มิสู้ยกให้หม่อมฉันสั่งสอนดีหรือไม่
เรือนร้างหลังตำหนัก
ยามนี้เอมี่ยอมรับว่าตัวเองคือหยางหมิงจู คุณหนูใหญ่สกุลหยาง บุตรสาวที่บารังเกียจ มารดาไม่ใส่ใจนางรักเพียงบุตรสาวคนรองและบุตรชายคนเล็ก เพราะยามนั้นหยางหมิงยังเป็นเพียงบัณฑิตยากจน เขากับหลิวกุ้ยเหลียนดิ้นรนกว่าจะเดินทางมาสอบได้
ทิ้งหยางหมิงจูเอาไว้ที่ชนบทกับท่านปู่ท่านย่า กว่าจะไปรับนางมาก็เกือบจะถึงวัยปักปิ่น มาถึงก็มีแต่คนรังเกียจเพราะความที่นางมาจากบ้านนอก สามปีมาแล้วนางยังคงไม่ได้รับความรักจากบิดามารดา จนในที่สุดก็เริ่มสร้างตัวตนทำตัวร้ายกาจจนเลื่องลือไปทั่วว่าบุตรสาวเจ้ากรมคลังเป็นสตรีหยาบกระด้าง
และเมื่อนางกับฉินอ๋องอยู่บนเตียงเดียวกันทุกคนยิ่งปักใจว่านางเป็นคนก่อเรื่องงามหน้าทั้งหมด เอมี่ในร่างหยางหมิงจูนั่งขัดสมาธิอยู่ที่กลางลานบ้านก่อนจะเอ่ยถามสาวใช้ที่เพิ่งวกลับมาจากไปโรงครัว
“ชุ่ยชุ่ย...ข้าร้ายกาจเพียงนี้เหตุใดเจ้ายังจงรักภักดี”
“ตอนที่อยู่ชนบทมีเพียงพระนางที่ดีต่อหม่อมฉันเพคะ”
หยางหมิงจูหันมาเพื่อจะพูดคุยต่อ แต่กลับเห็นใบหน้าที่บวมเปล่งของสาวใช้ร่างเดิมก็เอ่ยเสียงเข้ม
“ฝีมือใคร”
“ไม่มีเพคะ”
ชุ่ยชุ่ยรีบก้มหน้าซ่อนใบหน้าที่บวมช้ำ หยางหมิงจูลุกขึ้นเอ่ยเสียงเข้มอีกครั้ง
“ข้าไม่ชอบคนโกหก ฝีมือใคร”
“ป้า ป้าจวงเพคะ บ่าวไปรับอาหารแต่นางบอกว่าท่านอ๋องให้จ่ายวันละมื้อซึ่งยามนี้เย็นแล้ว อาหารของวันนี้ไม่มีแล้ว บ่าวบอกว่าวันนี้เรายังไม่ได้ พระชายาเพิ่งจะฟื้นเท่านั้น แต่นางไม่ฟังสั่งให้คนตีบ่าวเพคะ”
“โรงครัวไปทางไหน นำทาง”
ชุ่ยชุ่ยไม่อยากให้ท่านอ๋องเกลียดพระชายาไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนจะขวางพระนางไม่ได้จึงยอมเดินนำทางไป
สองคนผ่านลานหลังบ่าวกำลังซุบซิบกันเรื่องที่นางถูกไล่ไปอยู่เรือนร้าง สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยออกมาไม่เกรงใจ
“นี่แหละจุดจบพวกอยากปีนเตียงท่านอ๋อง คุณหนูเฉินนางทั้งเพียบพร้อมเป็นกุลสตรีอ่อนหวาน ส่วนอีกคน อ๊ะ อ๊ายยยย”
ตู้มมมม!!! ร่างของสาวใช้กระเด็นตกน้ำลงไป นางพยายามที่จะตะกายขึ้นมาแต่หยางหมิงจูใช้เท้าเหยียบศีรษะนางไว้ สาวใช้ปากดีสำลักน้ำจนตาเ้หลือก บ่าวรีบวิ่งไปตามท่านอ๋อง ส่วนป้าจวงก็มาพอดีนางเอ่ยเยาะเย้ย
“ไม่มีข้าวจะกินยังมีแรงตีคนอื่น สงสัยท่านอ๋องคงเมตตาเกินไปสินะ”
หยางหมิงจูเอาเท้าที่เหยียบหัวสาวใช้ขึ้นหันมาทางหญิงสูงวัยช้าๆ สายตานางเย็นเยียบจนป้าจวงต้องหลบสายตา ร่างบางเดินเข้าหา เอ่ยถามเสียงเย็น
“มือข้างไหนตบชุ่ยชุ่ยของข้า แล้วมีใครลงมืออีกบ้าง”
เพียะ!! ป้าจวงยังไม่ทันตอบคำถามฝ่ามือแรกก็แหวกอากาศลงมาที่ใบหน้านาง
“เจ้าตบนางไปกี่ที” เพียะ!!
“ต่อให้มู่หรงเยี่ยนไม่โปรดข้าตำแหน่งข้าก็ยังคงเป็นพระชายา เป็นเชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง ใครให้ความกล้า” เพียะ!!
ป้าจวงเลือดออกมุมปาก ใบหน้าบวมยิ่งกว่าหัวหมู ปกติพระชายาก็ร้ายกาจอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับดูอำมหิตกว่าทุกครั้ง ก่อนที่เสียงเข้มดังกังวานจะลอยมา
“ลงมือกับบ่าวไพร่ในจวนข้า หยางหมิงจูเจ้าชักจะกำเริบใหญ่แล้วนะ จับคนกดน้ำนี่หมายจะเอาชีวิตคนเชียวหรือ”
ร่างอรชรหันกลับไปจ้องตาเขาเอ่ยเสียงเรียบ
“ชุ่ยชุ่ยแค่มารับอาหาร หากไม่มีให้แล้วเหตุใดไม่พูดดีๆ ถึงกับให้คนรุมทุบตีนาง จะเอาความหม่อมฉันแล้วคนของท่านอ๋องเล่าเพคะมิมีความผิดเชียวหรือ”
“เจ้า....ก็แค่สาวใช้คนหนึ่งเจ้าถึงกับลงไม้ลงมือกับป้าจวง”
“อ้อ..ก็แค่แม่ครัวคนหนึ่งถึงกับกล้าดูหมิ่นพระชายา จวนอ๋องสั่งสอนคนไม่เป็นมิสู้ยกให้หม่อมฉันสั่งสอนดีหรือไม่”
มู่หรงเยี่ยนแปลกใจเล็กน้อย นางร้ายกาจเขารู้ แต่นางมีเหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เมื่อไหร่ที่นางสามารถสงบนิ่งและยืนต่อปากต่อคำกับเขาโดยไม่โวยวายฟูมฟายบีบน้ำตา เขาไม่รู้ทำไมยิ่งเถียงนางเขายิ่งเสียเปรียบจึงตัดบท หันไปหาแม่ครัวก่อนจะเอ่ย
“ต่อไปอยู่กันให้สงบอาหารเรือนพระชายาให้ส่งตามที่ข้าสั่ง ส่วนเจ้าหยางหมิงจู วันนี้เย็นแล้วพรุ่งนี้ค่อยกิน หากวันนี้อนุโลมให้เจ้าคำสั่งข้าจะมีความหมายหรือ กลับไปได้แล้ว”
