บทที่ 8 บุกรังเสือเพื่อทวงเมียคืน
บทที่ 8 บุกรังเสือเพื่อทวงเมียคืน
ห้าโมงครึ่ง
แสงแดดยามเย็นสาดผ่านผนังกระจกสูงของบริษัททศวรรษ เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ ทอดประกายสีทองลงบนโต๊ะประชุมที่เต็มไปด้วยภาพร่างเครื่องประดับและตัวอย่างอัญมณี
พริมานั่งตรวจสอบแบบสร้อยคอบนแท็บเล็ตอย่างตั้งใจ ชุดเบลเซอร์สีขาวเข้ารูปกับกางเกงสแล็คทรงเรียบขับให้เธอดูสง่างาม เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบต่ำ เผยลำคอระหงประดับสร้อยเพชรเส้นเล็กที่เธอออกแบบเอง
ทศวรรษยืนอยู่ข้างโต๊ะ สายตาจับอยู่บนภาพเครื่องประดับตรงหน้าอย่างชื่นชม
“ผมชอบแบบนี้ครับ ทั้งสวยและมีเอกลักษณ์ สมแล้วที่เคยเป็นนักศึกษาดีเด่นของคณะ”
พริมาหัวเราะเบา ๆ ก่อนรับกาแฟลาเต้ที่เขายื่นให้ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยขึ้นมาแตะจมูก ช่วยให้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดบ่ายผ่อนคลายลงไม่น้อย
“พี่ทศชมเกินไปแล้วค่ะ พริมยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ”
“ถ่อมตัวเหมือนเดิมเลยนะครับ”
ทศวรรษยิ้ม ก่อนปิดแฟ้มเอกสาร
“ถ้าคอลเลกชันนี้เปิดตัวสำเร็จ พี่ขอเลี้ยงอาหารค่ำฉลองสักมื้อนะ”
“ได้สิคะ แต่ต้องให้ผลงานผ่านก่อน”
หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส
สองปีที่ผ่านมา เธอแทบไม่เคยมีความสุขกับการทำสิ่งที่ตัวเองรักมากเท่าวันนี้ ความรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานทำให้หัวใจที่เคยเหนื่อยล้ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ทว่าเสียงประตูที่ถูกผลักเปิดอย่างแรงกลับทำลายบรรยากาศทั้งหมดในพริบตา!
ปัง!
“พริมา!”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมร่างสูงใหญ่ของเพลิงกัลป์ที่ก้าวเข้ามาในห้องประชุม ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท เนกไทถูกกระตุกคลายจนหลวม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจับจ้องภรรยาที่นั่งอยู่ใกล้ผู้ชายอีกคนอย่างไม่ปิดบังความหึงหวง
เมื่อคืนภาพถ่ายจากหมายเลขปริศนาทำให้เขาแทบไม่ได้นอน พอรู้ว่าพริมามาประชุมกับทศวรรษอีกครั้ง เขาก็ทิ้งงานแล้วขับรถตรงมาทันที
เลขาสาวรีบเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ขอโทษค่ะคุณทศ ดิฉันแจ้งแล้วว่าคุณกำลังประชุม แต่คุณผู้ชายไม่ยอมรอ...”
“ไม่เป็นไรครับ คุณออกไปก่อน”
ทศวรรษตอบอย่างสุขุม ก่อนหันมามองแขกไม่ได้รับเชิญ
“คุณเพลิง มีธุระอะไรหรือครับ?”
เพลิงกัลป์ไม่สนใจคำถามนั้น เขามองแก้วกาแฟสองใบ ก่อนเลื่อนสายตาไปยังรอยยิ้มของภรรยาที่ยังคงติดอยู่บนใบหน้า ลำคอพลันแห้งผาก ความร้อนวูบแล่นขึ้นมาตามสันกราม กับเขา พริมาเอาแต่ยิ้มเยาะ! แต่กับทศวรรษ เธอกลับหัวเราะอย่างมีความสุข!
“ฉันมารับเมียกลับบ้าน”
พริมาขมวดคิ้วทันที “คุณเพลิง? ใครให้คุณตามมาที่นี่คะ?”
“ฉันเป็นสามีเธอ จะมาหาเมียตัวเองต้องขออนุญาตใครด้วยหรือไง!”
เขาก้าวเข้ามาหยุดข้างเก้าอี้ ก่อนหันไปมองทศวรรษด้วยสายตาเย็นเยียบ
“ส่วนคุณ... ถ้าคิดจะชวนภรรยาคนอื่นไปดินเนอร์ ก็ควรถามสามีเขาก่อนนะครับ”
ทศวรรษเลิกคิ้ว “ผมชวนคุณพริมฉลองหลังจบโครงการครับ ไม่ใช่เรื่องที่คุณกำลังเข้าใจ”
“ผมไม่ได้ถาม!”
พริมารีบลุกขึ้น “คุณเพลิงคะ ที่นี่เป็นที่ทำงานของพริม ช่วยรักษามารยาทด้วยค่ะ”
เพลิงกัลป์หันขวับ
“ฉันต้องรักษามารยาทด้วยหรือ ในเมื่อเมียฉันกำลังยิ้มให้ผู้ชายอื่นอยู่ตรงหน้า!”
พริมาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มหวาน
“อ๋อ...”
เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ที่แท้ท่านประธานอัครเดโชกรุ๊ปก็หึงจนต้องทิ้งงานมาหาภรรยานี่เอง”
“ใครหึง!”
“ถ้าไม่ได้หึง แล้วมาทำไมคะ?”
คำถามนั้นแทงใจดำจนชายหนุ่มขบกรามแน่น ทศวรรษเห็นบรรยากาศเริ่มตึงเครียดจึงก้าวเข้ามา
“คุณเพลิงครับ หากมีเรื่องส่วนตัว เชิญคุยด้านนอกดีกว่า คุณพริมกำลังทำงานให้บริษัทผม”
“ผมไม่จำเป็นต้องให้คุณมาสอน!”
เพลิงกัลป์สวนกลับ ก่อนหันไปออกคำสั่งกับภรรยา
“เก็บของ กลับบ้าน!”
พริมาช้อนตามอง
“ไม่ค่ะ”
ชายหนุ่มชะงัก “ว่าไงนะ?”
“พริมยังทำงานไม่เสร็จ” เธอยิ้มบาง “แล้ววันนี้พริมก็มีนัดคุยเรื่องงานกับพี่ทศต่อด้วย คุณเพลิงกลับไปก่อนเถอะค่ะ”
คำว่า พี่ทศ ทำให้ความอดทนของชายหนุ่มแทบขาดสะบั้น
“เธอกล้าปฏิเสธฉันเพื่ออยู่กับมันอย่างนั้นหรือ!”
“พริมปฏิเสธเพราะกำลังทำงานค่ะ”
หญิงสาวตอบเสียงเรียบ
“คุณเพลิงขา... ช่วยแยกให้ออกหน่อยนะคะ ระหว่างงานกับเรื่องหึงหวงส่วนตัว”
เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาประชิดทันที
กลิ่นน้ำหอมพีโอนีเจือวานิลลาจากตัวภรรยาลอยขึ้นมาแตะปลายจมูกเมื่อเขาหยุดอยู่ห่างเพียงคืบเดียว ริมฝีปากสีชมพูกุหลาบของเธออยู่ใกล้จนทำให้ลมหายใจเขาสะดุด
แต่ดวงตาคู่งามกลับไม่หลบสายตา ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความอ่อนข้อ ยิ่งมองเขายิ่งหงุดหงิด เมื่อก่อนเพียงเขาขึ้นเสียง พริมาก็มักรีบขอโทษแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับกล้ายืนเถียงต่อหน้าผู้ชายคนอื่น!
“กลับกับฉัน!”
มือหนาคว้าข้อมือเธอทันที
“คุณเพลิง! ปล่อยค่ะ!”
พริมาพยายามสะบัดมือออก แต่เขากลับออกแรงดึงให้เธอถอยห่างจากทศวรรษ
“ผมบอกให้ปล่อยคุณพริมครับ!”
ทศวรรษก้าวเข้ามาขวาง เพลิงกัลป์หันไปมองอย่างไม่พอใจ
“ถอยไป!”
“ที่นี่บริษัทผม คุณไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายพนักงานของผม!”
“ฉันบอกให้ถอย!”
ชายหนุ่มผลักอีกฝ่ายเต็มแรง
ตึง!
แผ่นหลังของทศวรรษกระแทกขอบโต๊ะจนแฟ้มเอกสารหล่นกระจัดกระจาย
“พี่ทศ!”
พริมาสะบัดข้อมือหลุด รีบเข้าไปดูอาการรุ่นพี่ทันที
“เป็นอะไรไหมคะ?”
“ไม่เป็นไรครับ” ทศวรรษยืดตัวขึ้น สีหน้าเคร่งขรึม
เพลิงกัลป์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกร้อนระอุในอก เขาเพิ่งทำให้ทศวรรษเสียหลัก แต่คนที่พริมารีบเข้าไปหากลับเป็นผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่เขา!
“พริมา!”
หญิงสาวหันกลับมา ดวงตาคู่งามเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
“พอได้แล้วค่ะ!” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดังมาก แต่หนักแน่นจนทั้งห้องเงียบลงทันที
“คุณเพลิงเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่โต แต่กลับมาทำร้ายเจ้าของบริษัทคนอื่นเพียงเพราะหึงภรรยา ไม่อายบ้างหรือคะ?”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น
“ฉันไม่ได้…”
“ไม่ต้องแก้ตัวค่ะ” พริมาตัดบท
“คุณกำลังทำให้พริมเสียความน่าเชื่อถือ และกำลังทำลายสิ่งที่พริมพยายามสร้างขึ้นมาใหม่”
เธอยกข้อมือที่เริ่มปรากฏรอยแดงขึ้นเล็กน้อย “ถ้าคุณอยากทะเลาะกับพริม ก็อย่าให้คนอื่นต้องเดือดร้อนด้วยสิคะ”
เพลิงกัลป์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ความหยิ่งทะนงไม่ยอมให้เขาถอย
“ฉันจะกลับไปคุยกับเธอที่บ้าน!”
“พริมยังไม่ได้บอกว่าจะกลับกับคุณ”
“แต่ฉันบอกให้กลับ!” ชายหนุ่มคว้าข้อมือเธออีกครั้ง พริมากัดฟันด้วยความเจ็บ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างไม่ยอมแพ้
“คุณเพลิงคะ ถ้าคิดว่าการจับมือพริมแรง ๆ จะทำให้พริมกลับไปรักคุณได้ละก็... คุณคงต้องผิดหวังแล้วค่ะ!”
คำพูดนั้นทำให้เขาหน้าตึง ทศวรรษกำลังจะก้าวเข้ามา แต่พริมาส่งสายตาห้ามไว้ เธอไม่ต้องการให้คนทั้งสองลงไม้ลงมือกันอีก
“พี่ทศคะ วันนี้พริมขอตัวก่อนค่ะ ส่วนเรื่องงานพรุ่งนี้พริมจะติดต่อมาใหม่”
ทศวรรษมองเธออย่างไม่สบายใจ “ให้พี่เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไหม?”
“ไม่ต้องค่ะ” พริมาตอบ ก่อนหันกลับมามองสามี
“ในเมื่อคุณเพลิงอุตส่าห์มารับถึงที่ พริมก็จะกลับด้วย แต่ปล่อยมือก่อนค่ะ พริมเดินเองได้”
เพลิงกัลป์จ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยอมคลายมืออย่างไม่เต็มใจ หญิงสาวก้มเก็บแท็บเล็ตกับแฟ้มเอกสารใส่กระเป๋า แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมายกเลิกรถรับส่งของบริษัทที่นัดให้มารับหลังเสร็จงาน
เธอไม่ได้ขับรถมาที่นี่ เพราะช่วงบ่ายต้องขนตัวอย่างอัญมณีมาพร้อมทีมงาน จึงใช้รถของบริษัททศวรรษเดินทางมาตั้งแต่ต้น
เมื่อเก็บของเรียบร้อย พริมาจึงเดินตรงไปยังประตูโดยไม่สนใจสามี เพลิงกัลป์รีบตามหลัง ก่อนออกจากห้อง เขาหันไปมองทศวรรษเป็นครั้งสุดท้าย
“จำไว้ด้วยนะคุณทศวรรษ พริมาเป็นภรรยาผม!”
ทศวรรษมองเขานิ่ง “ผมทราบครับ”
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่คุณพริมไม่ใช่ทรัพย์สินของใคร”
เพลิงกัลป์ขบกรามแน่น หากพริมาไม่ได้เดินออกไปก่อน เขาคงมีเรื่องกับผู้ชายคนนี้อีกแน่!
ภายในลิฟต์ส่วนตัว ความเงียบปกคลุมระหว่างสามีภรรยา พริมายืนกอดอกอยู่มุมหนึ่ง ส่วนเพลิงกัลป์ยืนข้างกันด้วยใบหน้าเคร่งตึง แม้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่จะไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน แต่หญิงสาวกลับไม่คิดจะหันมามองเขา
“เธอสนิทกับมันมากนักหรือ?”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พริมาเหลือบตามอง “คุณเพลิงกำลังสัมภาษณ์ผู้สมัครงานอยู่หรือคะ?”
“ฉันถาม!”
“พริมก็ตอบแล้วค่ะ” เธอยิ้มบาง “ถ้าอยากรู้เรื่องงานของพริม คุณเพลิงถามดี ๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องบุกไปอาละวาดให้คนทั้งบริษัทรู้ว่าคุณเป็นสามีขี้หึง”
ใบหน้าชายหนุ่มร้อนผ่าวด้วยความคับแค้น
“ฉันไม่ได้หึง!”
“ค่ะ”
พริมาพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ไม่ได้หึงเลยสักนิด”
น้ำเสียงหวานที่แฝงความประชดนั้นทำให้เขาแทบหมดความอดทน เสียงลิฟต์ดังขึ้นพอดี
ติ๊ง!
พริมาเดินออกไปยังลานจอดรถใต้ดิน เพลิงกัลป์สาวเท้ายาว ๆ ตามติด ก่อนเดินนำไปยังรถเบนซ์สปอร์ตซีดานสีดำที่จอดอยู่ใกล้ประตูทางออก
เขากระชากประตูฝั่งผู้โดยสารเปิด
“ขึ้นรถ!”
พริมาเหลือบมองสีหน้าสามี
“สั่งเก่งจังเลยนะคะ”
“พริมา!”
หญิงสาวยิ้มหวาน
“ค่ะ ๆ พริมขึ้นก็ได้ แต่ขอเตือนก่อนนะคะ ถ้าคุณขับรถด้วยอารมณ์แบบนี้ พริมจะไม่ยอมขึ้นรถคุณอีกเป็นครั้งที่สอง”
เธอก้าวเข้าไปนั่งแล้วคาดเข็มขัดนิรภัย ก่อนหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างอย่างไม่สนใจเขาอีก เพลิงกัลป์ปิดประตูเสียงดัง เดินอ้อมไปนั่งหลังพวงมาลัย แล้วสตาร์ตเครื่องยนต์ทันที
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังก้องลานจอดรถ ชายหนุ่มปรายตามองภรรยา เธอยังคงนั่งเชิดหน้า ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมไม่ทำให้เสียความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งมองเขายิ่งหงุดหงิด ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้เขาสติแตก!
“คาดเข็มขัดแล้วใช่ไหม?”
“ค่ะ”
“ดี!”
เพลิงกัลป์กระชากเกียร์ ก่อนขับรถออกจากช่องจอดด้วยท่าทางแข็งกระด้าง พริมาหันมามองเสี้ยวหน้าคมคายของสามี ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
เธอรู้ดีว่าเขายังไม่หายโกรธ และสิ่งที่กำลังรออยู่หลังจากนี้ก็คงไม่ใช่บทสนทนาอันแสนหวานอย่างแน่นอนเพราะชายหนุ่มข้างกายกำลังหึงหวงจนแทบคลั่ง ขณะที่เธอเองก็ไม่มีความคิดจะยอมอ่อนข้อให้เขาเช่นกัน
ศึกระหว่างสามีธงแดงกับภรรยาที่หมดความอดทนเพิ่งเริ่มต้น และคืนนี้... ไม่มีใครคิดจะเป็นฝ่ายยอมแพ้!
********** เตรียมตัว!! ตอนหน้า NC สุดเร่าร้อน. ****
