2
“หน้าผมดูโง่มากเหรอถึงได้กล้าเอายายเด็กนี่มาแอบอ้างว่าเป็นลูกผม” พอเข้ามาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว หมอหนุ่มก็ถามขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ทว่าแววตากลับส่งสัญญาณเตือนมากลาย ๆว่าอย่าได้หวังว่าจะได้กลับออกไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องบ้าที่มโนขึ้นมาเอง
“ฉันไม่ได้แอบอ้างนะคะ เด็กคนนี้เป็นลูกสาวของคุณจริง ๆ” ตีหน้าจริงจังยืนยันกับสิ่งที่พูด ไม่ใช่ลูกเขาอยู่แล้ว ไม่มีส่วนไหนบนใบหน้าเหมือนกันสักอย่าง ขนาดฟ้ากระจ่างมีความรู้เพียงน้อยนิดยังดูรู้เลย แล้วเขาเป็นถึงหมอ มีหรือจะดูไม่ออก
“ถามจริง ๆเถอะ ใครสั่งใครสอนให้ใช้วิธีโง่ ๆแบบนี้จับผู้ชาย นี่มันสมัยไหนแล้ว คิดจริง ๆเหรอว่าจะมีใครโง่หลงเชื่อวิธีสกปรกที่คุณทำอยู่”
เขาคนหนึ่งละที่ไม่เชื่อ จะให้เชื่อได้อย่างไร ตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มจนตอนนี้อายุย่างเข้าเลขสามยังไม่เคยสดกับผู้หญิงคนไหนสักคน
แล้วอยู่ ๆผู้หญิงหน้าตาบ้าน ๆคนนี้กลับอุ้มลูกมาหา มาแอบอ้างว่าเป็นลูกของเขา
ฟ้ากระจ่างตกอยู่ในอาการประหม่า ความมั่นใจที่พกมาจากบ้านแบบเต็มร้อย ค่อย ๆลดเหลือน้อยลงไปจนเป็นตัวเลขตัวเดียวเพียงเพราะสายตาและคำพูดของเขา
สายตาคาดคั้นและแฝงไปด้วยความอำมหิต
“เลือกเอาว่าจะสารภาพความจริงหรือเข้าไปนอนในคุกทั้งแม่ทั้งลูก”
“คือฉัน…” ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงสะท้อนเข้ามาในอก ซวยแล้ว! เขาไม่ได้หมูเลยสักนิด
“ฉันอะไร พูดมา!”
สะดุ้งยวบ เงยหน้าขวับช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาดุกร้าวเดือดดาล ฟ้ากระจ่างกอดลูกสาวแน่น ในจังหวะที่ยังหาทางลงให้ตัวเองไม่ได้พลันก็มีเสียงสวรรค์จากลูกสาวช่วยเอาไว้
“อุแว้!...”
เด็กหญิงฟ้าประทานร้องไห้จ้าเพราะตกใจน้ำเสียงดุดันของหมอหนุ่มที่ตวาดออกมาเมื่อครู่ ทั้งที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาไหลท่วมท้นสองแก้มแต่ก็ยังเหลียวหน้าไปหาเขา
“โอ๋ ๆไม่ร้องนะคะ” ลูบแผ่นหลังของลูกสาวเพื่อปลอบขวัญ แต่เด็กน้อยก็ยังส่งเสียงร้องจ้า
ฟ้ากระจ่างเปลี่ยนท่าลูกสาวให้อยู่ในท่านอนราบ ก่อนจะหยิบขวดนมมาป้อนที่ปากเล็กจิ้มลิ้ม
“อุแว้!...”
ไม่ได้ผล เจ้าก้อนกลมแหกปากร้องหนักกว่าเดิมไปอีกหลายเท่าตัวจนฟ้ากระจ่างเริ่มไปไม่เป็น เพราะไม่เคยเห็นลูกเป็นแบบนี้มาก่อน
“ช่วยทำให้เด็กหยุดร้องซะที หนวกหู”
พูดคล้ายกับว่ากำลังหงุดหงิดเต็มแก่ วันเฮงซวยอะไรของเขาที่มาเจอกับสองแม่ลูกคู่นี้
ฟ้ากระจ่างอุ้มลูกสาวกล่อมเดินไปทั่วห้อง ตบที่ก้นแผ่วเบาพลางสลับกับลูบที่แผ่นหลัง แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็ยังหลับหูหลับตาแผดเสียงร้องออกมาไม่มีขาดห้วง
“เป็นแม่ภาษาอะไรไม่มีปัญญาทำให้ลูกเงียบ”
ยืนฟังเสียงเด็กร้องมานานหลายนาทีจนความอดทนใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ภัควรรธน์สุมเท้าเข้าไปใกล้ หลุบตามองเด็กหญิงที่นอนอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นแม่
ทำหน้าปกติก็ขี้เหร่อยู่แล้ว พอร้องไห้ยิ่งขี้เหร่หนักเข้าไปอีก
“หยุดร้องได้แล้วยายเด็กหน้าซาลาเปา”
“แอ๊ะ!”
พอได้ยินเสียงหมอหนุ่ม เด็กหญิงฟ้าประทานก็หยุดร้องอย่างฉับพลันจนฟ้ากระจ่างงงเป็นไก่ตาแตก
เหลือเชื่อเลย
เธอทั้งโอ๋ ทั้งปลอบกลับไม่หยุดร้องไห้ แต่พอเขาพูดออกมาแค่ไม่กี่คำกลับหยุดร้องเสียอย่างนั้น
“ยิ้มทำไม ไม่ต้องมายิ้ม ฉันไม่ใช่พ่อเธอนะ”
ภัควรรธน์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่แหกปากร้องจนแสบไปถึงแก้วหูเมื่อกี้กำลังยิ้มแฉ่งทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า
เพี้ยนทั้งแม่ทั้งลูก
