บทที่ 12 คุณหนูคนนี้ไม่ใช่ของตกแต่งบริษัท ep 1
บทที่ 12 คุณหนูคนนี้ไม่ใช่ของตกแต่งบริษัท ep 1
แปดโมงสิบห้านาที
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะภายในโถงสำนักงานใหญ่ศิริโภคิน กรุ๊ป อลิสา ศิริโภคิน ก้าวผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกับกางเกงขายาวสีดำ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นหางม้าต่ำ ใบหน้างดงามแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย แต่ริมฝีปากยังคงเป็นสีแดงอ่อนที่ช่วยขับให้ดวงตาคู่สวยดูเฉียบคมขึ้น
หากเป็นเมื่อก่อน อลิสาคงเข้ามาในอาคารแห่งนี้เพื่อรอรับบิดาไปกินข้าว หรือไม่ก็แวะมาขอเงินเพิ่มสำหรับซื้อกระเป๋ารุ่นใหม่
แต่วันนี้แตกต่างออกไป
เธอไม่ได้มาหาพ่อ
ไม่ได้มาขอเงิน และไม่ได้มาเดินเล่นให้พนักงานเรียกคุณหนูด้วยความเกรงใจ
เธอมาทำงาน!
"สวัสดีค่ะคุณไอริส!"
พนักงานประชาสัมพันธ์สองคนรีบลุกขึ้นทักทายทันทีที่เห็นเธอ อลิสาหยุดเดิน ก่อนยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
"สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันมารายงานตัวกับฝ่ายตรวจสอบภายในค่ะ"
พนักงานหญิงคนหนึ่งชะงัก
"ฝ่ายตรวจสอบเหรอคะ?"
"ใช่ค่ะ"
"เอ่อ คุณไอริสจะไปพบใครคะ?"
"คุณวิชุดาค่ะ"
พนักงานทั้งสองสบตากันอย่างแปลกใจ ก่อนรีบโทรศัพท์แจ้งฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อลิสาไม่ได้สนใจปฏิกิริยานั้นมากนัก เธอเดินไปรอหน้าลิฟต์พร้อมพนักงานคนอื่น ๆ โดยไม่ใช้ลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริษัท ทั้งที่มีสิทธิ์ขึ้นไปหาบิดาได้ทันที แต่ระหว่างรอ เสียงกระซิบเบา ๆ จากด้านหลังก็ดังขึ้น
"นั่นคุณไอริสจริง ๆ เหรอ?"
"ใช่ เมื่อคืนเพิ่งถอนหมั้นกลางงานกาล่าไม่ใช่เหรอ?"
"ฉันเห็นข่าวแล้ว สวยมาก แต่ดุมากเหมือนกัน!"
"ได้ยินว่าวันนี้จะเข้ามาทำงานในบริษัทด้วยนะ"
"จริงเหรอ? คุณหนูเนี่ยนะ?" เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังตามมา
"ฉันพนันเลยว่าอยู่ได้ไม่เกินสามวัน!"
"ให้หนึ่งสัปดาห์ก็หรูแล้วมั้ง!"
อลิสาได้ยินทุกคำ เธอเหลือบมองเงาสะท้อนของตัวเองบนประตูลิฟต์ ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย สามวันอย่างนั้นเหรอ? ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ! เมื่อลิฟต์เปิดออก เธอจึงเดินเข้าไปพร้อมพนักงานกลุ่มนั้น ก่อนหันกลับมายิ้มหวาน
"ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะคะ"
พนักงานทั้งสองสะดุ้งเฮือก
"คะ?"
อลิสายิ้มกว้างขึ้น "ฉันได้ยินเรื่องสามวันกับหนึ่งสัปดาห์แล้วค่ะ"
ใบหน้าของคนทั้งคู่ซีดเผือดทันที "คุณไอริส! คือพวกเราไม่ได้ตั้งใจจะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวตอบอย่างอารมณ์ดี
"ถ้าฉันทำงานไม่ได้จริง ๆ จะให้อยู่ครบสามสิบวันก็ยังน่าอายอยู่ดี"
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"แต่ถ้าฉันอยู่เกินหนึ่งสัปดาห์ ช่วยเลี้ยงกาแฟฉันคนละแก้วได้ไหมคะ?"
พนักงานทั้งสองอ้าปากค้าง อลิสาหัวเราะเบา ๆ
"ล้อเล่นค่ะ แต่คราวหน้าอย่าพนันเรื่องคนอื่นต่อหน้าเจ้าตัวนะคะ บางทีเจ้าตัวอาจอยากร่วมวงด้วย!"
เสียงหัวเราะของพนักงานอีกคนดังขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่ บรรยากาศอึดอัดภายในลิฟต์คลายลงทันที อลิสาหันกลับไปมองตัวเลขชั้นที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ
เธอไม่ได้โกรธพนักงานเหล่านั้น เพราะถ้าเป็นตัวเธอในชีวิตก่อน ก็คงไม่เชื่อตัวเองเหมือนกันว่าจะเข้ามาทำงานอย่างจริงจัง! แต่ครั้งนี้เธอจะทำให้ทุกคนเห็น ลูกสาวเจ้าของบริษัทไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงของตกแต่งในงานเลี้ยงเสมอไป!
"ตรงเวลานะคะ"
เสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นทันทีที่อลิสาก้าวเข้ามาในห้องประชุมขนาดเล็ก
วิชุดา หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในของศิริโภคิน กรุ๊ป ยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน เธอเป็นผู้หญิงวัยสี่สิบปลาย ๆ สวมแว่นกรอบบางและชุดสูทสีกรมท่า ใบหน้าเคร่งขรึมจนพนักงานหลายคนยอมรับว่าการถูกเรียกเข้าพบเธอน่ากลัวกว่าการถูกประธานบริษัทตำหนิเสียอีก
อลิสารีบยกมือไหว้อย่างสุภาพ
"สวัสดีค่ะคุณวิชุดา"
อีกฝ่ายรับไหว้ก่อนมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
"ทราบใช่ไหมคะว่าที่นี่ไม่ใช่แผนกฝึกงานสำหรับลูกหลานผู้บริหาร"
อลิสาพยักหน้า "ทราบค่ะ"
"และดิฉันไม่ได้รับคำสั่งให้ดูแลคุณเป็นพิเศษ"
"ทราบค่ะ" วิชุดาเลิกคิ้ว
"คุณทราบทุกอย่างเลยเหรอคะ?"
อลิสายิ้มบาง "ยังไม่ทุกอย่างค่ะ ถึงได้มาขอเรียนรู้งาน"
วิชุดาชะงักไปเล็กน้อยก่อนมุมปากจะกระตุกขึ้นอย่างแทบสังเกตไม่เห็น
"ปากเก่งเหมือนกันนะคะ"
หญิงสาวยิ้มหวาน
"พ่อก็บอกอย่างนั้นบ่อยค่ะ"
วิชุดาหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมเหมือนเดิม
"เอาละ เข้าเรื่องงานกัน"
เธอหยิบแฟ้มเอกสารสามชุดวางลงบนโต๊ะ
"คุณธนินทร์แจ้งดิฉันแล้วว่าคุณต้องการพิสูจน์ตัวเองภายในสามสิบวัน"
"ค่ะ"
"หน้าที่ของคุณคือผู้ประสานงานในทีมตรวจสอบพิเศษ คุณช่วยรวบรวมข้อมูล ตรวจความครบถ้วนของเอกสาร และเสนอข้อสงสัยได้ แต่ไม่มีสิทธิ์อนุมัติรายการทางการเงินหรือออกคำสั่งแทนผู้บริหาร"
อลิสาพยักหน้าอย่างตั้งใจฟัง "เข้าใจค่ะ"
"ข้อมูลทุกอย่างที่ได้เห็นถือเป็นความลับของบริษัท ห้ามนำไปเปิดเผยกับบุคคลภายนอกโดยไม่มีอำนาจ แม้แต่กับคนในครอบครัวก็ต้องดูว่าเป็นข้อมูลประเภทไหน"
"รับทราบค่ะ"
วิชุดามองเธออีกครั้ง "ถ้าคุณทำผิด ดิฉันจะตำหนิตามตรง"
อลิสายิ้ม "ดีค่ะ"
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบชะงัก
"ดี?"
"ค่ะ"
หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถ้าไม่มีใครบอกว่าฉันทำผิดตรงไหน ฉันก็คงไม่มีทางรู้ว่าต้องแก้อะไร"
วิชุดานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ พยักหน้า
"ถ้าอย่างนั้นหวังว่าคุณจะรักษาความคิดนี้ไว้ได้ตลอดสามสิบวัน"
เธอเลื่อนแฟ้มชุดแรกไปตรงหน้าอลิสา "เริ่มจากงานนี้ค่ะ"
อลิสาก้มมองหัวกระดาษ โครงการแกรนด์เอสเตท ดีเวลลอปเมนท์ สัญญาว่าจ้างงานระบบผนังกระจกอาคาร
หญิงสาวชะงัก นี่คือโครงการเดียวกับที่ภาคินทร์นำเอกสารมาให้เธอดูเมื่อคืน!วิชุดาสังเกตเห็นแววตาของเธอ
"รู้จักโครงการนี้ใช่ไหมคะ?"
"รู้จักค่ะ"
"ดี งั้นคงไม่ต้องอธิบายประวัติทั้งหมด"
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบเปิดหน้าสรุปสัญญา
"บริษัทโครงการว่าจ้างผู้รับเหมางานผนังกระจกอาคาร มูลค่าสัญญาเก้าร้อยล้านบาท มีเงื่อนไขจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อเตรียมงานและจัดหาวัสดุ"
อลิสาก้มอ่านตัวเลขอย่างตั้งใจ
มูลค่าสัญญา 900,000,000 บาท
เงินล่วงหน้าตามสัญญา 20%
จำนวนเงิน 180,000,000 บาท
หนึ่งร้อยแปดสิบล้านบาท!
วิชุดาใช้นิ้วแตะหน้ารายงาน
"บริษัทโครงการได้จ่ายเงินล่วงหน้าออกไปแล้วตามรายการในบัญชี แต่ตอนนี้ฝ่ายตรวจสอบต้องการยืนยันว่าเอกสารประกอบการจ่ายเงินครบถ้วนหรือไม่ และงานที่ผู้รับเหมาดำเนินการจริงเป็นไปตามรายงานหรือเปล่า"
อลิสาขมวดคิ้ว
"เงินล่วงหน้านี่จ่ายก่อนงานเสร็จได้ใช่ไหมคะ?"
วิชุดาพยักหน้า
"ได้ค่ะ ถ้าสัญญากำหนดไว้ เงินส่วนนี้อาจใช้จัดซื้อวัสดุหรือเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน"
"แปลว่าการจ่ายไปหนึ่งร้อยแปดสิบล้านไม่ได้หมายความว่าบริษัทเสียเงินโดยผิดปกติทันที"
วิชุดาเงยหน้าขึ้น
"ถูกต้อง"
อลิสาอ่านเอกสารต่อ ก่อนถามอีกครั้ง
"แล้วปัญหาอยู่ตรงไหนคะ?"
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบยื่นแฟ้มเล่มที่สองให้ "ลองหาดูเองค่ะ"
หญิงสาวชะงักก่อนหลุดยิ้มเล็กน้อย มาแล้ว! บททดสอบวันแรก! เธอรับแฟ้มมาเปิดอ่านอย่างตั้งใจหน้าต้น ๆ เป็นรายการเอกสารประกอบการขอจ่ายเงินล่วงหน้า มีทั้งหนังสือขอเบิกเงิน สัญญาว่าจ้าง และรายการหลักประกันตามเงื่อนไขสัญญา
อลิสาใช้เวลาหลายนาทีไล่ดูวันที่และเลขที่เอกสารก่อนคิ้วเรียวจะเริ่มขมวดเข้าหากัน
"คุณวิชุดาคะ"
"คะ?"
"ในรายการตรวจสอบระบุว่าต้องได้รับหนังสือค้ำประกันเงินล่วงหน้าที่ถูกต้องก่อนจ่ายเงินใช่ไหมคะ?"
"ค่ะ"
"แต่วันที่ในทะเบียนเอกสารตรงนี้เป็นวันที่สิบสอง"
เธอเลื่อนกระดาษอีกแผ่นมาตรงหน้า
"ส่วนวันที่อนุมัติและจ่ายเงินตามรายการบัญชีเป็นวันที่แปดของเดือนเดียวกัน"
วิชุดามองหน้าเธอทันที "แล้วคุณคิดว่าอย่างไร?"
อลิสานิ่งคิด ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง
"อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเอกสารช้าก็ได้ค่ะ"
วิชุดาพยักหน้า "เป็นไปได้"
"แต่ถ้าเอกสารถูกออกจริงหลังวันจ่ายเงิน ก็ต้องตรวจว่าใครอนุมัติให้จ่ายก่อนครบเงื่อนไข"
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบมองเธออย่างสนใจมากขึ้น
"มีอะไรอีก?"
อลิสาก้มอ่านแฟ้มต่อ
"ฉันอยากเห็นหนังสือค้ำประกันฉบับที่ธนาคารออกจริง รวมถึงหลักฐานยืนยันจากธนาคารค่ะ"
เธอหยุดเล็กน้อย
"แล้วก็อยากรู้ว่าผู้รับเหมานำเงินล่วงหน้าไปใช้เตรียมงานอะไรบ้าง ตามสิทธิ์ที่บริษัทมีในการขอตรวจสอบ"
วิชุดาเงียบไปหลายวินาทีก่อนพยักหน้าช้า ๆ
"ดีค่ะ"
อลิสาเงยหน้า "ดีเหรอคะ?"
"ดีที่คุณยังไม่รีบสรุปว่าใครโกงเงิน"
วิชุดาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"งานตรวจสอบไม่ใช่การหาคนผิดให้ได้ตามที่เราอยากเชื่อ แต่เป็นการค้นหาว่าอะไรเกิดขึ้นจริง"
อลิสาพยักหน้า
"เข้าใจค่ะ"
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบเลื่อนแฟ้มเล่มที่สามมาตรงหน้า
"ถ้าอย่างนั้นงานต่อไปของคุณคือเปรียบเทียบรายงานความคืบหน้ากับหลักฐานการตรวจรับงาน"
หญิงสาวเปิดอ่านทันที รายงานฉบับหนึ่งระบุว่างานระบบผนังกระจกมีความคืบหน้าสูงกว่าที่เธอคาดคิด แต่เมื่อเปิดดูภาพประกอบ กลับพบว่างานติดตั้งผนังกระจกจริงยังปรากฏเพียงบางส่วน อลิสาขมวดคิ้ว
"ตัวเลขความคืบหน้ารวมถึงงานผลิตวัสดุที่โรงงานด้วยหรือเปล่าคะ?"
วิชุดาเลิกคิ้ว "ทำไมถึงถาม?"
"เพราะถ้านับเฉพาะกระจกที่ติดตั้งบนอาคาร ตัวเลขดูไม่ตรงกันค่ะ แต่ถ้านับวัสดุที่ผลิตเสร็จแล้วยังไม่ได้ขนส่ง ก็อาจอธิบายได้"
"ถูกต้อง"
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบพยักหน้า
"และนั่นคือสิ่งที่เราต้องตรวจสอบ"
อลิสาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
"เราจะไปดูไซต์งานกันใช่ไหมคะ?"
วิชุดามองรองเท้าของเธอ
"คุณเตรียมรองเท้าสำหรับลงพื้นที่มาหรือเปล่า?"
อลิสายิ้มกว้าง ก่อนยกกระเป๋าใบใหญ่ที่วางข้างเก้าอี้ขึ้นมาเปิด ภายในมีรองเท้านิรภัยคู่ใหม่พร้อมถุงเท้าและเสื้อแขนยาวสำหรับลงไซต์งาน วิชุดานิ่งค้างไปชั่วขณะ
"เตรียมมาด้วย?"
"ค่ะ"
อลิสาตอบอย่างภาคภูมิใจ
"เมื่อคืนไออ่านข้อกำหนดความปลอดภัยของบริษัทจนเกือบตีหนึ่งเลยค่ะ!"
วิชุดาหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"คุณหนูคะ"
"คะ?"
"หวังว่าคุณจะเตรียมใจมาด้วยนะ"
อลิสายิ้มหวาน "เตรียมมาแล้วค่ะ!"
แต่เมื่ออีกฝ่ายหยิบแฟ้มงานหนาเกือบเท่าพจนานุกรมอีกเล่มออกมาวางตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหญิงสาวก็แข็งค้างทันที
วิชุดายกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ "นี่เป็นเอกสารที่คุณต้องอ่านระหว่างเดินทางค่ะ"
อลิสาก้มมองแฟ้ม ก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
"ทั้งหมดเลยเหรอคะ?"
"ทั้งหมดค่ะ"
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก
ได้!
หนึ่งร้อยแปดสิบล้านยังกล้าจ่ายกันได้ แล้วทำไมฉันจะอ่านเอกสารแค่นี้ไม่ได้! เธอรับแฟ้มมาอย่างองอาจแต่ทันทีที่ลองยกขึ้น น้ำหนักของมันก็ทำให้ข้อมือข้างที่ยังช้ำเจ็บแปลบ
"โอ๊ย!"
วิชุดาหันขวับ "เป็นอะไร?"
อลิสารีบวางแฟ้มลง ก่อนยิ้มแหย
"ข้อมือยังเจ็บนิดหน่อยค่ะ"
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบมองรอยแดง ก่อนขมวดคิ้ว
"ถ้าเจ็บมากต้องไปตรวจนะคะ แล้ววันนี้ไม่ต้องถือเอกสารหนัก เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ช่วย"
อลิสาพยักหน้าอย่างว่าง่าย
"ขอบคุณค่ะ"
วิชุดาถอนหายใจ "อย่าฝืนจนตัวเองเจ็บเพิ่ม งานยังมีให้ทำอีกเยอะ"
หญิงสาวมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนลง ปากดุ แต่ใจดีเหมือนกันนี่!
******
