ตอนที่ 3: เจ้าสาวในห้องหอที่เต็มไปด้วยระเบิดเวลา
สามวันต่อมา... เสียงฆ้องและกลองดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวง ขบวนแต่งงานอันยิ่งใหญ่อลังการของฉินอ๋องเคลื่อนผ่านถนนสายหลัก ท่ามกลางสายตาของประชาชนนับพันที่ออกมามุงดูด้วยความสนอกสนใจ ขบวนสินสอดทองหมั้นยาวเหยียดนับร้อยหาบสะท้อนถึงอำนาจและบารมีอันล้นฟ้าของจวนฉินอ๋อง
ลี่อินนั่งอยู่ภายในรถม้าบุผ้าแพรสีแดงสด นางสวมชุดเจ้าสาวปักลายหงส์ทองคำอันประณีตงดงาม บนศีรษะมงกุฎหงส์ประดับมุกเม็ดโตน้ำงาม ผ้าคลุมหน้าสีแดงผืนบางปิดบังใบหน้าอันงดงามที่ถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถัน ภายนอกดูเหมือนงานมงคลที่น่าอิจฉาที่สุดในแคว้น แต่นางรู้ดีว่าทุกก้าวที่รถม้าเคลื่อนไป คือการก้าวเข้าสู่ดงหนามและระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
พิธีการคารวะฟ้าดินในท้องพระโรงใหญ่ของจวนอ๋องดำเนินไปอย่างเรียบร้อยท่ามกลางการจับตามองของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และแขกเหรื่อมากมาย ราชครูชิวและองค์ชายรองต่างมาร่วมงานด้วยรอยยิ้มจอมปลอม สายตาของพวกเขาที่มองมายังลี่อินเต็มไปด้วยความระแวงและจับผิด ขณะที่ฉินมู่หยวนเคียงข้างนางด้วยท่วงท่าที่สุขุม เย็นชา และปกป้องนางอย่างแนบเนียน
กระทั่งยามค่ำคืนเดินทางมาถึง... เสียงดนตรีและงานเลี้ยงด้านนอกค่อยๆ เงียบสงบลง บรรยากาศภายใน "ห้องหอ" เต็มไปด้วยความเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเทียนไขที่กำลังเผาไหม้
ลี่อินนั่งอยู่บนเตียงวิวาห์ประดับลายมังกรหงส์ มือทั้งสองประสานกันแน่นอยู่บนตัก ใต้ชุดแต่งงานอันหรูหรานี้นางซ่อนเข็มพิษ มีดสั้น และผงยาสลบไว้ทุกจุดที่สามารถหยิบฉวยได้ง่าย นางไม่เคยไว้วางใจบุรุษใด และแม้กระทั่งพันธมิตรอย่างฉินมู่หยวน นางก็ยังต้องระวังตัวไว้เสมอ
กึก...
เสียงประตูห้องหอถูกดันเปิดออก ฉินมู่หยวนก้าวเข้ามาในห้อง เขาสวมชุดแต่งงานสีแดงสดปักลายมังกรทองซึ่งทำให้ใบหน้าคมคายของเขาดูโดดเด่นและทรงเสน่ห์ยิ่งกว่ายามปกติ กลิ่นสุรามงคลจางๆ โชยมาจากกายเขา แต่ดวงตาคู่คมนั้นยังคงแจ่มใส ไม่มีร่องรอยของความเมามายแม้แต่น้อย
เขาเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าเตียง คว้าไม้คันชั่งหยกรักษาความสงบยกผ้าคลุมหน้าสีแดงของลี่อินขึ้นช้าๆ
แสงเทียนทอประกายกระทบใบหน้างดงามไร้ที่ติของลี่อิน ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววหวาดระแวง คิ้วเรียวขมวดน้อยๆ ริมฝีปากสีแดงสดเม้มแน่น ฉินมู่หยวนมองภาพนั้นแล้วตื่นตะลึงไปชั่วครู่ ความงดงามของนางยามนี้ตรึงสายตาของเขาไว้ได้อย่างน่าประหลาด
"งดงามสมเป็นพระชายาของข้า..." เขาเอ่ยเสียงต่ำ ก่อนจะวางไม้คันชั่งลงบนโต๊ะ
"ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วยเพคะ เราตกลงกันแล้วว่านี่เป็นเพียงการแต่งงานลวง" ลี่อินรีบเอ่ยขัด ขยับตัวถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่อเขาขยับเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงข้างๆ นาง
"การแต่งงานลวง... แต่คนภายนอก สายสืบ และเหล่านักฆ่าตระกูลชิวต่างเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง" ฉินมู่หยวนเอ่ยเรียบๆ รินสุรามงคลใส่จอกหยกสองใบ แล้วยื่นจอกหนึ่งให้นาง "หากเราไม่เล่นละครให้เนียนจนถึงที่สุด เจ้าคิดหรือว่าสายสืบที่ซ่อนอยู่ในจวนนี้จะเชื่อ?"
ลี่อินมองจอกสุราในมือเขาด้วยสายตาระแวง "สุรานี้..."
"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นหมอพิษ" ฉินมู่หยวนยกยิ้มมุมปาก "เจ้าทดสอบดูก็ได้ว่าข้าใส่ยาอะไรไว้หรือไม่"
ลี่อินรับจอกสุรามา แอบใช้เล็บมือที่มีคราบยาทดสอบพิษสัมผัสกับขอบจอกเบาๆ เมื่อเห็นว่าสุราไม่มีปฏิกิริยาผิดปกติ นางจึงยอมยกขึ้นจิบพร้อมกับเขาตามพิธีการ จิบสุราร้อนผ่าวแล่นผ่านลำคอ สร้างความอบอุ่นขึ้นในอก
ทว่า ในวินาทีต่อมา ลี่อินกลับรู้สึกถึงอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ร่างกายของนางเริ่มอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็วดุจถูกถอนกระดูก!
"นี่มัน... พิษสลายพลัง!" ลี่อินเบิกตากว้างด้วยความตกใจและโกรธแค้น นางพยายามจะชักมีดสั้นออกมารับมือ แต่มือกลับสั่นเทาจนไร้เรี่ยวแรง "ฉินมู่หยวน! เจ้า... เจ้าทรยศข้า!"
นางคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกล้าวางยาในจอกสุรามงคล! ชายผู้นี้ช่างเลวทรามและไร้ยางอายยิ่งนัก!
ฉินมู่หยวนมองร่างบางที่กำลังจะล้มพับลงบนเตียงด้วยสายตาเยือกเย็น เขาขยับข้ามตัวนางไป ยื่นมือไปคว้าหมอนและผ้าห่มของนางออก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสม่ำเสมอ
"ข้าไม่ได้ทรยศเจ้า ยาที่เจ้าได้รับคือยาสลายพลังชั่วคราว มีผลเพียงสองชั่วยามเท่านั้น"
"เจ้าทำแบบนี้ทำไม?!" ลี่อินกัดฟันถาม พยายามรวบรวมกำลังกายที่เหลืออยู่ข่มความโกรธ
"เพราะด้านนอกห้องหอนี้ มีสายสืบขององค์ชายรองและตระกูลชิวแอบฟังอยู่ไม่ต่ำกว่าสี่คน" ฉินมู่หยวนโน้มตัวลงมาประชิดร่างของนาง จนปลายจมูกของเขาแทบจะชนกับแก้มเนียนของนาง "หากเจ้ายังมีพลังยุทธ์เต็มเปี่ยม ลมหายใจและการเคลื่อนไหวของเจ้าจะตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งผิดธรรมชาติของสตรีที่เพิ่งผ่านพิธีเข้าห้องหอ... ข้าจำเป็นต้องทำให้เจ้าอ่อนแรงลง เพื่อให้ลมหายใจของเจ้าแผ่วเบาและสมจริงที่สุด"
"เจ้า..." ลี่อินพูดไม่ออก ความโกรธขึงแล่นขึ้นสมอง แต่นางก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุผลของเขามีน้ำหนักมากเพียงใด
ฉินมู่หยวนปลดเสื้อคลุมตัวนอกของตนเองออก เผยให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนาและรอยแผลเป็นจากการศึกสงครามอันน่าเกรงขาม เขาแทรกตัวลงนอนข้างๆ นางบนเตียงกว้าง ดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมร่างของคนทั้งสองไว้
"วางใจเถิด ข้าไม่อาจข่มเหงสตรีที่ไร้ทางสู้" เขาเอ่ยข้างหูนาง น้ำเสียงอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย "นอนเสีย... พักผ่อนให้เต็มที่ เพราะพรุ่งนี้เช้า สงครามในจวนอ๋องจะเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง"
ลี่อินนอนเกร็งอยู่ข้างกายบุรุษผู้เป็นสามีในนาม กลิ่นอายกายและอุณหภูมิความร้อนจากตัวเขาถ่ายทอดผ่านผ้าห่มผืนเดียวกัน ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้จะโกรธที่เขาใช้อุบายวางยานาง แต่นางก็สัมผัสได้ถึงความระมัดระวังและความเป็นสุภาพบุรุษที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชาของเขา
ในคืนนั้น ท่ามกลางสายตาและหูของสายสืบที่แอบซ่อนอยู่รอบห้องหอ สองสามีภรรยาผู้เก่งกาจต่างนอนเคียงคู่กันบนเตียงเดียวกัน หัวใจของทั้งสองดวงแม้จะยังเต็มไปด้วยความหวาดระแวง แต่ก็เริ่มก่อตัวเป็นสายใยบางๆ ที่ผูกมัดพวกเขาทั้งสองไว้ในสงครามแห่งเล่ห์กลครั้งนี้...
