บทที่10 สูงเท่าไหล่พี่แล้ว
ด้านนิกโก้
ปุญญ์กับมาร์โคยืนรอเขาอยู่ตรงหน้าห้องเรียน
“ทำไมไม่เข้าไปละวะ”
“กูสองคนรอมึงอยู่ อาจารย์ยังไม่มาหรอก ไม่ต้องรีบ มีอะไรจะถามมึงหน่อย” ปุญญ์พูด
“รีบถามมา มีอะไร”
“เมื่อกี้อะไรกันวะนิกโก้ ทำไมมึงทำแบบนั้นกับคู่หมั้น กูไม่เข้าใจ น้องสวยขนาดนั้น มึงมีปัญหาตรงไหน” ปุญญ์ถามเพราะปกตินิกโก้ไม่ได้เป็นแบบนี้
“เปล่า”
“นิกโก้ บอกกู นี่ไม่ใช่นิสัยของมึง ขนาดผู้หญิงที่ไม่ใช่คู่หมั้น มึงยังมีน้ำใจกับเขามากกว่านี้ กูว่ามันไม่ใช่แล้ว”
“ปุญญ์ มาร์โค ขอเถอะอย่าเพิ่งถาม ไว้กูพร้อมกูจะบอกมึงทุกอย่างเอง ตอนนี้กูบอกมึงได้แค่ ไม่ต้องสงสาร ยัยนั่นทำตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้ามึงสองคนอยู่ในเหตุการณ์แบบวันนี้อีก ไม่ต้องสนใจ” นิกโก้พูดจบเดินเฉียดไหล่ปุญญ์ เข้าไปในห้องเรียน
“ทำตัวเองเหรอวะอะไรของมัน” ปุญญ์พึมพำกับมาร์โค และได้แต่ส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ แต่คิดว่านิกโก้คงมีเหตุผลของมัน
ด้านน้ำชา
พี่เป็นอะไร เป็นบ้ารึไง รึไม่อยากให้ฉันไปมหาลัยเพราะพี่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าพี่มีคู่หมั้นแล้ว แล้วใครล่ะที่พี่ไม่อยากให้รู้ รึว่าผู้หญิง ที่ชื่อใบหม่อนอะไรนั่น โอ๊ะ! จริงเหรอนี่ ยัยนั่นจริงเหรอ ถ้าจริงเหมือนที่ฉันคิดรสนิยมพี่แย่มากนะพี่นิกโก้ เทียบกับยัยนั่นฉันสวยกว่าตั้งเยอะ แถมรวยกว่าด้วย ชิ! เธอไม่ใช่คู่แข่งฉันหรอกนะ ยัยใบหม่อนเน่า
แต่เอ๊ะ! ถ้าไม่สวยกว่าแบบนี้ค่อยอารมณ์ดีขึ้นหน่อยแฮะ พี่จะเลือกใครมาเป็นคู่แข่งน้ำชาคนสวย คงจะยากหน่อยนะ น้ำชาหยิบกระจกมาส่องหน้าตัวเองตอนที่รถติดไฟแดง
“สวยที่สุด ถ่ายรูปโพสต์IGหน่อยดีกว่า โชว์ความปังซะหน่อย” แชะ! แชะ!
น้ำชารีบโพสต์รูปตัวเอง และรีบพิมพ์แคปชั่นเมื่อรถจอดตรงแยกไฟแดงอีกแยก ด้วยแคปชั่นที่ว่า
Day One in Thailand
หลังจากนั้นก็มีคอมเมนต์มากมายอย่างแตกแตน รวมถึงหนุ่มๆ ที่เข้ามาชม น้ำชาอ่านคอมเมนต์แล้วก็ยิ้ม “เชอะ! หาให้สวยเท่าน้ำชาคนนี้ก่อนเถอะ นายแว่นเนิร์ด”
วันต่อมา
น้ำชากับคุณพ่อเดินทางมาบ้านคุณปู่วิลเลี่ยม คุณธวัฒชัยตั้งใจพาน้ำชา มาสวัสดีคุณปู่ของนิกโก้ แล้วก็คุณแม่ของเขา
“สวัสดีค่ะคุณปู่” น้ำชาพูดเสียงอ่อนหวานและยิ้มหวานให้ท่าน สักพักคุณนฤนาถกับนิกโก้เดินเข้ามา
“สวัสดีค่ะ คุณป้า” น้ำชายิ้มหวานให้ท่าน
“สวัสดีค่ะ ไม่เจอนานเลย หนูน้ำชาสวยขึ้นมากเลยนะคะ ป้าจำแทบไม่ได้” นฤนาถมองคู่หมั้นลูกชายอย่างสังเกต เธอเป็นสาวเต็มตัวแล้วและสวยมากขึ้นจริงๆ
“ขอบคุณค่ะคุณป้า หนูตัวสูงขึ้นด้วยนะคะ” น้ำชาพูดอย่างอารมณ์ดี
“ไหนสูงขึ้นงั้นเหรอ ปู่ไม่ทันสังเกต” วิลเลี่ยมถามยิ้มๆ อย่างนึกเอ็นดู
“ใช่ค่ะหนูสูงขึ้น เพราะพี่นิกโก้อยากให้หนูเท่าไหล่พี่เขาค่ะ ตอนนี้น่าจะเท่าไหล่แล้วนะคะ” น้ำชาเดินไปจับแขนนึกโก้ออกแรงดึงให้เขายืนขึ้น เพื่อเทียบความสูง “เป็นไงคะหนูเท่าไหล่พี่เขารึยังคะคุณปู่”
วิลเลี่ยมหัวเราะชอบใจ เอ็นดูความน่ารักสดใสของน้ำชา “เท่าไหล่นิกโก้เป๊ะเลยลูก”
คุณนฤนาถมองน้ำชาแล้วยิ้ม เอ็นดูอยู่มากเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ค่อยเรียบร้อยสักเท่าไหร่ตามแบบที่ตัวเองชอบมากนัก “นิกโก้ทำไมบังคับน้องแบบนั้น” แอบบ่นลูกชายเบาๆ
“ผมเปล่าบังคับนะครับคุณแม่”
“จริงค่ะคุณป้า พี่นิกโก้แค่บอกชาเฉยๆ ว่าถ้าสูงเท่าไหล่พี่เขาชาจะสวยขึ้น” น้ำชาตั้งใจช่วยพูดออกตัวให้เขา
“แบบนั้นหรอกเหรอจ๊ะ”
“แล้วชาสวยขึ้นไหมคะพี่นิกโก้ ชาสูงเท่าไหล่พี่แล้วนะ” น้ำชายิ้มให้ตั้งใจถามต่อหน้าผู้ใหญ่ แกล้งเขา
“สวยขึ้นครับ” นิกโก้ตอบแล้วส่งยิ้มให้
น้ำชาสังเกตรอยยิ้มของเขา ว่ายิ้มธุรกิจอีกไหม แต่เขายิ้มปกติ ก่อนที่จะขยับแว่นนิดหนึ่ง แล้วจับมือน้ำชาให้นั่งลงข้างๆ เขา มองคนตัวเล็กที่นั่งทานของว่างไปด้วยและตอบคำถามคุณปู่ของเขาไปด้วยเกี่ยวกับเรื่องเรียน ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองอะไรเขาแล้วกับเรื่องเมื่อวาน
“น้ำชาเรียนเป็นไงบ้าง”
“สนุกมากเลยค่ะคุณปู่ อีกสองปีก็จบแล้วค่ะ ดีใจมากเลยนะคะ ที่คุณพ่ออนุญาตให้ชาไปเรียน เพราะพี่นิกโก้พูดให้ชาเลยนะคะ คุณพ่อถึงยอม” น้ำชาตั้งใจชื่นชมเขาต่อหน้าทุกคน
“งั้นเหรอ” วิลเลี่ยมหัวเราะ “นิกโก้ออกหน้าให้เลยเหรอ พี่เขาไปพูดว่าไงบ้างล่ะน้ำชา คุณพ่อหนูถึงได้ยอม”
“ตอนนั้นพี่นิกโก้บอกคุณพ่อว่า อยากให้ชาเรียนต่อตามที่ชาอยากเรียน ชาเป็นคู่หมั้นพี่เขายังไงพี่เขาก็ดูแลชาเอง จบมาวาดรูปแล้วขายไม่ได้ พี่ก็จะรับผิดชอบดูแลชาทุกอย่าง ค่ะคุณปู่ คุณพ่อบอกชาว่าพี่นิกโก้มาพูดแบบนี้ค่ะ” น้ำชาเล่าให้ทุกคนฟัง ตามที่คุณพ่อของฉันเล่ามาว่าพี่นิกโก้มาพูดแบบนี้ ฉันก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดให้ขนาดนี้ เพื่อช่วยฉัน แต่ก็แอบดีใจ เพราะถ้าเขาพูดได้ถึงขนาดนี้ ก็คงเพราะเขาชอบฉันมากแล้ว คงหลงรักฉันมากแล้วสินะ
“เรากล่อมพี่เค้าให้ไปพูดนะสิน้ำชา ใช่ไหม” ธวัฒชัยพูดและก็หัวเราะ พลอยให้คุณวิลเลี่ยม และคุณนฤนาถขำไปด้วย
น้ำชามองคุณพ่อตัวเองแล้วก็หน้างอ ไม่ได้แก้ตัวอะไร หันมามองนิกโก้เพื่อขอความช่วยเหลือแต่เขาก็นิ่ง เงียบไม่ยอมพูดอะไร แต่เอาจริงๆ ฉันไม่ได้บอกให้เขาไปพูดขนาดนั้นสักหน่อย แค่ขอให้เขาช่วยพูด แต่คำพูดทุกประโยคเขาพูดของเขาเองต่างหาก แต่ก็ดูเอาเถอะ พอแบบนี้แทนที่จะช่วยฉันกลับมานั่งเงียบ กวนโมโหชะมัดคนอะไรก็ไม่รู้
“เอาเถอะๆ จบแล้วรีบกลับไทยเลยนะ ปู่อยากให้หนูกลับมาวาดรูปให้ปู่สักรูป”
“ได้ค่ะ จะวาดให้หล่อๆ เลยค่ะ”
