บท
ตั้งค่า

บทที่ 10 บ้านหลังนี้ ใครก็ห้ามแตะ!

บทที่ 10 บ้านหลังนี้ ใครก็ห้ามแตะ!

"มีคนกำลังพยายามใช้ชื่อกับลายเซ็นของไอทำเรื่องที่ไอไม่เคยอนุญาตค่ะ!"

ธนินทร์ ศิริโภคิน ชะงักค้างอยู่หลังโต๊ะทำงานปากกาด้ามหรูที่เพิ่งหยิบขึ้นมาร่วงกระทบพื้นพรมโดยที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต

"ลูกว่าอะไรนะ?"

อลิสาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่าคำพูดเมื่อครู่ร้ายแรงเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อคนฟังคือบิดาที่ใช้เวลาหลายสิบปีสร้างอาณาจักรธุรกิจขึ้นมาด้วยตัวเอง

"ไอพบสำเนาหนังสือมอบฉันทะที่มีชื่อกับลายเซ็นของไอแนบอยู่ในเอกสารประกอบข้อเสนอสินเชื่อของแกรนด์เอสเตทค่ะ แต่ไอไม่เคยเซ็นหนังสือฉบับนั้น!"

ใบหน้าของธนินทร์เปลี่ยนสีทันที

"เดี๋ยวก่อน! ใจเย็น ๆ แล้วเล่าให้พ่อฟังใหม่ ตั้งแต่ต้นเลย"

ชายวัยกลางคนเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาบุตรสาว แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรเพิ่มเติม สายตาก็สะดุดเข้ากับรอยแดงรอบข้อมือข้างซ้ายของเธอ

"ไอริส!"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที

"ข้อมือลูกไปโดนอะไรมา?"

อลิสาก้มมองมือตัวเอง ก่อนรีบซ่อนไว้ด้านหลัง

"ไม่มีอะไรค่ะพ่อ"

"เอามือมาให้พ่อดู"

"พ่อคะ"

"ไอริส!"

น้ำเสียงนั้นทำให้หญิงสาวจำต้องยื่นมือออกไป ธนินทร์ประคองข้อมือลูกสาวอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นรอยนิ้วมือที่ปรากฏอยู่บนผิวขาวชัดเจน ดวงตาของเขาก็แข็งกร้าวขึ้นทันที

"ใครทำ?"

อลิสาเม้มริมฝีปาก

"พี่เตค่ะ"

"เตชินท์!"

ธนินทร์คำรามเสียงต่ำ

"มันกล้าทำร้ายลูกพ่องั้นเหรอ!" เขาหันขวับไปทางโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน ราวกับพร้อมจะโทรไปเอาเรื่องอีกฝ่ายเดี๋ยวนั้น แต่อลิสารีบจับแขนบิดาไว้เสียก่อน

"พ่อคะ ฟังไอก่อน!"

ธนินทร์หันกลับมา สีหน้ายังเต็มไปด้วยความโกรธ

"จะให้พ่อฟังอะไรอีก! ลูกพ่อกลับมามีรอยช้ำแบบนี้ แล้วจะให้พ่อนั่งเฉย ๆ เหรอ?"

"ไอไม่ได้บอกให้พ่อนั่งเฉย ๆ ค่ะ"

หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"แต่คืนนี้ไอจัดการเรื่องพี่เตไปแล้ว ส่วนเรื่องเอกสารที่ไอกำลังจะเล่า สำคัญกับครอบครัวเรามากกว่า"

ธนินทร์มองหน้าบุตรสาวอย่างไม่เข้าใจ

"เกิดอะไรขึ้นในงานกันแน่?"

อลิสานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจพูดออกมาตรง ๆ

"ไอถอนหมั้นกับพี่เตแล้วค่ะ"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ธนินทร์ยืนตัวแข็งทื่อ

"ถอนหมั้น?"

"ค่ะ"

"กับเตชินท์?"

อลิสาเกือบหลุดหัวเราะ

"พ่อคะ ไอมีคู่หมั้นอยู่คนเดียวนะคะ"

"พ่อรู้!"

ธนินทร์รีบตอบ ก่อนยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง

"พ่อแค่ตกใจ!"

จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าธนินทร์กับดารณีจะพูดอย่างไร บุตรสาวก็ไม่เคยยอมฟังเมื่อเป็นเรื่องของเตชินท์

ครั้งหนึ่งเขาเพียงเอ่ยปากเตือนว่าไม่ควรไว้วางใจให้อัครเดชาควบคุมโครงการมากเกินไป อลิสากลับโกรธจนไม่ยอมพูดกับเขาอยู่เกือบสัปดาห์

แต่คืนนี้เธอกลับเดินเข้ามาบอกว่าถอนหมั้นแล้ว! แถมยังมีเรื่องเอกสารปลอมตามมาอีก!

"ไอริส" ธนินทร์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

"ลูกทะเลาะกับเตชินท์รุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?"

หญิงสาวส่ายหน้า "ไม่ใช่เพราะทะเลาะกันค่ะ"

เธอเงยหน้าสบตาบิดา

"แต่เพราะไอไม่อยากแต่งงานกับคนที่โกหกและนอกใจไออีกแล้ว"

ธนินทร์นิ่งงัน อลิสาเล่าเหตุการณ์ในงานกาล่าอย่างกระชับ ตั้งแต่การเผชิญหน้ากับเตชินท์และมินตรา การคืนแหวนหมั้น จนถึงตอนที่อดีตคู่หมั้นพยายามใช้กำลังรั้งตัวเธอไว้

เมื่อได้ฟังทั้งหมด ธนินทร์ก็กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้น

"ไอ้เด็กเวร!"

"พ่อคะ!"

"พ่อเลี้ยงลูกมาไม่เคยตีสักที แล้วมันเป็นใครถึงกล้ามาทำแบบนี้!"

อลิสารีบจับแขนบิดา

"พ่ออย่าเพิ่งโมโหสิคะ เดี๋ยวความดันขึ้น!"

"ความดันพ่อไม่ขึ้นง่าย ๆ หรอก!"

"เมื่อเดือนก่อนหมอยังบอกให้พ่อควบคุมอารมณ์อยู่เลยค่ะ"

ธนินทร์ชะงัก ก่อนหันมามองลูกสาวอย่างขัดใจ "นี่ลูกจะเข้าข้างหมอหรือเข้าข้างพ่อ?"

อลิสาหลุดหัวเราะทันที

"เข้าข้างพ่อสิคะ!" เธอโผเข้าสวมกอดบิดาอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ไออยู่ข้างพ่อเสมอค่ะ"

ธนินทร์นิ่งไป อ้อมแขนของบุตรสาวกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนเธอจะซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของบิดาเหมือนเดิมทุกอย่าง

อบอุ่น

มั่นคง

และทำให้เธออยากร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผล ในชีวิตก่อน เธอเคยเห็นผู้ชายคนนี้เดินออกจากห้องประชุมด้วยแผ่นหลังที่งองุ้มลงเพราะความพ่ายแพ้ เคยเห็นดวงตาที่สดใสของพ่อค่อย ๆ หม่นแสงลง และเคยได้ยินท่านพูดว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ตัวเองกำลังจะสูญเสียสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต

ตอนนั้นเธอทำอะไรไม่ได้เลย! แต่ครั้งนี้ทุกอย่างยังไม่เกิดขึ้น พ่อยังแข็งแรง แม่ยังอยู่ บ้านหลังนี้ยังเป็นของครอบครัว และเธอยังมีโอกาสแก้ไขทุกอย่าง!

"พ่อคะ"

เสียงของอลิสาอู้อี้อยู่กับแผงอกบิดา

"ไอขอโทษนะคะ"

ธนินทร์ชะงัก

"ขอโทษเรื่องอะไรลูก?"

"ขอโทษที่เมื่อก่อนไอดื้อ ไม่เคยฟังพ่อเลย"

ชายวัยกลางคนค่อย ๆ ยกมือขึ้นลูบเรือนผมบุตรสาว

"ใครบอกว่าลูกดื้อ?"

อลิสาเงยหน้า

"พ่อเคยพูดค่ะ"

ธนินทร์กระแอมเบา ๆ

"พ่อลืมไปแล้ว"

หญิงสาวหัวเราะทั้งที่ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

"พ่อพูดบ่อยมากด้วย!"

"จริงเหรอ?"

"จริงค่ะ!"

ธนินทร์ถอนหายใจ ก่อนดึงลูกสาวเข้ามากอดอีกครั้ง

"พ่อไม่เคยโกรธลูกจริง ๆ หรอกไอริส"

น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างที่สุด

"พ่อแค่กลัวว่าลูกจะเสียใจ"

เพียงประโยคนั้น น้ำตาที่อลิสาพยายามกลั้นไว้ก็ร่วงลงมาอย่างเงียบงัน เธอเคยคิดว่าความรักของเตชินท์สำคัญที่สุด

เคยยอมทำร้ายความรู้สึกของพ่อแม่เพียงเพื่อรักษาผู้ชายคนนั้นไว้ แต่สุดท้ายคนที่ไม่เคยทิ้งเธอเลยกลับเป็นพ่อกับแม่ต่างหาก!

"ต่อไปไอจะไม่ทำให้พ่อต้องเสียใจเพราะเรื่องผู้ชายอีกแล้วค่ะ"

ธนินทร์หัวเราะเบา ๆ

"พ่อไม่ได้ห้ามลูกมีแฟนสักหน่อย"

"ไอรู้ค่ะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นยิ้ม

"แต่คนต่อไปต้องผ่านการตรวจสอบจากพ่อก่อน"

ธนินทร์เลิกคิ้วทันที

"แน่นอน!"

เขาตอบอย่างหนักแน่น

"คราวนี้พ่อจะตรวจให้ละเอียด ตั้งแต่ประวัติการทำงานไปจนถึงนิสัยตอนหิวข้าว!"

อลิสาหลุดหัวเราะ

"นิสัยตอนหิวข้าวเกี่ยวอะไรด้วยคะ?"

"เกี่ยวสิ! ผู้ชายที่หิวแล้วอาละวาดใส่คนอื่น พ่อไม่เอามาเป็นลูกเขย!"

เสียงหัวเราะของสองพ่อลูกดังขึ้นพร้อมกัน และนั่นเองที่ทำให้อลิสารู้สึกว่า หัวใจซึ่งเคยแตกร้าวกำลังได้รับการเยียวยาทีละน้อย

"ใครพูดเรื่องลูกเขยคะ?"

เสียงของดารณีดังขึ้นจากประตูห้องทำงาน สองพ่อลูกหันขวับไปมอง คุณหญิงดารณียืนอยู่ตรงนั้นในชุดผ้าไหมสีครีม ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มบาง ๆ แต่เมื่อเห็นดวงตาแดงเรื่อของบุตรสาว รอยยิ้มนั้นก็หายไปทันที

"ไอริส!"

เธอรีบเดินเข้ามาหา

"ลูกเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม?"

อลิสายังไม่ทันตอบ มารดาก็เห็นรอยแดงบนข้อมือเสียก่อน

"ตายจริง! ใครทำลูกแม่?"

ธนินทร์รีบพูดขึ้น

"เตชินท์!"

ดารณีหันขวับ "อะไรนะ!"

"มันจับข้อมือลูกจนช้ำ!"

"คุณธนินทร์!"

"ผมกำลังจะโทรไปเอาเรื่องมันอยู่พอดี!"

อลิสายืนมองพ่อกับแม่สลับกัน ก่อนยกมือแตะหน้าผากอย่างจนใจ ให้ตายเถอะ! ฉันเพิ่งห้ามพ่อไปเมื่อครู่ แล้วแม่ก็มาเสริมอีกคน!

"พ่อคะ แม่คะ!"

หญิงสาวรีบพูดแทรก

"ไอไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ภาคินทร์ช่วยไว้ทัน!"

ทันใดนั้นห้องทั้งห้องก็เงียบกริบ ธนินทร์หันมาช้า ๆ

"ใครนะ?"

ดารณีกะพริบตา

"ภาคินทร์?"

อลิสาชะงัก แย่แล้ว! เธอเผลอพูดชื่อเขาออกไปเสียแล้ว! ธนินทร์หรี่ตาลง

"ภาคินทร์ วรเศรษฐ์?"

"ค่ะ"

"ประธานวีเค แคปิตอล?"

"ค่ะ"

"มัจจุราชแห่งวงการธุรกิจคนนั้น?"

อลิสาถอนหายใจ

"พ่อคะ เขาก็เป็นคนนะคะ ไม่ใช่ปีศาจจริง ๆ เสียหน่อย!"

ธนินทร์ยืนตัวแข็งไปชั่วขณะ ดารณีหันมองสามีอย่างสงสัย

"คุณรู้จักเขาหรือคะ?"

"รู้จักสิ!"

ธนินทร์ตอบทันที

"ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เขาเคยเข้าซื้อกิจการที่วิกรมหมายตาไว้จนตาแก่นั่นโมโหแทบเข้าโรงพยาบาล!"

อลิสาหลุดหัวเราะ

"แสดงว่าเขาเก่งมากเลยสิคะ"

ธนินทร์หันขวับ

"ไอริส!"

"อะไรคะพ่อ?"

"อย่าเพิ่งชมผู้ชายคนใหม่ต่อหน้าพ่อได้ไหม!"

ดารณีหัวเราะออกมาทันที

"คุณคะ ลูกเพิ่งเลิกกับเตชินท์ ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะคบกับภาคินทร์"

ธนินทร์ชะงัก ก่อนรีบปรับสีหน้า

"ผมก็แค่เตือนไว้ก่อน!"

อลิสาหัวเราะจนต้องยกมือปิดปาก ความรู้สึกหนักอึ้งภายในอกค่อย ๆ เบาบางลงเมื่อได้เห็นพ่อกับแม่หยอกล้อกันเหมือนในความทรงจำวัยเด็ก แต่เธอรู้ดีว่าตอนนี้ยังมีเรื่องสำคัญรออยู่ อลิสาจึงค่อย ๆ ปรับสีหน้า

"พ่อคะ แม่คะ เรื่องภาคินทร์เอาไว้ก่อนนะคะ"

เธอหันไปทางบิดา

"เรากลับมาคุยเรื่องเอกสารกันก่อนดีกว่าค่ะ"

ธนินทร์พยักหน้า ก่อนเดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน

"ได้ พ่อฟังอยู่"

ดารณีเห็นสีหน้าจริงจังของทั้งคู่ก็เดินไปนั่งบนโซฟาด้านข้างอย่างเงียบ ๆ อลิสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดข้อความที่ภาคินทร์ส่งมาให้ตรวจสอบก่อนหน้านี้

เป็นเพียงรายการอ้างอิงและข้อมูลเบื้องต้นที่สามารถส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ ส่วนเอกสารฉบับเต็มกำลังรอการประสานผ่านฝ่ายกฎหมาย

หญิงสาวจึงไม่อ้างว่ามีหลักฐานสมบูรณ์แล้ว เธอเริ่มต้นจากสิ่งที่ตรวจสอบได้ก่อน

"พ่อคะ โครงการแกรนด์เอสเตทกำลังยื่นขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมสองพันสี่ร้อยล้านบาทใช่ไหมคะ?"

ธนินทร์ชะงัก

"ลูกรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?"

"มีเอกสารเสนอความร่วมมือทางการเงินส่งไปถึงวีเค แคปิตอลค่ะ"

ผู้เป็นบิดาขมวดคิ้วทันที

"วีเค?"

"ค่ะ ภาคินทร์บอกว่าเขายังไม่ได้ตกลงลงทุน แต่พบว่ามีรายการบางอย่างผิดปกติ"

ธนินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

"เรื่องขอสินเชื่อเพิ่มเติมมีการหารือกันจริง"

อลิสารีบนั่งตัวตรง

"แล้วพ่ออนุมัติหรือยังคะ?"

"ยัง"

คำตอบสั้น ๆ ทำให้หัวใจเธอเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ธนินทร์พูดต่อทันที

"บอร์ดโครงการเคยรับทราบว่าฝ่ายบริหารกำลังศึกษาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้มีมติให้เอาทรัพย์สินของศิริโภคิน พร็อพเพอร์ตี้ไปค้ำประกันอะไรทั้งนั้น"

อลิสากำมือแน่นบนตัก

"พ่อแน่ใจนะคะ?"

ธนินทร์มองลูกสาวอย่างจริงจัง

"แน่ใจ เพราะถ้าจะใช้ทรัพย์สินของบริษัทอื่นมารับภาระหนี้ ต้องมีการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน ไม่ใช่ให้เตชินท์หรือใครคนเดียวตัดสินใจได้"

หญิงสาวพยักหน้า

"แต่ในเอกสารที่ภาคินทร์ให้ดู มีการอ้างถึงทรัพย์สินของศิริโภคิน พร็อพเพอร์ตี้มูลค่าประมาณเจ็ดร้อยแปดสิบล้านบาทค่ะ"

"อะไรนะ!" ธนินทร์ลุกพรวดจากเก้าอี้

ดารณีซึ่งนั่งฟังอยู่ด้านข้างก็หน้าซีดลงทันที

"เจ็ดร้อยแปดสิบล้าน?"

อลิสาพยักหน้า

"ค่ะ แต่ยังเป็นเอกสารประกอบข้อเสนอ ไม่ได้แปลว่ามีการอนุมัติแล้ว"

ธนินทร์เดินกลับมาหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะ

"พ่อจะโทรหาฝ่ายการเงินเดี๋ยวนี้!"

"พ่อคะ!" อลิสารีบห้าม

ธนินทร์หันมอง "ทำไม?"

"ตอนนี้เราไม่รู้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้างค่ะ"

หญิงสาวพูดอย่างระมัดระวัง

"ถ้าโทรถามคนที่อาจมีส่วนได้เสียโดยตรงตอนนี้ เขาอาจรีบจัดการเอกสารหรือเตรียมคำอธิบายก่อนที่เราจะตรวจสอบต้นทางได้"

ธนินทร์นิ่งไป อลิสาจึงพูดต่อ

"ไอไม่ได้บอกให้ปิดเรื่องนะคะ แต่เราควรให้ฝ่ายกฎหมายกับผู้ตรวจสอบภายในช่วยเก็บเอกสารตามขั้นตอนก่อน"

ชายวัยกลางคนมองบุตรสาวอยู่นาน ก่อนค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง

"ลูกคิดแบบนี้เองเหรอ?"

อลิสาพยักหน้า

"ค่ะ"

ธนินทร์เลิกคิ้ว "เมื่อก่อนพ่อชวนลูกอ่านรายงานบริษัท ลูกยังบอกว่าเห็นตัวเลขแล้วปวดหัว"

หญิงสาวหน้าแดงทันที "พ่อคะ!"

ดารณีหัวเราะเบา ๆ "คุณก็อย่าเพิ่งแซวลูกสิคะ"

ธนินทร์ยกมือยอมแพ้ "ก็พ่อแปลกใจนี่!"

อลิสาทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนพูดอย่างจริงจัง

"ไอเคยไม่สนใจค่ะ แต่ไม่ได้แปลว่าไอจะเรียนรู้ไม่ได้"

คำตอบนั้นทำให้รอยยิ้มของธนินทร์ค่อย ๆ หายไป เขามองบุตรสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

"พ่อก็ไม่เคยคิดว่าลูกเรียนรู้ไม่ได้"

น้ำเสียงของเขาอ่อนลง

"พ่อแค่ไม่เคยอยากบังคับให้ลูกต้องใช้ชีวิตเหมือนพ่อ"

อลิสารู้สึกจุกขึ้นมาในอก พ่อไม่เคยบังคับอะไรเธอเลยจริง ๆ แต่เธอกลับเคยนำความรักที่พ่อมีให้ ไปใช้บีบบังคับให้ท่านยอมตามใจตัวเอง! หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนรวบรวมสติอีกครั้ง

"งั้นครั้งนี้ไอขอเป็นฝ่ายเลือกเองนะคะ"

ธนินทร์มองเธอ

"เลือกอะไร?"

อลิสาสบตาบิดาตรง ๆ

"ไออยากเข้ามาทำงานในบริษัทค่ะ"

*****

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel