บทที่7 นิกโก้รู้ความจริง
หลังจากน้ำชาทานอาหารเสร็จ ผู้ใหญ่นั่งสนทนากันสักพัก คุณพ่อของน้ำชาก็ขอตัวกลับ น้ำชาเลยบอกคุณพ่อตามที่นิกโก้บอก ท่านก็อนุญาตไม่ได้ว่าอะไร เพราะคิดว่าเดี๋ยวน้ำชาก็จะกลับไปแคนาดาแล้ว ทั้งคู่คงมีอะไรต้องคุยกัน
น้ำชาบ๊ายบายเพื่อนเมื่อเดินออกมาส่งยิปโซกลับ และเดินเข้าบ้านกับนิกโก้
“พี่มีอะไรจะคุยกับชาคะ”
“ไปคุยกันในบ้านเถอะพี่ร้อน” นิกโก้เดินนำน้ำชาเข้าไปในบ้านตัวเอง
“เด็กๆ ทานขนมกันไหมลูก แล้วก็ผลไม้” นฤนาถถามทั้งคู่ เมื่อเห็นสองคนเดินเข้าบ้านมาด้วยกัน
“ชาขอขนมค่ะคุณป้า” น้ำชาตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง แล้วก็ยิ้มหวานประจบผู้ใหญ่
“ได้เลยจ้ะ” นฤนาถจัดขนมใส่จานให้ทั้งคู่
“ขอเอาไปทานบนห้องผมนะครับคุณแม่ ผมมีเรื่องจะคุยกับน้ำชาส่วนตัวหน่อยครับ” นิกโก้พูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
คุณนฤนาถมองหน้าลูกชายนิ่งไปสักพัก แล้วก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน “ดะ…ได้จ้ะ จะถือขึ้นไปเองเหรอจ๊ะ”
“ครับ” นิกโก้เดินไปช่วยถือถาดของว่าง และเดินนำน้ำชาขึ้นไปชั้นสองของบ้าน น้ำชาไม่ได้อะไร เดินตามเขาไปและเป็นคนเปิดประตูห้องให้เขา เพราะมือเขาไม่ว่าง
นิกโก้วางถาดของว่างลงที่โต๊ะเล็กตรงโซฟา แล้วนั่งลง น้ำชาเดินมานั่งลงใกล้ๆ เขา
“ทำไมพี่ดูหงุดหงิดคะ” น้ำชามองเขาอย่างสังเกต ฉันเพิ่งเห็นว่าเขาแทบจะไม่ยิ้มเลย แค่มองฉันนิ่งๆ อยู่ตลอด
“ก็เปล่านะ” นิกโก้ตอบไปแบบนั้น แบบที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกตัวเอง ที่โคตรหงุดหงิดเลยตอนนี้
“พี่มีอะไรคะ บอกชาสิคะ” น้ำชาถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
นิกโก้ฝืนตัวเองและพูดออกไป “ก็เราจะกลับแล้ว มันเร็วไป”
น้ำชายิ้มหวานให้เขาทันทีเมื่อได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้น “ก็ชาต้องกลับไปเรียนนี่คะ เราก็ติดต่อกันได้ตลอดนี่คะ ปิดเทอมปุ๊บชาจะรีบกลับมาเลย ไม่ปล่อยให้พี่เหงาแน่ๆ”
นิกโก้ฝืนยิ้ม มองสบตาสวยนิ่ง
“พี่นิกโก้แน่ใจนะคะ ว่าไม่อยากให้ชา กลับมาเรียนมหาลัยที่ไทย”
“แล้วแต่เราสิ ถ้าอยากไปตามความฝันก็ไปต่อที่ลอนดอนก็ได้”
“อยากไปสิคะ ทำไมชาจะไม่อยากไป ชาชอบวาดรูปจริงๆ นะ” น้ำเสียงออดอ้อนเขาต่อ
“ขอดูหน่อยได้ไหม รูปที่วาด”
“ได้สิคะ” น้ำชาตอบอย่างกระตือรือร้น และรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าใบเล็กราคาแพงลิบลิ่วของตัวเอง และขยับเข้าไปใกล้ๆ เขา รีบเปิดรูปภาพ เพื่อให้เขาดูรูปที่ตัวเองเป็นคนวาด อย่างรู้สึกภาคภูมิใจ “นี่ค่ะ สวยไหมคะ พี่ชอบรูปไหน”
นิกโก้คว้าเอวเล็กให้เธอขยับเข้ามาแนบชิด และตั้งใจโน้มหน้าเข้าไปแนบชิดแก้มนุ่ม เพื่อดูรูป “สวยนะ ฝีมือดีเลยล่ะ แบบนี้ไปเรียนเถอะ”
“พี่ชมจริงๆ ใช่ไหมคะ” น้ำชาขยับออกห่างนิดหนึ่งเพราะแอบใจเต้นแรง ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำอะไรแบบนี้
“พี่พูดจริง เราไม่เชื่อในฝีมือตัวเองเหรอ ถึงไม่ลงรูปที่เราวาดในIGเลย”
“พี่เข้าไปดูIGชาด้วยเหรอคะ”
“อืม! ก็เราบอกให้พี่เข้าไปดูไม่ใช่เหรอ ที่พี่ถามว่าเราเล่นกีฬาบ้างไหม ตอนนั้นน่ะ”
“ค่ะ ชาไม่ได้ลงรูปวาดเพราะไม่อยากให้คุณพ่อรู้ว่า ชาแอบไปเรียนมาบ้างแล้ว”
“งั้นเหรอ แล้วแบบนี้จะกล้าขอไปเรียนรึเปล่า”
น้ำชามองสบตานิกโก้แล้วทำหน้าเศร้า ก่อนที่จะส่ายหน้าช้าๆ “ชาไม่กล้าบอกคุณพ่อค่ะ พี่นิกโก้ช่วยชาได้ไหมคะ ถ้าพี่นิกโก้ช่วยพูดคุณพ่อต้องรับฟังพี่แน่ๆ ค่ะชามั่นใจ”
“จะให้พี่พูดว่ายังไงดีล่ะ”นิกโก้นึกชอบใจในสิ่งที่เขาได้ยินเธอคุยกับเพื่อน เพราะเขาจะได้เลิกโง่ และรู้ทันคนเหลี่ยมจัดอย่างน้ำชา ที่ไม่ใช่แค่คิดจะแก้แค้นเขา แต่จะหลอกใช้เขาด้วย และตอนนี้เธอก็กำลังทำอยู่ อย่างหน้าไม่อาย
น้ำชายิ้มหวานหันมามองเขาดวงตาเป็นประกาย อย่างมีความหวัง “พี่ก็แค่พูดกับคุณพ่อว่า พี่ไม่ได้อะไรถ้าชาจะเรียนศิลปะ พี่เห็นด้วย และยินดีสนับสนุนทุกอย่างในสิ่งที่น้ำชาชอบ แค่นี้เลยค่ะ เพราะพี่เป็นคู่หมั้นของชาถ้าพี่ออกหน้าช่วยพูดให้ชา คุณพ่อต้องไม่ขัดแน่ๆ ค่ะ”
นิกโก้ยิ้ม จับคางเล็กให้เงยหน้าขึ้น มองสบตาเขา “ให้พี่พูดเยอะขนาดนั้น ควรมีอะไรมาแลกหน่อยไหม”
น้ำชาอึกอัก รู้สึกประหม่าขึ้นมา อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เม้มริมฝีปากแน่น อย่างตัดสินใจว่าจะตอบเขาว่าอย่างไรดี
นิกโก้คอยสังเกตท่าทางของเธออยู่ตลอด แอบนึกขำอยู่ในใจ แค่นี้ก็ตกใจแล้วงั้นเหรอ กล้าดียังไงจะมาหลอกใช้เขา เก่งให้จริงหน่อยยัยตัวแสบ เขาได้แต่นึกขำในใจ
“ขอจูบได้ไหม”
“อะไรนะคะ” น้ำชาถามออกมาหน้าตาตื่น
“ขอจูบ อนุญาตไหม” นิกโก้กดจูบลงมาบนริมฝีปากนุ่มทันที ไม่รอให้เจ้าตัวอนุญาต บดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างต้องการลงโทษยัยตัวแสบ เธอเริ่มก่อนเองนะน้ำชา จนพอใจแล้วถอนจูบ มองสบตาสวย ที่เห็นก็รู้เลยว่าตื่นตระหนกมากพอสมควรกับการกระทำของเขา
“พี่นิกโก้ ชายังไม่อนุญาตเลยนะคะ” น้ำชาต่อว่าเขาทันที เพราะตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะกล้าทำอะไรแบบนี้ ก็เขาดูเนิร์ด แล้วก็ดูเหมือนจะขี้อายด้วย ดูใจดีแถมดูเป็นสุภาพบุรุษ
นิกโก้หัวเราะ “ทำไม พี่แค่อยากจูบคู่หมั้น” เขาตั้งใจพูดแบบนั้นเพราะอยากให้เธอรู้ว่าเขาจะทำอะไรก็ย่อมได้ แล้วก็รู้สึกสะใจ ที่เห็นเธอออกอาการตกใจแบบนี้
น้ำชาได้แต่นิ่งเงียบไป และคิดว่าเขาอันตรายเกินไปที่จะอยู่ใกล้เขา เพราะตอนนี้เขาคงมองว่าฉันเป็นผู้หญิงของเขา และมีสิทธิ์ในตัวฉันจะทำอะไรก็ได้สินะ แบบนี้ไม่ดีแน่ถ้าฉันจะอยู่ใกล้เขามากๆ ไม่คุ้มแน่ๆ
“ชาแค่คิดว่าชายังเด็กเกินไปค่ะ อยากให้พี่ใจเย็นหน่อย”
นิกโก้ยิ้ม “ก็แค่จูบ” นิกโก้ตั้งใจพูดเหมือนไม่สำคัญอะไร
“ก็…ก็ชายังไม่เคยจูบนี่คะ” น้ำชาพูดเสียงเบา มันเป็นจูบแรกของฉันเลยนี่น่า
“ก็จะได้เคยไง ต่อไปคงโดนจูบบ่อยๆ” นิกโก้ตอบหน้าตาเฉย
“พี่นิกโก้ เคยจูบแล้วเหรอคะ”
เขาหัวเราะ “ก็ต้องเคยสิ ก็แค่จูบ เรื่องปกติจะตาย”
“แล้วถ้าชาไม่อยู่พี่จะจูบกับใครรึเปล่าคะ”
“เราไม่สนใจไม่ใช่เหรอ จำได้ว่าเคยบอกแบบนั้น”
“ก็ได้ค่ะ ถ้าพี่บอกว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย ชาก็จะไม่สนใจ จะปล่อยพี่จนกว่าชาจะเรียนจบ”
นิกโก้ไม่ได้ตอบอะไร เพราะต่อจากนี้ไป ระหว่างเธอกับเขาจะไม่ใช่มิตรภาพที่ดี รึจะพัฒนาไปเป็นคนรักอะไรแบบนั้น เพราะเธอเริ่มเองนะน้ำชารับให้ไหวก็แล้วกัน เขาคงไม่ใช่เจ้าหมาตัวโตแสนเชื่องแน่ๆ
