4
“จะบอกได้รึยังว่าทำไมถึงพาเด็กคนนี้มาอ้างว่าเป็นลูกของผม” โคลงศีรษะพร้อมหลุบตามองหัวกลมที่มีเส้นผมขึ้นบางเบา อุ้มไม่กี่นาทีก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งแขน จับนั่งบนรถเข็นเด็กดีไหมนะ ขืนอุ้มเอาไว้แบบนี้มีหวังได้ปวดแขนจนจับปากกาเขียนลำบากแน่
“ฉันน่าจะเข้าใจผิดไปเองอย่างที่คุณพูดค่ะ”
ถ้าบอกว่ามีคนจ้างให้มาทำลายความน่าเชื่อถือของเขา เรื่องมันอาจจะไม่จบ เผลอ ๆก็จะชวดค่าจ้างหลักหมื่นอีกด้วย ถึงจะทำงานไม่สำเร็จทั้งหมดตามที่คนจ้างต้องการ แต่อย่างน้อยเรื่องที่หมอภัควรรธน์แอบซุกเมียกับลูกไว้คงกระฉ่อนไปทั่ววอร์ดแล้ว
“จำผัวตัวเองไม่ได้ น้ำเน่าไปหน่อยไหม ?”
คำแก้ตัวแบบคนสิ้นคิด ไม่มีทางที่จะเชื่อถือได้ อยู่ ๆก็อุ้มลูกมาโผล่ที่ชั้นที่เป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับคนนอก ถ้าไม่มีคนในพาขึ้นมา มีหรือจะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าขึ้นมาได้
“ใครจ้างคุณมา”
“ฉันจำคนผิดจริง ๆคุณหน้าเหมือนสามีของฉันมาก ไม่มีใครจ้างฉันหรอกค่ะ” ปั้นหน้ายิ้มสู้ ทั้งที่
ใจฝ่อยิ่งกว่าอะไร แค่เห็นสายตาของเขา ฟ้ากระจ่างก็รู้ว่าคำพูดของตัวเองไม่มีความน่าเชื่อถือใด ๆต่อเขา ถ้าให้แยกระดับความดุดันของดวงตาคนตรงหน้า คำเดียวสั้น ๆที่เขาคงอยากจะพูด
ตอแหล
“ปกติผมไม่ค่อยจะมาเสียเวลาอะไรกับเรื่องไร้สาระ แต่เผอิญวันนี้ไหน ๆก็เสียเวลางานไปแล้ว คงไม่อะไรมากถ้าจะแวะไปทักทายเพื่อนที่สถานีตำรวจสักหน่อย” ภัควรรธน์มีเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนมัธยม ฯปลายทำอาชีพตำรวจอยู่หลายคน ถ้าเพียงแต่ยกหูไปขอความช่วยเหลือ ผู้หญิงคนนี้ก็คงต้องไปนอนอยู่ในซังเต แต่เขาจะเห็นแก่เด็กน้อยตาดำ ๆถึงได้ให้โอกาสได้สารภาพความจริงอีกครั้ง ถ้ายังปากแข็งก็ให้เรื่องไปจบที่สถานีตำรวจก็แล้วกัน
“คุณอย่าเอาเรื่องฉันเลยนะคะ ฉันจำคนผิดจริง ๆพอดีว่าสามีของฉันไม่ได้กลับมาหาฉันกับลูกหลายปีแล้วพอฉันเห็นคุณ ฉันก็นึกว่าเป็นเขา”
“ผมให้โอกาสคุณแล้วนะ ไปเลี้ยงลูกอยู่ในคุกก็แล้วกัน” กำลังจะล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงผ้าเนื้อดีพลันคนที่ยื่นห่างอยู่หลายเมตรก็ก้าวพรวดมาจับแขนของเขาไว้
“ฉันพูดแล้วค่ะ!” เงินค่าจ้างก็อยากได้ คุกก็กลัว ถ้าเกิดว่าเขาเอาจริงแจ้งความจับเธอ คงไม่พ้นต้องไปเลี้ยงลูกอยู่ในคุกตามที่เขาขู่แน่
ฟ้าเอ๊ย! ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆเลย
“มีคนจ้างฉันให้มาทำลายชื่อเสียงของคุณค่ะ”
“ใคร ?” ภัควรรธน์กดน้ำเสียงพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามที่ตอนนี้ฉายแววตื่นกลัว คิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าต้องมีใครสักคนที่อยู่เบื้องหลัง
“ฉันบอกไม่ได้จริง ๆค่ะ ถ้าฉันบอกคุณฉันต้องเดือดร้อนแน่”
“ถึงไม่บอก คุณก็เดือดร้อนอยู่ดี เลือกเอาว่าจะพูดหรือจะไปนอนในคุก” ขู่เสียงแข็ง ถึงไม่พูด เขาก็มีปัญญาตามหาตัวคนบงการได้อยู่ดี
คนที่ทำอาชีพเดียวกันกับเขาแน่ เผลอ ๆจะเป็นคนใกล้ตัวเสียด้วยซ้ำ
“หมอกันต์ค่ะ หมอกันต์ที่เปิดคลินิกอยู่ใกล้กับตลาดเอื้องพร”
ไอ้กันธร!
“ไปรู้จักกับหมอกันต์ได้ยังไง ?” กันธรคือนายแพทย์ร่วมสถาบันเดียวกันกับเขา เคยเรียนด้วยกันตอนอยู่ปีหนึ่ง พอต่างคนต่างแยกไปเรียนสาขาแพทย์เฉพาะทาง ภัควรรธน์ก็ยังได้เจอหน้ากับกันธรบ้างเป็นบางครั้งบางคราว
“ฉันค้างค่าวัคซีนของสกายกับคลินิกหมอกันต์ เขารู้ว่าฉันเดือดร้อนเรื่องเงินเลยเสนองานนี้ให้ทำ”
ก้มหน้าก้มตาสารภาพความจริง สิ่งจูงใจที่ทำให้กล้ารับงานไม่ใช่แค่ค่าวัคซีนพันกว่าบาทที่ติดค้างหมอกันธรอย่างเดียว แต่มันเป็นเพราะค่าจ้างหลักหมื่นที่เขาเสนอมาให้ด้วยต่างหาก ที่ทำให้ฟ้ากระจ่างกล้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
การดิ้นรนหาเช้ากินค่ำโดยไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งพาใครได้ มันน่ากลัว…
งานอะไรก็ตามที่ทำแล้วได้เงินถ้าไม่ใช่งานผิดศีลธรรมและงานที่ต้องขายศักดิ์ศรี ฟ้ากระจ่างก็ยินดีทำทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อตัวเอง
แต่เพื่อเด็กน้อยคนนี้ต่างหาก
“ทำเพื่อแลกกับค่าวัคซีนอย่างเดียว ?” แค่ค่าวัคซีนไม่กี่บาท คงไม่คุ้มกับการต้องมาเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางแน่ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ที่พอจะเป็นแรงจูงใจที่พอจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ตัดสินใจรับงานอย่างง่าย ๆ
“ค่าวัคซีนกับค่าจ้างอีกหนึ่งหมื่นบาทค่ะ”
ภัควรรธน์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องบาดหมางที่เกิดขึ้นในอดีตจะทำให้กันธรเก็บมาเคียดแค้นจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ผ่านมาเกือบสิบปีและเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ความผิดของเขา
ผู้หญิงของกันธรเองต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด
ไอ้หมอบ้านั่นก็ยังเอาแต่โยนความผิดมาให้เขา
