บท
ตั้งค่า

บทที่ 13 คุณหนูคนนี้ไม่ใช่ของตกแต่งบริษัท ep 2

บทที่ 13 คุณหนูคนนี้ไม่ใช่ของตกแต่งบริษัท ep 2

สิบเอ็ดโมงสี่สิบนาที

รถของฝ่ายตรวจสอบแล่นเข้ามาจอดบริเวณสำนักงานชั่วคราวของโครงการแกรนด์เอสเตท อาคารสูงหลายหลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง เสียงเครื่องจักรดังต่อเนื่องเป็นระยะ คนงานสวมหมวกนิรภัยเดินเข้าออกตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต บางส่วนกำลังขนวัสดุ ขณะที่อีกกลุ่มตรวจสอบงานติดตั้งโครงยึดผนังกระจก

อลิสาก้าวลงจากรถพร้อมวิชุดาและเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบอีกสองคน เธอสวมหมวกนิรภัยสีขาว เสื้อกั๊กสะท้อนแสง และรองเท้านิรภัยเรียบร้อยตามข้อกำหนด อากาศร้อนจัดจนเหงื่อเริ่มซึมบริเวณไรผมตั้งแต่ยังไม่ทันเดินถึงสำนักงานโครงการ

โอ้โฮ! นี่แค่เดินลงจากรถนะ! เมื่อก่อนฉันเดินห้างตั้งห้าชั่วโมงยังไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้เลย!

แต่อลิสาไม่ได้บ่นออกมา เธอเพียงยกมือขึ้นรวบเส้นผมที่หลุดจากหมวกให้เรียบร้อย ก่อนเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านใน กิตติ ผู้จัดการฝ่ายประสานงานก่อสร้าง รีบเดินออกมาต้อนรับเมื่อทราบว่าทีมตรวจสอบจากสำนักงานใหญ่ลงพื้นที่

"สวัสดีครับคุณวิชุดา" เขาหันไปเห็นอลิสา ก่อนมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย

"คุณไอริส?"

หญิงสาวยกมือไหว้อย่างสุภาพ

"สวัสดีค่ะคุณกิตติ"

"วันนี้คุณไอริสมาด้วยเหรอครับ?"

"ค่ะ ฉันมาช่วยงานทีมตรวจสอบ"

กิตติชะงัก ก่อนรีบพยักหน้า "อ๋อครับ เชิญด้านในเลยครับ"

ระหว่างเดินผ่านสำนักงานชั่วคราว อลิสาได้ยินเสียงคนงานสองสามคนกระซิบกัน

"นั่นลูกสาวท่านประธานเหรอ?"

"ใช่ เห็นว่าเพิ่งเริ่มทำงาน"

"สวยอย่างกับดารา!"

"มาทำอะไรที่ไซต์วะ แดดร้อนจะตาย"

"สงสัยมาถ่ายรูปไปลงโซเชียลมั้ง!"

อลิสาได้ยินแล้วเกือบหัวเราะ เธอไม่ได้หันไปต่อว่า เพียงเดินตามวิชุดาเข้าห้องประชุมตามปกติ เพราะวันนี้เธอไม่ได้มาตอบโต้ทุกคนที่ดูถูก แต่มาเรียนรู้ว่าบริษัทกำลังเกิดปัญหาอะไรจริง ๆ!

กิตตินำเอกสารและรายงานความคืบหน้ามาวางบนโต๊ะ

"งานผนังกระจกตอนนี้มีการติดตั้งในบางพื้นที่แล้วครับ ส่วนวัสดุอีกจำนวนหนึ่งผู้รับเหมาระบุว่าผลิตเสร็จและกำลังรอขนส่ง"

วิชุดาพยักหน้า "มีหลักฐานการผลิตและใบตรวจรับจากโรงงานไหมคะ?"

กิตติชะงัก "มีบางส่วนครับ"

"บางส่วน?"

"ครับ เอกสารบางชุดยังรอผู้รับเหมาส่งมาเพิ่มเติม"

อลิสาก้มดูรายงาน ก่อนถามขึ้นอย่างสุภาพ

"คุณกิตติคะ ถ้ายังไม่ได้เห็นวัสดุที่โรงงาน เรามีวิธียืนยันอย่างไรคะว่างานผลิตเสร็จตามที่รายงาน?"

ผู้จัดการโครงการหันมามองอย่างประหลาดใจ

"ก็ต้องให้วิศวกรหรือผู้ตรวจงานไปตรวจที่โรงงานครับ"

"แล้วมีรายงานการตรวจโรงงานครบทุกงวดไหมคะ?"

กิตติเงียบไป เขารีบเปิดแฟ้มอีกเล่ม ก่อนพลิกดูอย่างรวดเร็ว

"ผมขอตรวจอีกครั้งครับ"

อลิสาพยักหน้า "ขอบคุณค่ะ"

เธอไม่ได้ถามต่อเพื่อกดดันอีกฝ่าย แต่จดคำตอบลงในสมุดอย่างตั้งใจ วิชุดาเหลือบมองสมุดบันทึกของเธอ ก่อนพูดขึ้น

"คุณกิตติ รบกวนให้ทีมเตรียมเส้นทางตรวจพื้นที่ที่ปลอดภัยด้วยนะคะ เราจะดูเฉพาะส่วนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าตรวจ"

"ได้ครับ"

หลังพูดคุยประมาณครึ่งชั่วโมง ทีมตรวจสอบจึงเดินลงพื้นที่พร้อมวิศวกรควบคุมงานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย อลิสาเดินตามทางที่กำหนดอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นกระจกบางส่วนที่ติดตั้งอยู่บนอาคาร เธอก็เริ่มเปรียบเทียบกับรูปถ่ายในรายงาน

"คุณวิชุดาคะ"

"ว่าไง?"

"ในภาพรายงานมีงานโครงยึดบางจุดที่ระบุว่าเสร็จแล้ว แต่ตอนนี้ฉันเห็นเหมือนยังมีการปรับแก้อยู่"

วิชุดาหันมองตาม ก่อนเรียกวิศวกรควบคุมงานเข้ามาสอบถาม

"ส่วนนี้มีงานแก้ไขหรือคะ?"

วิศวกรพยักหน้า

"ครับ เคยติดตั้งไปแล้วบางส่วน แต่ตรวจพบว่าต้องปรับแนวโครงยึดก่อนติดกระจก"

อลิสาจดข้อมูลลงในสมุด

"แปลว่าเราต้องตรวจด้วยว่ารายงานความคืบหน้านับงานแก้ไขซ้ำหรือเปล่า"

วิชุดาหันมองทันที ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"ใช่ค่ะ"

อลิสายิ้มเล็กน้อย เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าการตรวจสอบไม่ได้หมายถึงการหาจุดผิดให้เจอเร็วที่สุด แต่ต้องรู้ว่าตัวเลขแต่ละตัวเกิดขึ้นจากอะไร และหลักฐานที่ใช้ยืนยันน่าเชื่อถือเพียงใด ยิ่งได้เห็นหน้างานจริง เธอก็ยิ่งรู้ว่าการตัดสินจากรายงานเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายเพียงใด

แต่ขณะกำลังเดินกลับไปยังสำนักงานชั่วคราว สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับคนงานกลุ่มหนึ่งที่นั่งพักอยู่ใต้หลังคาใกล้เขตพักคนงาน ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังแบ่งข้าวจากกล่องพลาสติกใบเล็กให้เพื่อนร่วมงานอีกคน อาหารในกล่องมีเพียงข้าวสวยกับไข่ต้มสองฟอง

อลิสาชะงัก ไม่ใช่เพราะคนงานกินอาหารธรรมดา แต่เพราะบทสนทนาที่ดังแว่วมาทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ

"พี่สมชาย แล้วค่าแรงเดือนก่อนล่ะ?" ชายวัยกลางคนถอนหายใจ

"ยังไม่ได้เลย"

"อีกแล้วเหรอ?"

"เออ เขาบอกให้รอ"

"แล้วพี่จะเอาเงินที่ไหนส่งให้ลูก?"

สมชายก้มหน้าลงก่อนตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ไม่รู้เหมือนกัน"

อลิสานิ่งค้าง เธอหันไปมองวิชุดาทันที

"คุณวิชุดาคะ"

อีกฝ่ายหันมา "มีอะไร?"

หญิงสาวลดเสียงลง

"ฉันขอสอบถามคนงานเรื่องค่าแรงได้ไหมคะ?"

วิชุดามองกลุ่มคนงาน ก่อนพยักหน้าอย่างระมัดระวัง

"ได้ แต่เราต้องแยกก่อนว่าเขาสังกัดบริษัทไหน และอย่าเพิ่งรับปากว่าจะจ่ายเงินแทนผู้รับเหมา"

อลิสาพยักหน้า "เข้าใจค่ะ"

เธอจึงเดินเข้าไปหาคนงานกลุ่มนั้นพร้อมเจ้าหน้าที่ประสานงาน โดยไม่เข้าไปในเขตทำงานที่ไม่ได้รับอนุญาต

"สวัสดีค่ะ"

สมชายกับเพื่อนร่วมงานรีบลุกขึ้นทันที "สวัสดีครับ!"

อลิสายกมือห้ามเบา ๆ "ไม่ต้องลุกก็ได้ค่ะ ฉันแค่อยากสอบถามเรื่องงานนิดหน่อย"

ชายวัยกลางคนมองเธออย่างไม่แน่ใจ

"คุณเป็นใครครับ?"

"ฉันชื่ออลิสาค่ะ มาจากทีมตรวจสอบของสำนักงานใหญ่"

สมชายหน้าซีดลงเล็กน้อย

"พวกผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะครับ!"

หญิงสาวชะงัก ก่อนรีบยิ้มให้อย่างอ่อนโยน "ฉันไม่ได้มาจับผิดคนงานค่ะ" เธอหยุดเล็กน้อย

"เมื่อกี้ได้ยินพวกคุณคุยเรื่องค่าแรง เลยอยากทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า"

สมชายกับเพื่อนร่วมงานสบตากัน ก่อนอีกฝ่ายจะถอนหายใจ

"พวกผมเป็นทีมติดตั้งโครงยึดครับ ทำงานผ่านผู้รับเหมาช่วงอีกที"

"แล้วค่าแรงค้างมานานเท่าไรคะ?"

"บางคนสามสัปดาห์ บางคนก็นานกว่านั้นครับ"

อลิสาขมวดคิ้ว "บริษัทบอกเหตุผลไหมคะ?"

สมชายหัวเราะอย่างขมขื่น

"บอกว่าเงินจากข้างบนยังไม่ลงมาครับ"

หญิงสาวนิ่งไป ภาพตัวเลขหนึ่งร้อยแปดสิบล้านบาทผุดขึ้นมาในหัวทันที แต่เธอรู้ดีว่าเงินล่วงหน้าที่บริษัทโครงการจ่ายให้ผู้รับเหมาหลัก ไม่ได้หมายความว่าเงินจำนวนนั้นต้องถูกส่งตรงมาถึงคนงานทุกคนในทันที ยังต้องตรวจสอบสัญญาระหว่างผู้รับเหมาหลักกับผู้รับเหมาช่วงอีกหลายชั้น

ถึงอย่างนั้น การที่คนทำงานจริงกลับไม่ได้รับค่าจ้างตามกำหนดก็เป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านไม่ได้!

"แล้วที่บ้านเป็นอย่างไรบ้างคะ?" อลิสาถามเบา ๆ

สมชายชะงัก ก่อนยิ้มอย่างฝืน ๆ

"ลูกชายผมกำลังจะเปิดเทอมครับ" เขาก้มมองกล่องข้าวในมือ

"เมื่อเช้าเมียโทรมาบอกว่าลูกยังไม่มีรองเท้านักเรียนคู่ใหม่ ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง"

อลิสารู้สึกจุกขึ้นมาในอก "พี่มีลูกกี่คนคะ?"

"สองคนครับ" ชายวัยกลางคนยิ้มเศร้า "คนโตสิบสอง คนเล็กแปดขวบ"

เธอพยักหน้าช้า ๆ ก่อนยื่นนามบัตรของหน่วยงานตรวจสอบให้

"ฉันยังรับปากไม่ได้ว่าจะช่วยให้ได้เงินวันไหนนะคะ"

สมชายเงยหน้าทันที อลิสาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"แต่ฉันจะนำเรื่องนี้เข้ารายงานให้ทีมตรวจสอบทราบ แล้วให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจว่าผู้รับเหมาช่วงค้างจ่ายค่าแรงตามข้อเท็จจริงอย่างไร" เธอหยุดเล็กน้อย

"ถ้าคุณมีสัญญาจ้างหรือหลักฐานการทำงาน รบกวนประสานผ่านเจ้าหน้าที่ตามเบอร์นี้ได้ไหมคะ? ข้อมูลจะถูกจัดการตามขั้นตอนค่ะ"

สมชายรับนามบัตรไปด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย "ขอบคุณครับคุณ"

หญิงสาวยิ้มบาง "ยังไม่ต้องขอบคุณก็ได้ค่ะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสำเร็จเลย"

ชายวัยกลางคนส่ายหน้า "แค่มีคนยอมฟังพวกผมจริง ๆ ก็ดีมากแล้วครับ"

คำพูดนั้นทำให้อลิสานิ่งไป เธอมองใบหน้าคล้ำแดดของคนงานตรงหน้า ก่อนความรู้สึกบางอย่างจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในหัวใจ เมื่อก่อนเธอมองบริษัทของพ่อเป็นเพียงอาคารสูง รายงานกำไร และตัวเลขในบัญชี แต่วันนี้เพิ่งเข้าใจว่าเบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นมีชีวิตของคนอีกมากมายผูกอยู่ด้วย

เงินที่จ่ายผิดที่อาจทำให้ใครบางคนร่ำรวยขึ้น ขณะเดียวกัน เงินเดือนที่ไม่ได้รับตรงเวลาอาจทำให้เด็กคนหนึ่งไม่มีรองเท้าใส่ไปโรงเรียน!

อลิสาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองอาคารที่กำลังก่อสร้างอยู่ตรงหน้า

พ่อคะ ตอนนี้ไอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อต้องทำงานหนักขนาดนั้น เพราะสิ่งที่พ่อพยายามรักษาเอาไว้ ไม่ใช่แค่บริษัทของเรา แต่ยังมีชีวิตของคนอีกมากมายที่ฝากอนาคตไว้กับงานเหล่านี้ด้วย!

บ่ายสามโมงยี่สิบนาที

ทันทีที่ทีมตรวจสอบกลับถึงสำนักงานใหญ่ อลิสาก็รีบจัดเรียงเอกสารและบันทึกข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ เธอแบ่งหัวข้อออกเป็นสามส่วนอย่างชัดเจน ส่วนแรกคือข้อมูลที่ตรวจสอบได้แล้ว ส่วนที่สองคือข้อมูลที่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม และส่วนสุดท้ายคือข้อสงสัยที่ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นความผิดของใคร

วิชุดาเดินเข้ามาเห็นกระดาษโน้ตหลายแผ่นเรียงอยู่บนโต๊ะก็ชะงัก

"คุณไอริส"

หญิงสาวเงยหน้าทันที "คะ?"

"นี่ทำอะไรอยู่?"

"สรุปงานค่ะ"

วิชุดาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป

"คุณแยกสถานะข้อมูลด้วย?"

"ค่ะ" อลิสายิ้ม

"จะได้ไม่เผลอเอาเรื่องที่สงสัยไปพูดเหมือนเป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้ว"

วิชุดามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"ดีค่ะ"

หญิงสาวยิ้มกว้างทันที "ชมใช่ไหมคะ?"

หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบเลิกคิ้ว "ดิฉันกำลังประเมินงาน"

"แต่คำว่าดีก็นับเป็นคำชมได้ใช่ไหมคะ?"

วิชุดาหลุดหัวเราะ "ถ้าคุณอยากนับก็ตามใจ"

อลิสารีบหยิบปากกาขึ้นมาทำเครื่องหมายเล็ก ๆ ในสมุด

"วันนี้ได้หนึ่งคำแล้ว!"

วิชุดาส่ายหน้าอย่างขบขัน "คุณนี่นะ!"

แต่ก่อนที่บรรยากาศจะผ่อนคลายไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

ก๊อก! ก๊อก!

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ

"คุณวิชุดาคะ"

"มีอะไร?"

"คุณเตชินท์มาค่ะ"

อลิสาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย เจ้าหน้าที่พูดต่อ

"เขามาพร้อมคุณมินตรา บอกว่ามีนัดประชุมเรื่องโครงการกับฝ่ายบริหาร แต่ตอนนี้ต้องการพบคุณไอริสด้วยค่ะ"

วิชุดาหันมามองหญิงสาว

"คุณมีนัดกับเขาหรือเปล่า?"

อลิสาส่ายหน้า

"ไม่มีค่ะ"

เพียงเท่านั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดิน ก่อนเสียงผู้ชายที่เธอคุ้นเคยจะดังตามมา

"ไอริส!"

เตชินท์ปรากฏตัวที่หน้าประตูห้อง เขาสวมสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนมินตราเดินตามอยู่ด้านหลังในชุดทำงานสีครีม เมื่อเห็นอลิสานั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสาร เตชินท์ก็แค่นหัวเราะทันที

"พี่ได้ยินว่าเธอมาทำงานจริง ๆ นึกว่าคนพูดเล่นเสียอีก!"

อลิสาค่อย ๆ วางปากกาลง ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง

"สวัสดีค่ะพี่เต"

เตชินท์ชะงักเล็กน้อย เขาคาดว่าจะถูกหญิงสาวต่อว่า หรืออย่างน้อยก็ควรเห็นสีหน้าโกรธเคืองเหมือนเมื่อคืน แต่อลิสากลับทักทายอย่างสุภาพราวกับเขาเป็นเพียงคนรู้จักทางธุรกิจคนหนึ่ง! ความรู้สึกนั้นทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

"เธอกำลังทำอะไร?"

"ทำงานค่ะ"

"พี่เห็น!"

อลิสายิ้มบาง "งั้นพี่ถามทำไมคะ?"

วิชุดาซึ่งยืนอยู่ด้านข้างรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ เตชินท์หน้าตึงทันที

"ไอริส!"

หญิงสาวเอนหลังพิงเก้าอี้ "มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ?"

เตชินท์สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ

ปึก!

"นี่คือสัญญาร่วมทุนของแกรนด์เอสเตท!"

อลิสาเหลือบมองแฟ้ม ก่อนเงยหน้าขึ้น

"ค่ะ… แล้ว?"

ชายหนุ่มชะงัก "แล้วอะไร!"

"พี่เอาสัญญามาให้ฉันดูทำไมคะ?"

เตชินท์กัดกรามแน่น

"พี่มาเตือนเธอ!"

"เตือนเรื่องอะไร?"

"เรื่องที่เธอกำลังให้คนของบริษัทไล่ตรวจเอกสารโครงการไม่หยุด!"

อลิสาเลิกคิ้ว "การตรวจเอกสารเป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบนะคะ"

เตชินท์หัวเราะอย่างเย้ยหยัน

"อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง! เธอคิดว่าพี่ไม่รู้เหรอว่าที่ทำแบบนี้เพราะอยากเอาคืนเรื่องเมื่อคืน?"

มินตรารีบขยับเข้ามาใกล้

"คุณไอริสคะ มินว่าพวกเราคุยกันดี ๆ ดีกว่านะคะ"

อลิสาหันไปมองทันที "คุณมินตรา"

"คะ?"

"วันนี้คุณมาทำหน้าที่อะไรคะ?"

อีกฝ่ายชะงัก "มินมากับพี่เตค่ะ"

"ในฐานะอะไร?"

มินตราหน้าซีดลงเล็กน้อย

"เลขาประสานงานค่ะ"

อลิสาพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นรบกวนช่วยประสานให้ถูกฝ่ายด้วยนะคะ เรื่องสัญญาร่วมทุนควรคุยกับฝ่ายกฎหมายหรือผู้บริหารที่มีอำนาจ ไม่ใช่มาเสียงดังในห้องทำงานของฝ่ายตรวจสอบ"

มินตราอ้าปากค้าง เตชินท์ตบโต๊ะทันที

"ไอริส!"

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งอยู่ใกล้ประตูขยับเข้ามาอย่างระมัดระวัง ขณะที่วิชุดาก้าวออกมาด้านหน้า

"คุณเตชินท์คะ" น้ำเสียงของเธอเด็ดขาด

"กรุณาลดเสียงด้วยค่ะ ที่นี่เป็นพื้นที่ทำงาน"

เตชินท์หันขวับ "คุณวิชุดา ผมกำลังคุยกับไอริส!"

"ดิฉันทราบค่ะ" อีกฝ่ายตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน

"แต่หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับงานตรวจสอบ กรุณาทำหนังสือเข้ามาตามขั้นตอน ดิฉันยินดีให้ข้อมูลในส่วนที่เปิดเผยได้"

เตชินท์หน้าตึง เขาไม่เคยคิดว่าคนของศิริโภคินจะกล้าโต้แย้งตัวเองต่อหน้าอลิสาขนาดนี้! เมื่อก่อนทุกครั้งที่เขาเข้ามาในบริษัท พนักงานส่วนใหญ่ต่างให้ความเกรงใจ เพราะรู้ว่าเขาเป็นทั้งผู้บริหารโครงการร่วมทุนและว่าที่ลูกเขยประธานใหญ่ แต่วันนี้กลับไม่มีใครรีบเข้ามาประจบเหมือนเคย!

ชายหนุ่มหันกลับไปหาอลิสาทันที

"เธอคิดว่าพอถอนหมั้นแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ?"

หญิงสาวมองเขาอย่างสงบ

"แล้วพี่คิดว่าพอเคยเป็นคู่หมั้นฉัน จะเข้ามาออกคำสั่งในบริษัทพ่อฉันอย่างไรก็ได้เหรอคะ?"

เตชินท์ชะงัก

"เธอ!"

******

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel