บท
ตั้งค่า

บทที่ 11 เข้าทำงาน

บทที่ 11 เข้าทำงาน

ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง ธนินทร์มองลูกสาวเหมือนกำลังฟังอะไรผิดไป

"ลูกอยากเข้ามาทำงาน?"

"ค่ะ"

"จริงจัง?"

"จริงจังค่ะ"

ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว ก่อนเดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้

"ไอริส พ่อถามอะไรหน่อย"

"ค่ะ"

"ลูกทำแบบนี้เพราะอยากเอาชนะเตชินท์หรือเปล่า?"

คำถามนั้นทำให้อลิสาชะงัก ธนินทร์ถอนหายใจ

"พ่อรู้ว่าลูกเจ็บ พ่อเข้าใจว่าการถูกคนรักทรยศมันทรมานแค่ไหน แต่พ่อไม่อยากให้ลูกฝืนตัวเองทำอะไรที่ไม่ชอบ เพียงเพราะต้องการพิสูจน์ให้ผู้ชายคนนั้นเห็น"

อลิสานิ่งฟัง

"ถ้าลูกอยากพักก็พัก ถ้าอยากไปเรียนต่อ พ่อก็สนับสนุน ถ้าอยากเริ่มทำงานด้านอื่น พ่อก็ไม่ห้าม"

เขาหยุดเล็กน้อย "พ่อไม่ต้องการให้ลูกคิดว่าตัวเองต้องเก่งกาจกว่าเตชินท์จึงจะมีคุณค่า"

คำพูดนั้นทำให้หัวใจอลิสาบีบรัดขึ้นอย่างรุนแรง เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าบิดาจะเข้าใจความรู้สึกของเธอได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้

ในชีวิตก่อนเธอเคยพยายามทำตัวให้สมบูรณ์แบบเพื่อให้เตชินท์รัก แต่พ่อกลับบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องพิสูจน์คุณค่าตัวเองกับใคร!

อลิสาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ไอไม่ได้ทำเพื่อพี่เตค่ะ"

ธนินทร์เงยหน้า

หญิงสาวพูดต่อ"ไอทำเพราะเพิ่งรู้ว่าตัวเองละเลยสิ่งสำคัญไปมากแค่ไหน"

เธอมองไปรอบห้องทำงาน บนผนังด้านหนึ่งมีภาพถ่ายขาวดำสมัยที่ธนินทร์ยังหนุ่ม เขายืนอยู่หน้าอาคารสำนักงานหลังเล็กพร้อมดารณีที่กำลังยิ้มกว้าง

สมัยนั้นศิริโภคินยังไม่ได้เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ พ่อกับแม่เริ่มต้นจากบริษัทเล็ก ๆ มีพนักงานไม่กี่สิบคน ก่อนค่อย ๆ สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยความพยายาม

"พ่อทำงานหนักมาตลอดชีวิต"

อลิสาพูดเบา ๆ

"แม่ก็อยู่เคียงข้างพ่อในวันที่เรายังไม่มีอะไร"

ดารณีชะงักไป หญิงสาวหันมามองมารดา

"แต่ไอกลับโตมาโดยคิดว่าทุกอย่างที่มีอยู่เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เคยสนใจว่าพ่อกับแม่ต้องเหนื่อยแค่ไหน"

ดวงตาของดารณีเริ่มแดงเรื่อ

"ไอริส"

"ไอไม่ได้อยากเป็นคนเก่งที่สุดในบริษัทค่ะ"

อลิสาหันกลับไปหาบิดา

"ไอแค่อยากเป็นลูกสาวที่พ่อกับแม่พึ่งพาได้บ้าง"

ธนินทร์นิ่งงัน ก่อนหญิงสาวจะพูดประโยคที่ทำให้เขาแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่

"ไออยากรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ค่ะพ่อ" เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย

"บ้านที่พ่อกับแม่สร้างมาด้วยกัน บ้านที่ไอเติบโตมา ไอไม่อยากให้ใครเอามันไปเพียงเพราะเราไว้ใจคนผิด"

ธนินทร์มองลูกสาวอยู่นาน ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินเข้ามาหา

"ไอริส"

อลิสาเงยหน้า ผู้เป็นบิดายกมือขึ้นลูบเรือนผมเธออย่างอ่อนโยน

"พ่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ลูกเปลี่ยนไปมากขนาดนี้"

น้ำเสียงของเขาแหบลงเล็กน้อย

"แต่พ่อดีใจที่ลูกอยากเรียนรู้"

อลิสายิ้มทั้งน้ำตา

"งั้นพ่อให้โอกาสไอได้ไหมคะ?"

ธนินทร์นิ่งคิด ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ลูกเคยทำงานด้านตรวจสอบบัญชีมาก่อนหรือเปล่า?"

"ไม่เคยค่ะ"

"อ่านงบการเงินได้แค่ไหน?"

"ระดับพื้นฐานค่ะ ไอเรียนจบบริหารธุรกิจ แต่ยังขาดประสบการณ์จริง"

"ถ้าให้ไปดูไซต์ก่อสร้างทั้งวันจะไหวไหม?"

"ไหวค่ะ"

"ต้องตื่นเช้า ประชุมกับคนที่ไม่ตามใจ และทำรายงานให้ครบทุกสัปดาห์นะ"

อลิสาพยักหน้า "ได้ค่ะ"

ธนินทร์มองหน้าเธออย่างพิจารณา "ถ้าทำผิดก็ต้องยอมรับคำตำหนิ"

"ค่ะ"

"แล้วถ้าทำงานไม่ได้ตามมาตรฐาน พ่อก็ต้องให้คนอื่นทำแทน"

หญิงสาวยิ้ม "ยุติธรรมดีค่ะ"

ธนินทร์ชะงัก ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

"ลูกนี่นะ!"

อลิสารีบพูดต่อ

"ไอขอเวลาสามสิบวันค่ะ"

"สามสิบวัน?"

"ค่ะ"

หญิงสาวนั่งหลังตรงขึ้น

"ไออยากเข้าไปทำงานกับทีมตรวจสอบพิเศษในฐานะผู้ประสานงานฝ่ายผู้ถือหุ้น โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคนที่พ่อไว้วางใจ ไอจะเรียนรู้งานจริง อ่านเอกสารจริงลงพื้นที่จริง แล้วทำรายงานให้พ่อพิจารณา"

ธนินทร์ฟังอย่างตั้งใจ อลิสาพูดต่อ

"ถ้าไอทำได้ พ่อค่อยพิจารณาว่าจะให้ทำงานต่อในหน้าที่ไหน แต่ถ้าทำไม่ได้ไอก็ยอมรับผลค่ะ"

"แล้วจะไม่โกรธพ่อ?"

"ไม่โกรธค่ะ"

"แน่นะ?"

หญิงสาวยิ้มหวาน

"แน่ค่ะ!"

ธนินทร์ถอนหายใจ ก่อนส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ "ก็ได้"

อลิสาเบิกตากว้าง "จริงเหรอคะ!"

"จริง" ชายวัยกลางคนยกนิ้วขึ้นเตือน

"แต่พ่อมีเงื่อนไข"

"ว่ามาเลยค่ะ!"

"ลูกต้องทำงานภายใต้การดูแลของคุณวิชุดา หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน พ่อจะให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลกับฝ่ายกฎหมายจัดขอบเขตหน้าที่ให้ชัดเจน"

อลิสาพยักหน้าทันที "ได้ค่ะ"

"ไม่มีสิทธิ์สั่งปลดพนักงาน ไม่มีสิทธิ์อนุมัติจ่ายเงิน และห้ามใช้นามสกุลศิริโภคินไปกดดันคนในบริษัท"

"ตกลงค่ะ!"

"อีกอย่าง" ธนินทร์มองเธออย่างจริงจัง

"งานตรวจสอบต้องใช้หลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก ต่อให้คนที่ลูกสงสัยเป็นคนที่ลูกเกลียด ก็ห้ามกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูล"

อลิสาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

"พ่อคะ"

"หืม?"

"ไอชอบเงื่อนไขข้อนี้ที่สุดเลยค่ะ"

ธนินทร์เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ "ทำไม?"

หญิงสาวสบตาบิดา "เพราะถ้าพิสูจน์ได้ว่าคนไหนทำผิดจริง ต่อให้เขาบอกว่าไอแก้แค้นส่วนตัว เขาก็ปฏิเสธหลักฐานไม่ได้อยู่ดี"

ธนินทร์หัวเราะออกมาเต็มเสียง "ลูกสาวพ่อ!"

เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเธออย่างภาคภูมิใจ

"เริ่มมีแววแล้วนี่!"

อลิสาหัวเราะ ก่อนขยับเข้าไปกอดบิดาอีกครั้ง

"ขอบคุณค่ะพ่อ"

ดารณีที่นั่งฟังอยู่ตลอดลุกขึ้นเดินมาหาทั้งคู่ ก่อนสวมกอดลูกสาวจากอีกด้าน

"แม่ก็ภูมิใจในตัวลูกนะ"

อลิสาหันไปกอดมารดาแน่น "ไอรักพ่อกับแม่นะคะ"

ดารณียิ้มทั้งน้ำตา

"แม่ก็รักลูก"

ธนินทร์กระแอมเบา ๆ

"แล้วพ่อล่ะ?"

อลิสาหลุดหัวเราะทันที

"รักพ่อด้วยค่ะ!"

"ต้องมากกว่าแม่ไหม?"

"คุณธนินทร์!" ดารณีหันขวับ

ผู้เป็นสามีรีบยกมือยอมแพ้

"ผมล้อเล่น!"

เสียงหัวเราะของคนทั้งสามดังขึ้นภายในห้องทำงาน และในวินาทีนั้นเอง อลิสาก็รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าจากทั้งวันค่อย ๆ ละลายหายไป

เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะมีเรื่องร้ายแรงรออยู่อีกมากเพียงใด แต่ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้คนที่รักต้องเผชิญมันตามลำพังอีกแล้ว!

เกือบสี่ทุ่มครึ่ง ธนินทร์โทรหากานดา ทนายความที่ดูแลงานกฎหมายของครอบครัวมาหลายปี เมื่อทราบรายละเอียดเบื้องต้น กานดาแนะนำให้เก็บข้อมูลทั้งหมดตามต้นทาง หลีกเลี่ยงการส่งต่อเอกสารที่มีข้อมูลอ่อนไหวให้คนไม่เกี่ยวข้อง และให้ฝ่ายกฎหมายประสานกับวีเค แคปิตอลอย่างเป็นทางการในเช้าวันรุ่งขึ้น

"เรื่องหนังสือมอบฉันทะต้องตรวจต้นฉบับค่ะคุณธนินทร์" กานดาอธิบายผ่านโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงไว้ "เราต้องตรวจว่าใครเป็นคนจัดทำ ส่งมาจากหน่วยงานไหน มีมติหรือหนังสือรับรองอะไรแนบมาบ้าง และถูกนำไปใช้จริงแล้วหรือยัง"

ธนินทร์พยักหน้า

"ผมเข้าใจ"

"ถ้าคุณอลิสายืนยันว่าไม่เคยลงชื่อ ดิฉันจะให้ทีมจัดทำหนังสือคัดค้านการใช้เอกสารนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานบริษัทและหน่วยงานที่ได้รับเอกสารตามความจำเป็นค่ะ"

อลิสารีบถาม

"คุณกานดาคะ ถ้าเอกสารยังเป็นแค่ร่าง เราจะทำอะไรได้บ้าง?"

"เริ่มจากเก็บหลักฐานและแจ้งผู้เกี่ยวข้องว่าคุณไม่เคยมอบอำนาจค่ะ แต่ต้องใช้ถ้อยคำให้ตรงกับข้อเท็จจริงก่อน ยังไม่ควรสรุปว่ามีความผิดสำเร็จแล้วโดยไม่มีการตรวจสอบ"

หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"ได้ค่ะ"

หลังวางสาย ธนินทร์จึงเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อดูรายการเอกสารประกอบการประชุมของแกรนด์เอสเตทที่ฝ่ายเลขานุการบริษัทเคยส่งมา เอกสารส่วนใหญ่เป็นรายงานการเงิน ตารางประมาณการกระแสเงินสด และข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติม

อลิสานั่งอยู่ข้างบิดา คอยอ่านรายการชื่อบริษัทและผู้ประสานงานอย่างตั้งใจเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะพบความผิดปกติจากรายชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการรู้ว่าเอกสารชุดที่ภาคินทร์ได้รับมีที่มาอย่างไร

"พ่อคะ"

"ว่าไงลูก?"

"คนที่ดูแลเรื่องการเงินของแกรนด์เอสเตทตอนนี้มีใครบ้าง?"

ธนินทร์เลื่อนหน้าจอ

"หลัก ๆ ก็เป็นทีมของบริษัทโครงการ มีฝ่ายการเงินสองฝั่งช่วยกันประสานงาน"

"ฝั่งอัครเดชาล่ะคะ?"

"ชาญชัยเป็นคนดูแลเรื่องเอกสารการเงินส่วนใหญ่ เตชินท์ก็เข้าประชุมในฐานะผู้บริหารโครงการ"

อลิสาพยักหน้า

ชื่อชาญชัยทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ในชีวิตก่อนเธอจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่มักนำเอกสารมาให้เตชินท์เซ็น และคอยอธิบายกับผู้ใหญ่ทุกคนว่าการขอกู้เงินเพิ่มเติมเป็นเรื่องปกติ

แต่เธอยังไม่มีหลักฐานว่าเขาทำอะไรผิด จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน

"แล้วฝั่งเราล่ะคะ?"

ธนินทร์ตอบโดยไม่ต้องคิด

"อาธีร์ช่วยประสานเรื่องนี้อยู่"

อลิสาชะงัก

"อาธีร์?"

"ก็ธีรภพไงลูก"

ชายวัยกลางคนหันมามองด้วยรอยยิ้ม

"ลูกจำไม่ได้เหรอ? ตอนเด็ก ๆ อาธีร์ชอบซื้อขนมมาฝากลูกบ่อย ๆ"

อลิสานิ่งไป ภาพชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมเล็กน้อย ใบหน้าสุภาพและชอบยิ้มปรากฏขึ้นในความทรงจำ ธีรภพเป็นคนสนิทของบิดา

ทำงานกับศิริโภคินมานานกว่าสิบห้าปี ธนินทร์ไว้วางใจเขามาก ถึงขั้นให้ดูแลข้อมูลทางการเงินสำคัญหลายส่วน

ในชีวิตก่อน อลิสาจำได้เพียงว่าเมื่อบริษัทเริ่มเกิดปัญหา ธีรภพมักเข้ามาปลอบใจบิดาและเสนอวิธีประคับประคองสถานการณ์ แต่เธอไม่เคยรู้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องหลักประกันมากน้อยเพียงใด

"ทำไมเหรอลูก?"

ธนินทร์ถามเมื่อเห็นเธอเงียบไป อลิสารีบส่ายหน้า

"เปล่าค่ะ ไอแค่กำลังจำชื่อคนที่เกี่ยวข้อง"

ผู้เป็นบิดายิ้มอย่างเอ็นดู

"อาธีร์เป็นคนเก่าแก่ของเรา พ่อไว้ใจเขา"

ประโยคนั้นทำให้หัวใจอลิสากระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล ไว้ใจ! คำนี้เองที่เคยทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างมาแล้วครั้งหนึ่ง! แต่อลิสารีบเตือนตัวเองทันที อย่าเพิ่งตัดสินใครโดยไม่มีหลักฐาน ไม่ใช่ทุกคนที่พ่อไว้ใจจะต้องเป็นคนทรยศเหมือนเตชินท์

เธอก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อ จนกระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับรายการหนึ่งในหน้าท้าย ๆ ของแฟ้มการเงินผู้ประสานงานจัดเตรียมข้อมูลทรัพย์สินสนับสนุนเพิ่มเติม มีชื่อบุคคลหลายคนเรียงอยู่ในตาราง

ผู้ประสานงานฝั่งบริษัทโครงการ

ผู้ประสานงานฝั่งอัครเดชา

และผู้ประสานงานข้อมูลจากศิริโภคิน

อลิสาไล่สายตาลงมาอย่างช้า ๆก่อนหยุดอยู่ตรงชื่อสุดท้าย

ธีรภพ วัฒนานนท์

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ศิริโภคิน กรุ๊ป

หญิงสาวรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง เธอรีบเลื่อนดูคำอธิบายประกอบ พบว่าหน้าที่ที่ระบุไว้คือการประสานข้อมูลเอกสารทางการเงินและรายการทรัพย์สินที่ใช้ประกอบการพิจารณาแหล่งเงินทุน

ยังไม่มีข้อความใดยืนยันว่าเขาเป็นผู้อนุมัติการนำทรัพย์สินไปเป็นหลักประกันแต่ชื่อของเขาปรากฏอยู่ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องซึ่งภาคินทร์เพิ่งเตือนเธอ!

อลิสาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

"พ่อคะ"

ธนินทร์หันมา

"หืม?"

"เอกสารเรื่องหลักประกันเพิ่มเติมนี่ ใครเป็นคนรวบรวมข้อมูลทรัพย์สินของฝั่งเราให้บริษัทโครงการเหรอคะ?"

ธนินทร์มองหน้าจอ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดาราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ

"ก็คงเป็นทีมอาธีร์นั่นแหละลูก เขารับผิดชอบข้อมูลด้านนี้อยู่"

หัวใจอลิสาเต้นแรงขึ้นทันที เธอหันกลับไปมองชื่อบนหน้าจออีกครั้ง

ในชีวิตก่อนเธอเคยโทษเตชินท์เพียงคนเดียว เคยคิดว่าความล่มสลายของครอบครัวเกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดของตัวเองกับความโลภของอดีตคู่หมั้น

แต่ถ้ามีเอกสารสำคัญจากบริษัทของพ่อถูกนำออกไปใช้ประกอบข้อเสนอทางการเงินจริง ก็หมายความว่าต้องมีคนที่เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้! และคนคนนั้นอาจอยู่ใกล้พ่อมากกว่าที่เธอเคยคิด!

อลิสากำมือแน่นก่อนค่อย ๆ คลายออกเธอจะไม่กล่าวหาใครเพียงเพราะเห็นชื่อบนกระดาษ แต่ก็จะไม่ยอมมองข้ามมันอีกแล้ว!

หญิงสาวหยิบสมุดเล่มเล็กออกจากกระเป๋า ก่อนจดชื่อบุคคลและวันที่ของเอกสารลงไปอย่างละเอียดธนินทร์มองการกระทำนั้นด้วยรอยยิ้ม

"เริ่มทำงานตั้งแต่คืนนี้เลยเหรอลูก?"

อลิสาเงยหน้าขึ้น

ก่อนยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

"แค่เตรียมตัวค่ะพ่อ"

เธอหยุดเล็กน้อย

"พรุ่งนี้ไอจะเริ่มทำงานจริงแล้วนี่คะ"

ธนินทร์หัวเราะ

"ได้ พ่อจะรอดู!"

อลิสายิ้มตอบ แต่เมื่อก้มกลับไปมองชื่อที่เพิ่งจดลงในสมุด แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง

ธีรภพ วัฒนานนท์

อาธีร์คะ

ไอยังไม่รู้หรอกว่าอามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แต่ถ้าใครกำลังคิดใช้ความไว้วางใจของพ่อเป็นช่องทางทำร้ายครอบครัวเรา ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยผ่านแม้แต่คนเดียว!

*************

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel