คู่ขนานบัลลังก์ใจ

33.0K · จบแล้ว
BMshishi
15
บท
56
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อมือสังหารสาวผู้ซ่อนพิษร้าย ต้องมาผูกสมัครรักใคร่กับ 'ยมทูตหน้าหยก' ผู้กุมอำนาจทหาร ท่ามกลางเล่ห์กลราชสำนักที่เดิมพันด้วยหัวใจ

นิยายรักโรแมนติกนิยายแอคชั่นนิยายรักนิยายจีนโบราณ

ตอนที่ 1: หญิงงามกับยาพิษไร้ลักษณ์

ลมราตรีพัดโชยกลิ่นหอมหวานอันตรายของดอกอวี้หลันยามค่ำคืนให้ลอยอวลไปทั่วบริเวณ "ตำหนักจันทราทอแสง" ภายในจวนราชครูชิว บรรยากาศภายในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบห า สิบพรรษาของราชครูชิวผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า แสงโคมไฟสีแดงส้มทอประกายระยิบระยับสะท้อนกับผิวน้ำในสระบัวใหญ่ ดนตรีบรรเลงขับกล่อมอย่างรื่นหู เสียงหัวerเราะและการประจบสอพลอของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ดังประสานกันไม่ขาดสาย ทว่าเบื้องหลังหน้ากากอันยิ้มแย้มและจอกสุราที่ยกขึ้นชนกันนั้น กลับเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบและการเหยียบย่ำเพื่อไต่เต้าสู่อำนาจ

ณ มุมมืดของระเบียงทางเดินชั้นสอง ซึ่งเป็นจุดอับสายตาจากผู้คน ร่างเพรียวระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดอกเหมันต์ด้วยดิ้นเงินยืนนิ่งสงบ ดึงรั้งฮู้ดคลุมศีรษะลงต่ำเพื่ออำพรางใบหน้า ครึ่งเสี้ยวของใบหน้าที่โผล่พ้นเงาโคมไฟออกมานั้นงดงามจนน่าตะลึง ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบด้วยชาดสีแดงสดระเรื่อแต่มุมปากกลับเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน

นางคือ "ไป๋ลี่อิน" ...ภายนอกนางคือคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้บอบบางและรักสงบ แต่ในความมืดมิดและโลกเบื้องหลังที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นางคือ "มือสังหารเงาจันทร์" และเป็นผู้ใช้อภินิหารแพทย์พิษอันดับหนึ่งผู้เลื่องชื่อในยุทธภพ การมาเยือนจวนราชครูในคืนนี้หาใช่เพื่อมาร่วมอวยพรวันเกิดอันจอมปลอมไม่ หากแต่เพื่อมาทวงคืนความยุติธรรมและสะสางบัญชีแค้นที่ตระกูลชิวเคยกระทำต่อตระกูลไป๋เมื่อสิบปีก่อน

ปลายนิ้วเรียวเนียนดุจหยกขาวของลี่อินสัมผัสเบาๆ ที่ซองผ้าแพรสีดำบรรจุ "ผงยาพิษไร้ลักษณ์" ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้าง พิษชนิดนี้ไร้สี ไร้กลิ่น และไร้รส เมื่อสูดดมเข้าไปจะค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้เป้าหมายหมดสติไปอย่างช้าๆ คล้ายคนเมาสุรา โดยที่แพทย์หลวงหรือหมอทั่วไปไม่มีวันตรวจพบร่องรอยการถูกวางยาได้ทันท่วงที เป้าหมายของนางในคืนนี้คือ "ชิวไห่ถัง" บุตรชายคนโตของราชครูชิว ผู้ซึ่งเคยลงมือสังหารบิดาของนางด้วยมือตนเอง

"อดทนรออีกนิดเถอะ... ความแค้นสิบปี ถึงเวลาต้องชำระด้วยเลือดแล้ว" เสียงหวานใสกระซิบแผ่วเบากับตนเองในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองลอดผ่านม่านโปร่งของห้องโถงใหญ่ เห็นชิวไห่ถังกำลังยกจอกสุราขึ้นดื่มด้วยความเมามายและลำพองใจ

ทว่า ในจังหวะที่ลี่อินกำลังจะพลิ้วกายลงจากระเบียงเพื่อลอบเข้าไปปฏิบัติการตามแผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบนั้น ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของมือสังหารระดับปรมาจารย์กลับรู้สึกถึงกระแสลมที่ผิดปกติเบื้องหลัง รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด ร่างของนางดีดตัวหลบฉากไปทางด้านข้างสัญชาตญาณทันที!

ฟึบ!

ประกายแสงสีเงินวาบผ่านอากาศเฉียดปลายเส้นผมสีดำสนิทของนางไปเพียงไม่ถึงกระเบียบ นิ้วมือแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กคู่หนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าจับที่ข้อมือเรียวของนางไว้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แรงปะทะนั้นมหาศาลจนลี่อินต้องนิหน้าด้วยความตกใจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การเคลื่อนไหวของนางถูกจับได้โดยง่ายดายเช่นนี้!

"กล้าดียังไงถึงมาเดินเล่นในเขตหวงห้ามของจวนราชครูยามวิกาลเช่นนี้ แม่นางน้อย... หรือว่าเจ้ามีความลับอะไรที่ไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้?"

สุ้มเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงอำนาจเอ่ยขึ้นข้างหู น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ลี่อินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง นางรีบตวัดสายตากลับไปมองผู้ที่อยู่เบื้องหลังทันที

แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบเข้ากับใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินหยกของบุรุษผู้นั้น ดวงตาสีดำสนิทลุ่มลึกดุจห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง จมูกโด่งเป็นสันคมรับกับริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเป็นเส้นตรง เรือนร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าแพรสีดำปักลายมังกรเงินดิ้นทองบ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่ง บุรุษผู้นี้มิใช่ใครที่ไหน... เขาคือ "ฉินมู่หยวน" หรือที่ชาวยุทธภพและขุนนางในราชสำนักต่างขนานนามให้ว่า "ฉินอ๋อง... ยมทูตหน้าหยก" ผู้บัญชาการกองกำลังทหารรักษาพระองค์และโอรสองค์โปรดของฮ่องเต้ ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม เย็นชา และเด็ดขาดที่สุดในแคว้น!

เหตุใดฉินอ๋องจึงมาอยู่ที่นี่? เขาน่าจะอยู่ในท้องพระโรงต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองสิ! หัวใจของลี่อินเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก แต่นางยังคงควบคุมสีหน้าและแววตาให้กลับมาสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็ว สมกับที่เป็นผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน

"หม่อมฉัน... เอ่อ แม่นางน้อยผู้นี้เป็นเพียงสาวใช้ที่หลงทางเข้ามาชมจันทร์เท่านั้นเพคะ ท่านอ๋องโปรดปล่อยมือด้วยเถิดเพคะ ข้อมือของหม่อมฉันจะหักอยู่แล้ว" ลี่อินจงใจดัดเสียงให้สั่นเครือเล็กน้อย แสดงอาการหวาดกลัวอย่างสมบทบาท เพื่อตบตาบุรุษตรงหน้า

ฉินมู่หยวนหรี่นัยน์ตาคมกริบลงจ้องมองหญิงสาวในอ้อมกอดของตนอย่างพิจารณา เขาจับสังเกตได้ถึงความนิ่งสงบที่ผิดปกติใต้ความหวาดกลัวปลอมๆ นั้น รวมถึงกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหายากที่โชยมาจากกายของนาง กลิ่นนี้... มารดาของเขาซึ่งเป็นอดีตพระสนมเอกผู้ล่วงลับเคยใช้ปรุงยาบำรุงหัวใจ แต่มันไม่ใช่กลิ่นที่สาวใช้ทั่วไปในจวนขุนนางจะมีได้!

"สาวใช้หลงทางงั้นรึ? แต่ชุดที่เจ้าสวมใส่นี้ตัดเย็บจากผ้าแพรแพรไหมปักลายประณีตราคาแพงลิบลิ่ว แถมแววตาของเจ้า... ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวของคนธรรมดาเลยสักนิด" ฉินมู่หยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ใบหน้าคมโน้มเข้าไปใกล้ใบหูของนางจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณต้นคอระหง ทำให้ลี่อินรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความไม่คุ้นเคยกับการถูกคุกคามใกล้ชิดเช่นนี้

"หากท่านอ๋องไม่เชื่อ ก็เชิญเรียกคนมาตรวจค้นได้เลยเพคะ!" ลี่อินกัดฟันกรอด ตัดสินใจใช้แผนรุกคบ นางแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกแล้วสะบัดข้อมือออกอย่างแรง พร้อมกับอาศัยจังหวะชุลมุนซัดเข็มพิษเคลือบยาชาสามเล่มใส่จุดชีพจรสำคัญของฉินอ๋องด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ

ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!

ทว่า ฉินมู่หยวนกลับไวกว่า เขาสบัดชายเสื้อคลุมปัดป้องเข็มพิษทั้งสามเล่มร่วงหล่นลงพื้นได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของลี่อินรั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด แรงกระแทกนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด กลิ่นอายบุรุษอันทรงพลังและเย็นชาโอบล้อมร่างของลี่อินไว้จนหมดสิ้น ทางด้านลี่อินเมื่อเห็นว่าแผนแรกไม่สำเร็จ นางจึงงัดกระบวนท่าวิชาตัวเบาขั้นสูง ดีดตัวพลิกกลับหลังตวัดขาเตะเข้าที่ก้านคอของฉินอ๋องเพื่อเปิดทางหนี

เปรี้ยง!

ฉินมู่หยวนยกแขนขึ้นรับลูกเตะอันทรงพลังนั้นได้อย่างทันท่วงที แรงปะทะทำให้ลมรอบตัวกระโชกแรงจนหน้าต่างไม้สั่นสะเทือน ดวงตาคมกริบฉายแววพึงพอใจและทึ่งระคนกัน นี่เป็นครั้งแรกที่สตรีในรอบหลายปีสามารถต่อกรกับเขาได้ถึงกระบวนท่าที่สิบโดยไม่เพลี่ยงพล้ำในทันที

"ฝีมือไม่เลว... แม่นางน้อย เจ้าชักทำให้ข้าสนใจเสียแล้วสิ" ฉินมู่หยวนมุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ทำให้ดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มความน่ากลัวและทรงเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างประหลาด

ลี่อินใบ้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธและอับอาย นางรู้ตัวดีว่าหากยืดเยื้อต่อไป กำลังภายในของนางย่อมสู้บุรุษผู้นี้ไม่ได้แน่ ยิ่งเสียงฝีเท้าขององครักษ์ที่ลาดตระเวนอยู่ด้านล่างกำลังใกล้เข้ามาทุกที นางจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย คว้าขวดกระเบื้องขนาดเล็กในอกเสื้อปาลงพื้นแตกกระจาย กลิ่นควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นตลบอบอวลบังทัศนียภาพทันที

"ฉินมู่หยวน! วันนี้ถือว่าเจ้าตาดี... วันหน้าเราคงได้สะสางบัญชีกันแน่!" เสียงหวานกังวานเอ่ยลอดไรฟัน ก่อนที่ร่างระหงจะพลิ้วกายหายไปในความมืดมิดของราตรีอย่างไร้ร่องรอย

ฉินมู่หยวนยืนนิ่งท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวที่ค่อยๆ จางหายไป ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงหลงเหลือสัมผัสบางเบาจากเอวคอดของหญิงสาวปริศนาเมื่อครู่ ดวงตาสคมกริบทอดมองไปยังทิศทางที่นางหลบหนี มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย

"มือสังหารตระกูลไป๋งั้นรึ... น่าสนุกจริงๆ เกมนี้ข้าเล่นด้วยคนก็แล้วกัน"

ผ่านพ้นค่ำคืนอันระทึกขวัญ ณ เรือนพักลับย่านชานเมืองของไป๋ลี่อิน นางนั่งหอบหายใจอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หัวใจยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อนึกถึงแววตาคมกริบและสัมผัสอันทรงพลังของฉินอ๋อง บุรุษผู้นั้นอันตรายเกินไป สมคำร่ำลือว่าเป็นพญายมแห่งราชสำนักอย่างแท้จริง

ทว่า ความวุ่นวายยังไม่จบลงแค่นั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ราชโองการจากฮ่องเต้ก็ถูกส่งตรงมายังเรือนพักของนางโดยราชองครักษ์หลวง เนื้อความในราชโองการสร้างความตกตะลึงให้แก่ลี่อินจนแทบทำม้วนกระดาษหลุดมือ

พระราชทานสมรสระหว่าง 'ไป๋ลี่อิน' บุตรสาวผู้สูญหายแห่งขุนนางเก่า กับ 'ฉินมู่หยวน' ฉินอ๋องผู้เกรียงไกร เพื่อเชื่อมสัมพันธ์และผดุงความสงบเรียบร้อยในแผ่นดิน!

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!" ลี่อินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง นางรู้ทันทีว่าฉินมู่หยวนต้องเป็นคนเบื้องหลังราชโองการฉบับนี้แน่ๆ บุรุษจอมเจ้าเล่ห์ผู้นั้นคงต้องการใช้นางเป็นหมากในการสืบสวนคดีลับ หรือไม่ก็ต้องการจับตาดูลมหายใจของนางอย่างใกล้ชิด!

การแต่งงานครั้งนี้มิใช่การร่วมหอลงโรงด้วยความรัก หากแต่เป็น "สงครามประสาท" ระหว่างมือสังหารสาวผู้มีพิษร้ายรอบตัว กับท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บทเรียนแห่งการห้ำหั่นและเกมรักอันตรายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงในจวนฉินอ๋องนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!