณใต้ฝากระโปรงรถ แสงสีส้มสะท้อนหยาดฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ควันสีเทาลอยลอดผ่านรอยแตกของกระจกหน้าเข้ามาภายในห้องโดยสาร อลิสาพยายามยกมือขึ้นปลดเข็มขัดนิรภัย แต่ปลายนิ้วกลับสั่นจนไม่อาจออกแรงได้
เธอยังไม่อยากตาย!
เธออายุเพียงยี่สิบแปดปี ยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากทำ ยังมีสถานที่อีกมากมายที่อยากไป และยังมีคำพูดอีกนับร้อยนับพันที่อยากบอกกับคนสำคัญ
"ช่วย...ด้วย..."
เสียงของเธอเบาจนแทบถูกกลืนหายไปกับสายฝน ทว่าในวินาทีที่มองผ่านกระจกด้านข้างซึ่งแตกเป็นช่องกว้าง หญิงสาวกลับเห็นภาพหนึ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความหวัง
เตชินท์กำลังเดินเข้ามา!
เขาเห็นเธอแล้ว!
"พี่เต!"
อลิสาพยายามเปล่งเสียงเรียกอีกครั้ง มือข้างที่ยังขยับได้ยกขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนฝ่ามือเปื้อนเลือดจะสัมผัสกับขอบหน้าต่างรถ เขาเดินเข้ามาใกล้จนเธอมองเห็นใบหน้าคมคายที่เคยหลงรักอย่างชัดเจน
เตชินท์ก้มมองสภาพรถที่พังยับเยิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอยังมีสติอยู่
"ไอริส..."
เพียงได้ยินเสียงเรียกชื่อ น้ำตาของอลิสาก็ไหลออกมาทันที
เขายังเป็นห่วงเธอ! ต่อให้ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรงเพียงใด ต่อให้เขาพูดจาทำร้ายจิตใจเธอมากแค่ไหน อย่างน้อยในวินาทีที่เธอกำลังจะตาย เขาก็ยังเดินกลับมาหา
เห็นไหม…พี่เตไม่ได้ใจร้ายกับเธอถึงขนาดนั้น
เขาแค่โกรธ...แค่เหนื่อยกับความขี้หึงของเธอเท่านั้น
แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ อลิสาก็ยังพยายามหาเหตุผลเข้าข้างเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
"พี่เต... ไอออกไปไม่ได้..."
หญิงสาวสะอื้น เลือดสีแดงเข้มไหลซึมออกจากมุมปาก
"ช่วยไอที...ไอยังไม่อยากตาย..."
เตชินท์ขยับเข้ามาอีกก้าว ก่อนยื่นมือไปจับมือเปิดประตูรถที่บิดเบี้ยว อลิสามองการกระทำนั้นด้วยความหวังอันริบหรี่
อีกนิดเดียว...
เพียงเขาช่วยเปิดประตู เรียกรถพยาบาล หรือทำอะไรก็ได้เพื่อช่วยชีวิตเธอ...เธออาจยังมีโอกาสรอด! แต่แล้วเสียงหวานสั่นเครือก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"พี่เตคะ!"
มินตรารีบเดินฝ่าสายฝนเข้ามา ใบหน้าหวานซีดเผือด ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยน้ำตา หล่อนยื่นมือไปคว้าแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่น
"อย่าเข้าไปใกล้เลยค่ะ! ไฟกำลังลุกนะคะ มินกลัว!"
เตชินท์หันไปมองหญิงสาวข้างกาย
"มิน ถอยไปก่อน"
"แต่พี่เต..."
มินตราเม้มริมฝีปาก ก่อนปรายตามองอลิสาที่ติดอยู่ในซากรถ
"คุณไอริสยังมีชีวิตอยู่นะคะ เราควรโทรเรียกรถพยาบาล..."
เธอพูดเช่นนั้นก็จริง ทว่ามือกลับกระชับแขนเตชินท์แน่นขึ้น ไม่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมาแม้แต่น้อย อลิสาพยายามพยักหน้า
…ใช่...
โทรเรียกรถพยาบาลที! ขอเพียงใครสักคนโทรเรียกความช่วยเหลือ เธออาจยังไม่ต้องตายอยู่ตรงนี้
"พี่เต..."
เธอยื่นมือไปหาเขาอีกครั้ง ปลายนิ้วที่เปื้อนเลือดอยู่ห่างจากมือของชายหนุ่มเพียงนิดเดียว ทว่าเตชินท์กลับค่อย ๆ ปล่อยมือจากที่เปิดประตูรถ อลิสาชะงัก…ความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในอกพลันสั่นคลอน
"พี่...?"
เตชินท์ไม่ตอบ เขายืนมองเธออยู่นานหลายวินาที นานพอให้อลิสาเห็นบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปในแววตาคู่นั้น ความตกใจในตอนแรกค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงความลังเล
ก่อนความลังเลจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"พี่เตคะ?"
มินตราเรียกเบา ๆ
"เราจะทำยังไงดี?"
เตชินท์เม้มริมฝีปากแน่น เขามองอลิสาอีกครั้ง ก่อนเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา
"ไม่ต้องโทร"
อลิสานิ่งงัน หัวใจของเธอกระตุกวูบ
อะไรนะ?
"คะ?" มินตราเงยหน้าขึ้น
"พี่บอกว่าไม่ต้องโทรเรียกรถพยาบาล"
เสียงของเตชินท์ต่ำลง เขาเหลือบมองเปลวไฟที่กำลังลุกลามบริเวณหน้ารถ ก่อนหันกลับไปสบตาหญิงสาวในอ้อมกอด
"ขึ้นรถเถอะมิน"
ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวอลิสาในทันที แม้เสียงฝนจะยังดังสนั่น แม้เปลวไฟจะส่งเสียงปะทุอยู่ไม่ไกล แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง
ไม่ต้องโทร...
เขาพูดว่าไม่ต้องโทรอย่างนั้นหรือ?
"พี่เต..."
อลิสาพยายามเรียกเขา แต่เสียงกลับสั่นจนแทบไม่เป็นคำ
"ไอ...ยังอยู่..."
ชายหนุ่มหันกลับมามอง เป็นเพียงการมองแวบเดียว ทว่ามันมากพอให้เธอเข้าใจว่าเขาได้ยินทุกคำ!
"พี่รู้"
สองพยางค์สั้น ๆ ทำให้อลิสาเบิกตากว้าง
เขารู้...รู้ว่าเธอยังมีชีวิต!รู้ว่าเธอกำลังร้องขอความช่วยเหลือ! แต่เขากลับ...
"ทำไม..."
น้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
"ทำไมพี่ไม่ช่วยไอ..."
เตชินท์เบือนหน้าหนี
"ไอริส เรื่องของเรามันควรจบไปนานแล้ว"
หญิงสาวตัวแข็งทื่อ
"อะไร...นะ..."
"พี่เหนื่อยแล้ว"
เขาถอนหายใจราวกับกำลังพูดถึงเรื่องน่ารำคาญเรื่องหนึ่ง
"เหนื่อยกับการที่ต้องคอยเอาใจเธอ เหนื่อยกับความหึงหวงของเธอ เหนื่อยกับการที่ต้องทำเหมือนยังรักเธออยู่ทุกวัน!"
แต่ละคำกระแทกลงกลางหัวใจของอลิสาอย่างแม่นยำเธอเคยคิดว่าความเจ็บปวดจากอุบัติเหตุครั้งนี้รุนแรงที่สุดแล้ว ทว่าในเวลานี้ เธอกลับอยากให้ตัวเองหูหนวกไปเสีย!
"พี่เต..."
"เธอรู้ไหมว่าการอยู่กับเธอมันอึดอัดแค่ไหน?"
เสียงของเขาเริ่มแข็งกร้าว
"จะไปไหนก็ต้องรายงาน จะทำอะไรก็ต้องระวัง เธอทำเหมือนพี่เป็นสมบัติที่ต้องเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!"
อลิสาส่ายหน้าช้า ๆ
ไม่ใช่...
เธอไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนั้น ตอนแรกเธอก็ไม่ได้ขี้หึง ไม่ได้ชอบระแวง ไม่ได้เป็นผู้หญิงที่คอยตามตรวจสอบโทรศัพท์ของคนรัก
เธอเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่พบข้อความแปลก ๆ ในโทรศัพท์เขา ตั้งแต่วันที่เห็นรูปถ่ายของมินตราในรถของเขา ตั้งแต่วันที่เขาเริ่มกลับบ้านดึก และตอบคำถามทุกอย่างด้วยความหงุดหงิด
เธอเคยพยายามเชื่อใจพยายามบอกตัวเองว่าคนรักกันต้องให้เกียรติกัน แต่ทุกครั้งที่เธอเริ่มวางใจ ก็มักมีความจริงบางอย่างโผล่ขึ้นมาทำให้หัวใจแตกสลายอีกครั้ง
แล้วสุดท้าย... คนที่ถูกกล่าวหาว่าไม่มีเหตุผล กลับกลายเป็นเธอ!
"ไอ…แค่..."
เธอพยายามพูด
"ไอ…แค่อยากให้พี่รักไอเหมือนเดิม..."
ใบหน้าของเตชินท์แข็งค้างไปเล็กน้อยแต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น
"พี่ไม่ได้รักเธอแล้ว อลิสา"
****
