บทที่9 ไม่เป็นเหมือนที่คิด
@มหาลัยนิกโก้
“ยัยน้ำชา” ยิปโซตะโกนเรียกเพื่อนและวิ่งเข้าไปกอด “คิดถึงๆ ฉันคิดถึงแกมากเลย” ยิปโซทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“พอเลยยัยขี้แย อย่าร้องนะ”
“ก็เราไม่ได้เจอกันตั้งนานนี่น่า ฉันเหงามากเลยนะ ไม่น่าแยกกับแกเลยน้ำชา”
“อย่ามาบ่นนะ ก็เธอเองไม่ใช่เหรอที่อยากกลับไทย ไม่ยอมไปเรียนต่อกับฉัน”
“ก็ฉันไม่รู้นี่ ว่ามันจะเหงาขนาดนี้ เวลาที่เราห่างกัน”
“เลิกงอแง ฉันก็กลับมานี่แล้วไง มีของฝากแกด้วย เต็มท้ายรถเลย เพราะฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน”
“จริงดิ คิดถึงฉันจริงดิ ไม่ใช่รีบมานี่ เพราะคิดถึงคู่หมั้นสุดหล่องั้นเหรอ” ยิปโซอดแซวเพื่อนไม่ได้
“แกตามฉันเช้าเย็นเลยนะยิปโซ ให้มาหาเขา เป็นแกไม่ใช่เหรอที่รายงานเรื่องเขาตลอด” น้ำชาแกล้งมองค้อนใส่เพื่อน
“เออก็จริง แต่คนของแกมันน่าเป็นห่วงนี่หว่า ผู้หญิงตอมกันเกรียวเลย จะไม่ให้ฉันตามแกได้ไงล่ะ”
“เออก็มานี่แล้วไง ว่าแต่วันนี้ฉันสวยพอรึยัง เติมหน้าหน่อยไหมแก” น้ำชาเอียงแก้มซ้ายขวาให้เพื่อนดู
“น้ำชาแกสวยมาก ยิ่งโตยิ่งสวยเด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้ ไม่ต้องเติมแล้ว แค่นี้พี่นิกโก้ก็ไปไหนไม่รอดแล้วแหละ”
“แบบนั้นก็ดี งั้นพาฉันไปคณะวิศวะหน่อยสิ ฉันยังไม่ได้บอกพี่เขาเลยว่าฉันกลับมาไทยแล้ว”
“กะมาจับผิดเลยใช่ไหม แกขี้หึงเนอะ” ยิปโซยิ้มตั้งใจพูดแหย่เพื่อน
“ยิปโซ ฉันเคยบอกแกแล้วนะ ว่าฉันหมั้นเพราะอะไร ทำไมฉันต้องหึงด้วย”
“โอเคๆ ฉันลืมไป ขอโทษๆ”
“ช่างเถอะ แกพาฉันไปสิ”
ยิปโซกับน้ำชาเดินมาแถวที่นั่งประจำของพี่นิกโก้กับเพื่อนๆ ที่มักจะเจอเขาบ่อยๆ และเมื่อมาถึงยิปโซสะกิดบอกน้ำชาว่าพี่เขานั่งอยู่ตรงนั้น
น้ำชามองแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูง ที่ไม่ได้เจอกันเลยถึงสองปี แอบตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
“สวยจังวะ น้องยิปโซดาวคณะบริหารมากับใคร สวยมาก สวยทั้งคู่เลย” เพื่อนในกลุ่มพูดขึ้นมา ทำให้นิกโก้กับปุญญ์แล้วก็มาร์โคหันไปมองตามสายตาเพื่อนคนที่หันมาเห็นก่อนใคร
น้ำชายิ้มและโบกมือทักทายนิกโก้เมื่อเขาหันมา
นิกโก้ดันตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้ยิ้มตอบอะไร
น้ำชาหุบยิ้ม เมื่อเขาไม่ได้ยิ้มตอบ รู้สึกเสียหน้ามากเหมือนกัน ที่คู่หมั้นไม่ได้แสดงท่าทีดีใจอะไรเลยที่ได้เจอกัน
นิกโก้ตั้งใจ ที่จะให้เธอรู้สึกแบบนั้น เพราะเขาเดาออกว่าเธอจะมาหาเขาแบบนี้ และเขาก็รู้มาก่อนแล้วว่าน้ำชากลับมาแล้วตั้งแต่วันแรกที่เธอถึงเมืองไทย พี่ไทเลอร์บอกเขา เพราะรับรู้มาจากคุณปู่วิลเลี่ยม เป็นน้ำชานั่นแหละที่ยังไม่รู้และคิดว่าการมาของตัวเองเป็นความลับ
“สวัสดีค่ะพี่นิกโก้ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”
“ครับ น้ำชาเพิ่งกลับมางั้นเหรอ”
“ค่ะ ชากลับมาห้าวันแล้วค่ะ แต่อยู่แค่ในบ้าน เพราะยังปรับเวลาไม่ค่อยได้ วันนี้เริ่มโอเคแล้ว เลยตั้งใจมาหาพี่ แล้วก็ยิปโซ”
“พี่เจอน้องยิปโซบ่อย เจอกันก็ยิ้มให้ตลอด แต่ไม่เห็นจะยอมคุยอะไรกับพี่” นิกโก้หันไปยิ้มทักทายเพื่อนของน้ำชา และพูดคุยอย่างเป็นกันเอง
ยิปโซยิ้มให้นิกโก้ “ยิปเกรงใจค่ะ พี่นิกโก้เดินกับเพื่อน เลยไม่กล้าทัก”
“พี่คงเดินกับเพื่อนผู้หญิงบ่อย ยิปโซเลยไม่กล้าทักทาย” น้ำชาพูดด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง เหมือนกำลังหึงเขา เพราะอยากให้เขาเข้าใจแบบนั้น
นิกโก้หัวเราะ “น้ำชาจะพูดแบบนั้นทำไม น้องยิปโซไม่สบายใจไปด้วยพอดี ดีไม่ดีคราวหลังเจอพี่ มีหวังเดินหนีไปอีกทาง”
“ชาพูดเล่นค่ะ ยิปโซไม่อะไรหรอก”
“ค่ะ ยิปไม่ได้คิดมากอะไร น้ำชาแกจะอยู่คุยกับพี่นิกโก้ใช่ไหม ถ้าไงเดี๋ยวฉันเดินกลับไปรอที่คณะดีกว่านะ แกจะได้คุยกับพี่เขา”
น้ำชาพยักหน้าให้เพื่อน และหันมามองคู่หมั้นของตัวเอง และทำหน้างอนเขา “ทำไมพี่ดูไม่ดีใจเลยที่ชากลับมา”
“ต้องดีใจขนาดไหน ถึงจะดูว่าดีใจ” นิกโก้ถามหน้านิ่ง
“ชาอุตส่าห์มาเซอร์ไพรส์พี่เลยนะ แต่พี่ไม่ยิ้มให้ชาเลยด้วยซ้ำ น้อยใจนะคะ” ตั้งใจพูดเสียงอ้อน แล้วก็ทำหน้างอแงใส่เขา
นิกโก้ยิ้มให้เธอ
“ยิ้มแบบนั้นยิ้มธุรกิจมากเลยนะคะ งั้นก็แล้วแต่พี่เลยค่ะ ไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องยิ้ม ชากลับก็ได้” ทำเป็นงอนใส่เขาเพราะคิดว่ายังไงเขาก็ต้องง้อ
นิกโก้นิ่งไม่ได้ห้ามปรามอะไร
จนน้ำชาปรายตามอง “พี่ไม่คิดจะห้ามชาหน่อยเหรอคะ ชาบอกว่าจะกลับนะ”
“เอาไงล่ะ จะไปรึจะอยู่ พี่ก็เอาใจเราไม่ถูกเหมือนกัน” ตั้งใจพูดด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ อยากให้อีกคนรู้สึกแบบนั้น
น้ำชาได้แต่เม้มปากแน่น อะไรกัน ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ เขาไม่ตื่นเต้นเลยงั้นเหรอที่ได้เจอกัน และไม่คิดที่จะง้อฉันด้วยงั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไง “ชากลับก็ได้ค่ะ ดูเหมือนพี่ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่เลยที่ชามาหาพี่ที่นี่” น้ำชารีบเดินออกมาด้วยความหงุดหงิด และเสียหน้า
“จอดรถตรงไหนพี่จะไปส่ง” นิกโก้เดินตามคนตัวเล็กมาติดๆ
น้ำชายังไม่ได้ตอบอะไร ตั้งใจจะไม่พูดกับเขา และอยากให้เขาง้อ
“นิกโก้คะ” เสียงหวานเรียกเขา
น้ำชาหยุดชะงักและหันไปมองตามเสียงเรียก พร้อมกับนิกโก้
“อ้าว! ใบหม่อน” นิกโก้ยิ้มให้ใบหม่อน
“หม่อนกำลังจะเอาเสื้อไปคืนนิกโก้น่ะ เจอก็ดีเลยจะได้ไม่ต้องเดินไปที่คณะอีก ขอบคุณนะ” ใบหม่อนยื่นถุงเสื้อคืนให้เขา และมองไปที่น้ำชาด้วยความสงสัย แต่พอนึกอะไรได้เลยยิ้มให้นิกโก้และพูดต่อ “หม่อนซักเสื้อให้แล้วนะ วันนั้นถ้าไม่ได้เสื้อช็อปของนิกโก้ หม่อนคงเปียกไปทั้งตัว”
“อืม! ไม่เป็นไร ขอตัวก่อนนะ” นิกโก้รับถุงเสื้อ และจับแขนน้ำชาออกแรงดึงให้คนตัวเล็กเดินตามเขามา โดยที่ไม่ได้แนะนำให้น้ำชากับใบหม่อนรู้จักกัน
“พี่นิกโก้ ถ้าพี่รีบมากพี่ไม่ต้องเดินไปส่งชาก็ได้ ชาเดินไม่ทัน พี่เดินเร็วจนชาเหนื่อย” น้ำชาดึงแขนออกจากมือเขา “ชากลับของชาเองได้”
“แล้วแต่” ว่าจบเขาก็หมุนตัวกลับ ไม่ได้สนใจหันกลับไปมองเธออีเลย
น้ำชาได้แต่โมโห แต่ก็เก็บอาการรีบเดินมาที่รถ ยิปโซนั่งรออยู่แถวนั้นเมื่อเห็นเพื่อนเดินกลับมาคนเดียว ก็รีบเดินเข้ามาหา
“แกพี่นิกโก้ล่ะ”
“เขารีบไปเรียน” พูดโกหกเพื่อนไปเพราะไม่อยากให้ ยิปโซถามอะไรอีก ก่อนที่จะเปิดท้ายรถหยิบของฝากออกมาให้เพื่อนและยิ้มให้
“นี่ของฝากแกจ้ะ” ส่วนถุงที่ทิ้งไว้หลังรถเป็นของพี่นิกโก้ น้ำชาเก็บไว้ที่เดิมแบบนั้น เพราะมันไม่เป็นเหมือนที่คิดไว้เลย ช่างเถอะฉันจะเอาไปทิ้ง
“น้ำชาเป็นอะไรรึเปล่า” ยิปโซถามอย่างเป็นห่วง
“เปล่านี่จะเป็นอะไร ฉันกลับก่อนดีกว่าแกจะได้ไปเรียน ไว้นัดกันใหม่นะยิปโซ”
“อืมได้ ขับรถดีๆ นะอย่าขับเร็วแกไม่ค่อยชินทาง แล้วก็ขอบใจมากสำหรับของฝากด้วย”
น้ำชาพยักหน้าให้เพื่อนแล้วก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ และขับรถออกมา
