บท
ตั้งค่า

6

กลับมาถึงห้องเช่า เด็กหญิงฟ้าประทานก็ยังคงหลับปุ๋ยอยู่บนอ้อมแขนของแม่ ฟ้ากระจ่างยิ้มเศร้า มองดวงหน้าจิ้มลิ้มเหมือนซาลาเปาลูกน้อย ๆด้วยความรู้สึกเอ็นดูและสงสาร

ฟ้าประทานเอ๋ย ชีวิตของหนูช่างอาภัพนัก

น้ำตาหยดแหมะลงบนแก้มตุ้ยนุ้ยก่อนที่เจ้าก้อนจะขยุ้มเปลือกตาแล้วค่อย ๆลืมขึ้นมาอย่างเนิบช้า

“แอ๊ะ!”

“แม่ทำหนูตื่น ขอโทษนะคะ” จรดปลายจมูกลงบนแก้มของลูกสาวแล้วบดบี้อยู่อย่างนั้นจนเด็กหญิงหัวเราะร่วนและอ้าปากประหนึ่งว่ากำลังคุยกับแม่

“แอ๊ะ!”

“ค่ำแล้ว เราไปอาบน้ำกันดีกว่า สกายจะได้มานอนกินนมสบาย ๆดีไหมคะ ?”

เด็กน้อยยิ้มปนหัวเราะเมื่อเห็นผู้เป็นแม่ยิ้มหยอกล้อ ในวันที่ชีวิตโคตรเหนื่อยและหาทางออกแทบไม่เจอ กำลังใจเดียวที่ยังยึดเหนี่ยวให้ลุกขึ้นสู้

ก็คือเด็กคนนี้...สกายของแม่

ตั้งแต่มีฟ้าประทานเข้ามาในชีวิต ฟ้ากระจ่างก็ไม่เคยได้หยุดนิ่งอยู่สบายเหมือนคนอื่น ลำพังต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองก็ไม่ง่ายแล้ว ยังมีภาระเพิ่มมาให้อีกหนึ่ง ชีวิตของเธอจะลำบากและยากเข็ญไปถึงเมื่อไหร่กันนะ ก็คงต้องรอให้ฟ้าประทานโตจนหางานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้ละมั้ง เธอถึงจะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่น

รองน้ำใส่ในกะละมังจนเต็ม ฟ้ากระจ่างก็อุ้มลูกไปวางในกะละมัง จับให้อยู่ในท่านั่ง วักน้ำราดไปบนตัวลูก โดยที่เจ้าอ้วนกลมก็เอามือตีน้ำจนหยดน้ำกระเซ็นไปทั่ว

“ชอบล่ะสิเรา” ชโลมครีมอาบน้ำทั่วตัวลูกพลางนวดอย่างแผ่วเบา ฟ้ากระจ่างได้ความรู้จากหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กที่ไปยืนอ่านฟรีอยู่ในร้านหนังสือ ในหนังสือเล่มนั้นบอกว่าเวลาอาบน้ำให้ลูกก็ให้นวดตัวของลูกไปด้วย ลูกจะได้สบายเนื้อสบายตัว และเธอก็ทำแบบนั้นให้เจ้าตัวเล็กมาโดยตลอด

และดูท่าฟ้าประทานจะชอบเสียด้วย

“พอแล้วนะคะ อาบนานเดี๋ยวไม่สบาย” ยกตัวลูกสาวขึ้นมาจากน้ำแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวห่อเอาไว้

เด็กน้อยยังคงดีดสองขา ส่งเสียงพูดคุยอ้อแอ้ที่ยังฟังไม่รู้ความ พอแต่งตัวให้ลูกเสร็จ ฟ้ากระจ่างก็พาลูกไปนอนเล่นที่เบาะนอนรอในระหว่างที่ชงนม

“ไม่พอถึงสิ้นเดือนแน่เลย”

หยิบกระปุกใส่นมผงขึ้นดูแล้วพูดพลางถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม ผ้าอ้อมสำเร็จรูปหมดก็ยังไม่เป็นปัญหาเท่ากับนมของลูกจะหมด อย่างน้อยอยู่ที่ห้องก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ ขยันไล่ตามเช็ด ไล่ทำความสะอาดเวลาที่ลูกปล่อยของหนักของเบา ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ยังทนได้

แต่นมผงนี่สิ จะทำอย่างไรกับมันดี กล่องหนึ่งก็หลายร้อยบาท จะขอแบ่งซื้อเป็นถุงย่อยก็ไม่มีร้านไหนขายเลยสักร้าน เขาขายยกกล่องกันทั้งนั้น

อย่าว่าแต่ซื้อยกกล่องเลย แค่กล่องเล็กตอนนี้ก็ยังเจียดเงินไปซื้อไม่ได้เลย

พอใกล้สิ้นเดือนก็เหมือนใกล้สิ้นลมหายใจ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน ค่าเช่าห้อง ค่ากิน ค่านมของลูก

เฮ้อ! เมื่อไหร่จะได้สบายสักที

“กลับมาแล้วเหรอหมอภัค” น้ำเสียงอ่อนโยนของหญิงสูงวัยเอ่ยขึ้นในขณะที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเปิดประตูลงมาจากรถคันหรู

ภัควรรธน์แปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสามทุ่มแล้ว ทว่าผู้เป็นแม่ยังไม่เข้านอนเหมือนเช่นทุกวันแสดงว่าวันนี้ต้องมีอะไรสำคัญที่อยากคุยกับเขา

“ยังไม่นอนเหรอครับแม่”

“รอหมอภัคน่ะสิ” ตอบด้วยใบหน้ายิ้ม ๆก้าวขาเข้าไปหาลูกชาย พิศมองใบหน้าที่ถอดแบบสามีออกมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไปชมสวนของแม่สักหน่อยดีไหม ?”

“ครับ” จับที่มือแม่แล้วพากันเดินเคียงคู่ไปที่สวนดอกไม้ที่อยู่ข้างบ้าน ตั้งแต่ทำงาน ภัควรรธน์ก็แทบจะไม่มีเวลาได้อยู่กับแม่ ถ้าไม่อยู่ที่ทำงาน เขาก็ขลุกตัวอยู่ที่คอนโด เมื่อก่อนหมอหนุ่มอาศัยอยู่ที่คอนโดเป็นหลัก เพิ่งได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านก็ตอนที่เสาหลักของบ้านเสียไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ด้วยความที่กลัวว่าแม่จะเหงา ภัควรรธน์จึงได้ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน มีบ้างที่ไปค้างที่คอนโดในจังหวะที่ต้องการความเป็นส่วนตัวจริง ๆ

“แม่เพิ่งสั่งกุหลาบพันธุ์ใหม่มาปลูก ภัคว่าสวยไหมลูก” ผินหน้ามายิ้มให้ลูกชายแล้วหันกลับไปมองต้นกุหลาบที่ลงมือปลูกเองกับมือ คนสูงวัยที่เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ใกล้ล้ม ความสงบและความสบายใจน่าจะเป็นสิ่งที่อยากได้มากที่สุด “กุหลาบพันธุ์แอมบริดจ์โรส ราคาแรงใช้ได้แต่ก็สวยสมราคา”

ภัควรรธน์เสตามองไปยังดอกกุหลาบที่ชูช่อขึ้น ในสายตาของเขามันก็คือดอกไม้ธรรมดาทั่วไป ถามว่าสวยไหม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องตอบแบบไหน

“ถ้าหมอภัคแต่งงาน แม่จะตัดดอกของมันไปทำช่อดอกไม้เจ้าสาว”

เรื่องนี้สินะที่ทำให้แม่ถ่างตารอเพื่อเจอหน้าเขา หลายปีแล้วที่ภัควรรธน์พยายามบ่ายเบี่ยงความต้องการของแม่ เขายกเรื่องงานมาอ้างได้สำเร็จทุกครั้งและหวังว่าครั้งนี้ก็จะสำเร็จเช่นเดียวกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel