1
“แอ๊ะ!”
เจ้าก้อนกลมที่นอนอยู่บนรถเข็นเด็กลืมตาตื่นขึ้นโดยที่ปากยังดูดจุกหลอกดังจ๊วบจ้าบ สองมืออ้วนเล็กที่ดูผิวเผินเหมือนแง่งขิงชูขึ้นแล้วยกสะบัดไปมา สองตาแป๋วแหววจ้องไปยังผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ตรงหน้าและกำลังสนใจอะไรบางอย่างที่ถืออยู่ เพราะมัวแต่ท่องบทละครที่เตรียมมาจากบ้าน ‘ฟ้ากระจ่าง’ เลยไม่รู้ว่าลูกสาวตัวน้อยตื่นมามองผู้เป็นแม่อยู่หลายนาทีแล้ว
“แอ๊ะ!” ส่งเสียกเรียกเป็นครั้งที่สองโดยที่ปากเล็ก ๆยังอมจุกหลอกไว้แน่น เมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่ยังนิ่ง ‘เด็กหญิงฟ้าประทาน’ ก็ยกสองขาค้างไว้แล้วทิ้งลงจนเกิดเสียงดัง ‘ตุบ’
ได้ผล...
“ตื่นตั้งแต่ตอนไหนคะสกาย” พับกระดาษเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าแล้วหันมาสนใจลูกสาวตัวเล็กที่บัดนี้กำลังมองมาที่เธอตาแป๋ว ฟ้ากระจ่างฉีกยิ้ม สอดนิ้วเข้าไปใต้ชุดเดรสลายดอกไม้สีสด “ไหนแม่ฟ้าดูหน่อยว่าแพมเพิสเต็มรึยังเอ่ย”
กวาดปลายนิ้วมือไปที่ผิวเนื้อของผ้าอ้อมสำเร็จรูปสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นเพียงนิดหน่อย
ฟ้ากระจ่างถอนนิ้วออกแล้วหยิบกระดาษเปียกออกมาเช็ดมือ
“ยังไม่เต็มเลย ฉี่อีกสักรอบค่อยเปลี่ยนนะคะ ช่วงนี้แพมเพิสแพง เดือนนี้แม่ฟ้าเหลือเงินไม่ถึงพันเลย หนูยังสบายตูดอยู่ใช่ไหมคะ ?” จับมือลูกสาวโยกไปมา คลี่ยิ้มหวานเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กยิ้มทั้งที่จุกหลอกยังคาอยู่ที่ปาก คุณแม่ยังสาวดึงจุกหลอกออกจากลูกแล้วหยิบขวดนมออกมาจากกระเป๋าที่ห้อยอยู่ตรงที่จับของรถเข็นเด็ก “หิวแล้วใช่ไหม ? ทนอีกเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวแม่ก็เสร็จงานแล้ว”
ใบหน้าของฟ้ากระจ่างฉาบด้วยรอยยิ้มละมุน แต่ทว่าจิตใจกับว้าวุ่น ระดับการเต้นของหัวใจแรงถี่มากขึ้นเมื่อจวนใกล้เวลาสำคัญ เสียงข้อความดังขึ้น ฟ้ากระจ่างหยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วรีบเก็บใส่ไว้ในกระเป๋า ดวงหน้างดงามแหงนขึ้นนิด สูดอากาศเอาไว้เต็มปอด ทบทวนบทละครที่เขียนมาอีกครั้ง ใจหายใจคว่ำเมื่อประตูห้องประชุมผละออกพร้อมด้วยเหล่าบุรุษและสตรีที่อยู่ในชุดทำงานสีขาวสะอาดตา
“หมอภัค”
หมอหนุ่มเจ้าของนามว่า ‘ภัค’ หรือ ‘นายแพทย์ภัควรรธน์ ธันยนันท์ชัย’ หยุดเดินพลางมองมายังหญิงสาวเจ้าของใบหน้าขาวซีดและมันแผล็บ ผมเผ้ายุ่งเหยิงประหนึ่งว่าเส้นผมไม่เคยสัมผัสหวี ดวงตาคมกริบประดุจดวงตาของนักล่าเลื่อนขึ้นลง ใช้เวลาเพียงน้อยนิดทบทวนความจำอันแสนปราดเปรื่อง
ไม่รู้จัก
ไม่เคยเห็นหน้า
“คุณหายไปไหนมา ทำไมถึงไม่มาหาฉันกับลูกบ้างเลย ไหนคุณบอกว่าจะไม่ทิ้งฉันกับลูกยังไงล่ะคะ”
บีบน้ำตาตีหน้าเศร้าเค้นเสียงสะอื้นกลั่นออกมาจากอกเรียกความสงสารและความเห็นใจกับเหล่าชายหญิงสูงวัยที่ยืนรายล้อมอยู่เบื้องหน้า
“แอ๊ะ!”
เสียงร้องของเด็กหญิงฟ้าประทานดังขึ้นท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของผู้เป็นแม่ ส่งผลให้การแสดงละครของนักแสดงสมัครเล่นสมบทบาทมากขึ้น
ดวงตานับหลายคู่เบนไปยังหมอหนุ่มที่ยืนงงในดงของเหล่าผู้บริหาร
“ดูสิ แค่ลูกเห็นหน้าคุณ ลูกก็เรียกหาคุณทันที ลูกคิดถึงคุณมากเลยนะ คุณไม่คิดถึงลูกบ้างเหรอคะ”
คิ้วหนาดกดำเรียงเส้นสวยเคลื่อนเข้าหากันอีกรอบพร้อมด้วยดวงตาคู่คมปราดมองไปยังเด็กน้อยเจ้าของใบหน้าอ้วนกลมเหมือนลูกซาลาเปาขนาดย่อม
พอเห็นว่าหมอหนุ่มมองมาที่ตน เด็กหญิง
ฟ้าประทานก็ส่งเสียงทักทายอีกครั้งพร้อมชูขวดนมขึ้นแล้วยิ้มกว้างโชว์เหงือกสีชมพูระเรื่อ
ความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กน้อยที่นอนอยู่ในรถเข็นเด็กเรียกรอยยิ้มของเหล่าคนสูงวัย แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ยังยืนหน้าเรียบตึง ตาขวางคล้ายกับคนที่กำลังอยู่ในโหมดอารมณ์พร้อมรบ
“หมอภัคมีเมียมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เก็บเงียบเลยนะ”
พอถูกเหย้า ใบหน้าของภัควรรธน์ก็ขึงตึงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่คมล็อกไปที่ใบหน้าของคนต้นเรื่อง
หน้าตาแบบนี้อะนะจะมีวาสนาเป็นเมียเป็นลูกของเขา เหอะ
“ผมค่อนข้างมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน แม้แต่หน้าคุณผมยังไม่มีความคุ้นเคยใด ๆทั้งนั้น”
จริง ๆแล้วภัควรรธน์ก็อยากพูดออกไปตรง ๆว่าคนอย่างเขาไม่คิดจะชายตามองผู้หญิงธรรมดาที่ไร้เสน่ห์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ต้องคิดไปถึงเรื่องลูก ดูจากการแต่งตัวแล้ว คนละคลาสกับเขาชัด ๆ
“ฉันไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะใจดำมากขนาดนี้ ฉันกับลูกอยู่ตรงหน้าคุณแท้ ๆคุณก็ยังกล้าพูดโกหกว่าไม่รู้จัก” ฟ้ากระจ่างแสร้งทำทีเป็นโผเข้าไปหาเจ้าตัวเล็กแล้วอุ้มขึ้นมาแนบอกแล้วบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสารอีกครั้งทั้งที่ตอนนี้ใจตุ้ม ๆต่อม ๆ “เด็กไม่โกหก คุณเป็นหมอคุณก็น่าจะรู้ว่าธรรมชาติของเด็กดีกว่าฉัน”
แน่นอนว่าภัควรรธน์เห็นเต็มสองตาว่ายายเด็กหน้าตาเหมือนแป๊ะยิ้มคนนี้มองเขาตาแป๋วแถมยังส่งยิ้มและหัวเราะปานกับว่าเคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
“พ่อไม่รักหนูก็ไม่เป็นไรนะลูก อย่างน้อยหนูก็ยังมีแม่”
หมอหนุ่มกลอกตาเป็นเลขแปดพร้อมสะบัดหน้าอย่างหัวเสียพอเหลียวหน้ากลับมาก็สบสายตาเข้ากับดวงตาของเพื่อนร่วมงานอีกนับหลายสิบคู่
ไม่ใช่ลูกเขาโว้ย!
ภัควรรธน์อยากแหกปากตะโกนให้ดังทั่วทั้งวอร์ด แต่ด้วยภาพลักษณ์ของหมอหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เจ้าของวาทศิลป์ที่นุ่มลึกครองใจเหล่าสาว ๆจึงทำได้แต่เพียงตีหน้านิ่ง ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น ทั้งที่ใจจริงอยากขย้ำคอยายต้มตุ๋นคนนี้นัก
“ผมว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดแน่ ผมยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีเมียมีลูก บางทีมันอาจจะเป็นแค่ความคล้ายคลึงแต่รับรองว่าผมไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นแน่”
“ใช่สิคะ คุณนั่นแหละที่เป็นพ่อของลูกฉัน ฉันรู้แม้กระทั่งว่าคุณมีปานอยู่ที่ราวนมข้างซ้าย ถ้าคุณมั่นใจว่าไม่ใช่คุณ ถ้างั้นคุณก็เปิดเสื้อให้ฉันดูสิคะ ให้ทุกคนในนี้ช่วยเป็นพยาน” งัดไม้ตายอันสุดท้ายออกมาปราบหมอหนุ่มผู้แสนฉลาดและเย็นชา ขอบคุณสมองอันน้อยนิดที่สามารถจดจำรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆที่ได้รับป้อนข้อมูลมา “เปิดสิคะ”
“แอ๊ะ!”
“หมอภัค พี่ว่าพาเมีย เอ๊ย! พาคุณคนนี้เข้าไปคุยในห้องทำงานหมอภัคก่อนดีไหมคะ คนเริ่มสนใจแล้ว”
ได้ยินที่แพทย์หญิงรุ่นพี่พูด ภัควรรธน์ก็กวาดตามองไปรอบ ๆก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง เรื่องผัว ๆเมีย ๆมันฮอตฮิตกับพวกชอบกินเผือกนัก
ตวัดสายตามองไปยังสองแม่ลูกนักต้มตุ๋นอีกครั้ง กล้ามาก กล้าเข้ามาสร้างความวุ่นวายและทำเขาขายขี้หน้าต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน รู้จักหมอภัควรรธน์น้อยไปเสียแล้ว
เล่นกับใครไม่เล่นดันมาเล่นกับคนจริงอย่างเขา
